ความพร้อม

เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเข้าสอบคัดเลือกข้าราชการตุลาการ ตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้พิพากษา ซึ่งผู้เขียนได้เข้าสอบมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ และพยายามสู้มาตลอด เพื่อเป็นกำลังใจให้ตนเอง และลูกสาวที่กำลังจะเจริญรอยตาม

ปีนี้สำนักงานศาลยุติธรรม ได้กำหนดสอบพร้อมกันทั้ง ๓ สนาม ได้แก่สนามใหญ่ สนามเล็ก สนามเล็กจิ๋ว โดยกำหนดสถานที่สอบที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต มีผู้เข้าสอบครั้งเป็นจำนวนมาก ส่วนมากอยู่วัยหนุ่มสาว น่าจะมากกว่าทุกปี เนื่องจากในระยะที่ผ่านมามีผู้สอบได้ระดับเนติบัณฑิตเป็นจำนวนมาก

ส่วนของผู้เขียนได้สมัครสอบสนามใหญ่ ผู้ที่จบปริญญาโทจะเลือกไปสอบสนามเล็ก หากจบปริญญาโทจากต่างประเทศจะต้องไปสอบสนามเล็กจิ๋ว ในส่วนของผู้สอบสนามใหญ่จะสอบที่The Deak ชั้น ๑ และ ๒ มีผู้เข้าสอบประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าคน

ก่อนจะเข้าสู่สนามสอบจะมีการตรวจผ่านเครื่องสแกน ห้ามนำนาฬิกา เครื่องสื่อสารทุกชนิดเข้าไปในสนามสอบเหมือนทุกปีที่ผ่านมา ได้เจอน้อง ๆ ที่เคยร่วมสอบกันมาหลายคน ต่างคนต่างอวยพรให้กันและกัน ทุกคนดูมีความมุ่งมั่นและใฝ่ฝันที่จะเป็นผู้พิพากษาตามที่แต่ละคนใฝ่ฝัน และเป็นตำแหน่งสุดยอดของผู้ที่เบนเข็มมาเรียนกฎหมาย มีทั้งเกียรติ ศักดิ์ศรี เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และสวัสดิการอื่น ๆ ที่มั่นคงมากกว่าข้าราชการประเภทอื่น

ในสนามสอบจึงเต็มไปด้วยนักกฎหมายที่เก่งที่สุดของประเทศในยามนี้ หากพูดถึงคนที่มีความรู้ด้านกฎหมายเก่งที่สุด ต้องเป็นผู้ที่เตรียมสอบสนามผู้ช่วยผู้พิพากษา และสนามสอบอัยการผู้ช่วย เพราะแต่ละคนเตรียมตัวกันมาหลายปี จนบางคนยอมลาออกจากงานมาเพื่ออ่านหนังสือเตรียมสอบอย่างเดียว บางคนต้องปลีกวิเวก เข้าวัด ทำสมาธิ และเก็บตัวเป็นแรมปี เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่สนามสอบในครั้งนี้

ผู้เขียนเองยอมรับว่า การเตรียมตัวไม่พร้อมทุกครั้ง และพบปัญหาในการสอบทุกครั้ง ปัญหาก็จะมีเหมือนเดิมกับทุกปีที่ผ่านมา กล่าวคือ อ่านข้อสอบแล้วจับประเด็นไม่ได้ จำตัวบทไม่แม่น ตอบไม่ครอบประเด็น แบ่งเวลาในการทำข้อสอบไม่ได้ และที่สำคัญคือทำข้อสอบไม่ทัน

ข้อสอบในปีนี้ในส่วนอาญา ปรากฎว่ามีประเด็นมาก ข้อสอบจะนำฎีกาหลาย ๆ ฎีกา มาผูกกันเป็นข้อสอบ คนที่จะทำได้จะต้องแม่นตัวบท แม่นฎีกา จับประเด็นไว เขียนให้ทัน และครบประเด็น ในแต่ละข้อจะมีเวลาเขียนข้อละประมาณ ๒๐ - ๒๕ นาที ข้อสอบจะมีทั้งหมด ๑๐ ข้อ ใช้เวลาในการสอบสวน ๔ ชั่วโมง ในส่วนภาคกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จะมีประเด็นไม่มาก แต่นำฎีกาสำคัญ ๆ มาออก และกฎหมายหลายหมวดมาโยงกันเป็นข้อสอบ คนที่ตอบได้จะต้องเข้าใจฎีกา และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งในแนวกว้าง ลึก และจำตัวบทได้แม่นอีกด้วย

ยังเหลือวันสอบอีก ๒ วัน คือวันอาทิตย์ที่ ๙ และ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๘ การสอบที่ผ่านมา หากวันแรกทำข้อสอบไม่ได้ ก็จะมีคนไม่มาสอบในวันที่ ๒ และที่ ๓ ไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด เพราะต้องเดินทางเข้ามาสอบหลายครั้ง ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

การสอบจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ การเตรียมความพร้อม การวางแผน การลงทำตามแผน และการรักษาสุขภาพร่างกาย จะต้องทำไปพร้อมกัน และทีสำคัญที่สุด การฝึกซ้อมในการทำข้อสอบก็เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่จะทำให้ผู้สอบในสนามดังกล่าวประสบผลสำเร็จ และหลาย ๆ ท่านที่เป็นรุ่นพี่ แนะนำเสมอว่า..จงทำบุญให้มาก ๆ เมื่อใดบุญเราพร้อม ความสำเร็จก็จะมาเยือนเรา...!!!


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ร้อยคมคิด เพื่อชีวิตที่ดี



ความเห็น (0)