การไม่ต้องใช้การคิด

ภูฟ้า
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ


การไม่ต้องใช้การคิด / การออกจากความคิด / การไม่คิด หรือแม้แต่การสิ้น(ไปแห่งความ)คิด

moon / พระจันทร์ / ดวงจันทร์ / อีเกิ้ง / เดือน


ดูผิวเผินเหมือนการเล่นคำ แต่ในที่นี้หมายถึง สภาวะหนึ่ง ซึ่งจะเรียกว่าอย่างไรก็ได้

ที่หมายถึงสภาวะนั้น หนอ




แม้ธรรมเดียวกัน ก็เห็นไม่เหมือนกัน

เหมือนกับการแลดูลายมือ

ในระยะ 10 เมตร

ระยะ 1 เมตร

ระยะ 1 ฟุต

และใช้แว่นขยายให้ชัดสุด

เห็นเป็นลายมือเหมือนกัน แต่ความคมชัดไม่เท่ากัน หนอ

พระโสดาบัน สกิคา อนาคา ก็เห็นอริยสัจจ์ ๔ เหมือนกัน แต่ชัดลึกไม่เท่ากัน หนอ




การไม่ต้องใช้การคิดนี้ ผมว่า เป็นตัวชีวัดบนเส้นทางะรรมได้เป็นอย่างดี หนอ



เมื่อหลายปี ก่อนเริ่มเดินบนเส้นทางธรรมนั้น

ก็เน้นใช้ "การคิด" เป็นหลักในการดำเนินชีวิต

อาจได้พักบ้างตอนนอนหลับ หรือตอนมีความสุขแบบโลก ๆ หนอ



อาจเพราะบุญกรรมเก่า หรือ เส้นทางชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน

จึงทำให้บางคนสบายใจ บางคนเป็นทุกข์มาก แตกต่างกันไป

แต่เพราะความไม่รู้ มีโอกาสสูงมากที่จะเดินไหลลงไปสู่กองทุกข์มากขึ้น หนอ



บนเส้นทางแห่งการฝึกตนนั้น ถ้าปฏิบัติเลยมันก็จบ

แต่ผู้ปฏิบัติตนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะนักวิชาการนั้น คิดมาก เกิดความสงสัยมาก

เมื่อไม่เข้าใจ ก็ไม่ยอมปฏิบัติ จึงต้องมีการอรรถาธิบาย หนอ


ในเบื้องต้นนั้น ต้องแยกความแตกต่าง ระหว่าง

จิตเดิมแท้ กับ ความคิดปรุงแต่ง ให้ได้ก่อน

อาจทำได้หลายวิธีการ เช่น ฝึกออกจากความคิดด้วยความรู้สึกตัว เป็นต้น หนอ



























บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บนเส้นทางธรรม



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

ดร.วรภัทร์..ใช้คำว่า สิ้นคิด..เจ้าค่ะ..

เขียนเมื่อ 

ผมก็รู้จักคำว่า "สิ้นคิด" และได้แรงบันดาลใจจากท่าน ดร.วรภัทร์ ครับ
มีอีกคำหนึ่ง คือ คำว่า "ความคิดปรุงแต่ง" ถ้าเห็นแล้ว เป็นบุญยิ่งนัก หนอ

เขียนเมื่อ 

ตามพุทธองค์ มา เจ้าค่ะ..เห็น.. รู้ ..ตื่น ...เบิกบาน ...กับวัฏร..แลอนิจัง...อนัตตา..เห็นสิ่งพ้นทุกข์...รู้แจ้งเห็นจริง...สาธุๆๆ

เขียนเมื่อ 

สาธุ สาธุ ครับ