ชีวิตที่พอเพียง : ๒๔๓๐. ควงสาวเที่ยวอังกฤษ ๓. ชมดอกไม้ที่ Kew Gardens กับเดินเล่นฝ่าลมหนาวที่ London Eye


ห้องพัก 302 ของโรงแรม ibis London Shepherd’s Bush สบายกว่าตอนไปเที่ยวฝรั่งเศสตอนใต้ ตามบันทึกนี้ และเตียงก็ใหญ่นอนสบาย มีเครื่องปรับอากาศให้ความอุ่นอย่างดี Wifi ของโรงแรมคุณภาพดี ความเร็วดีกว่าที่บ้านผม

การเที่ยวสมัยนี้จึงประเทืองปัญญามาก โดยการเข้าเว็บไซต์ ไปทำ virtual visit เสียก่อน ช่วยให้เป็นการไปเที่ยวแบบมีแผนล่วงหน้า และเมื่อไปเที่ยวกลับมาแล้ว ก็มาเข้าเว็บไซต์หาข้อมูลเพิ่มเติม ประกอบกับภาพถ่าย ที่ถ่ายมาอ่านรายละเอียดภายหลัง

วันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๘ เดิมเราจะไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ แต่หัวหน้าทัวร์บอกว่าวันนี้ฝนไม่ตก ไปเที่ยว Kew Gardens ดีกว่า เก็บวันฝนตกไว้ไปดูพิพิธภัณฑ์

ที่จริง คิว เป็นสวนพฤกษศาสตร์ ทำหน้าที่ด้านความรู้เกี่ยวกับพฤกษศาสตร์ โดยเขาบอก ที่นี่ ว่าKew's mission is: 'to be the global resource in plant and fungal knowledge, and the world’s leading botanic garden'. จะเห็นว่า เขาทำหน้าที่แหล่งความรู้ของโลกด้านพืชและรา

แต่ที่เราไปชมนั้น เฉพาะส่วนการจัดสวนดอกไม้ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ เป็นการไปชื่นชมความงาม และถ่ายรูป ไม่ได้ไปชมส่วนที่เป็นความรู้ คือ Science & Conservation

เราไปที่สถานีรถใต้ดิน Shepherd’s Bush Market เจ้าหน้าที่ช่วยให้เราซื้อตั๋ววันจากตู้จำหน่ายตั๋ว คนละ ๑๒ ปอนด์ แล้วนั่งรถใต้ดินสาย City Line ไปสถานี Hammersmith ต่อสาย District Line (สีเขียว) ไปสถานี Kew Gardens แล้วเดินไปอีกประมาณ ๓๐๐ เมตร ถึงประตู Victoria Gate ของสวนสาธารณะคิว ไปถึงยังไม่ ๑๐ น. ประตูยังไม่เปิด มีคนไปรอประมาณ ๓๐ คน

ค่าเข้าชมคนละ ๑๕ ปอนด์ เรากะไปชมเรือนกระจก ๓ ที่ แต่ไปโดนนะจังงังที่หน้าเรือนกระจกใหญ่ ที่สุด ที่มีการจัดแสดงดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิหลากชนิดสวยงามมาก โดยดาวเด่นคือทิวลิปหลากสีหลากชนิด

เราเน้นไปชมอาคารเรือนกระจก ๓ แห่ง แห่งแรกสร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ ๑๙ ยังใช้ได้จนปัจจุบัน มีต้นไม้เมืองร้อนชื้น และมีทางเดินเหนือยอดไม้ให้เดินขึ้นไปดูด้วย แห่งที่ ๒ ที่เราเข้าไปดูชื่อ Princess of Wales Conservatory มีต้นไม้จากหลายโซนของโลก ทั้งแหล่งทะเลทราย ไปถึงไม้ในที่ลุ่มมีน้ำขัง

เราไปกินอาหารเที่ยงที่ร้านอาหาร แล้วเดินไปทางประตูวิกตอเรีย โดยระหว่างทางในสวนก็แวะ นั่งพักบ้าง แวะถ่ายรูปบ้าง ได้พักผ่อนจิตใจ ได้รับความสดชื่น และได้ออกกำลังขา เรากลับไปนอนพักเอาแรง ที่โรงแรม

พอสองทุ่ม (ยังสว่างอยู่) ก็ชวนกันออกไปชม London Eye โดยนั่งรถไฟสาย Central Line จากสถานี Shepherd’s Bush ไปต่อ Jubilee Line ที่สถานี Bond Street นั่งไปขึ้นที่สถานี Waterloo ซึ่งขึ้นแล้วต้องเดินไป ตามทางที่มีป้ายบอกทาง ว่าไป London Eye ไปถึงมืดแล้ว เวลาประมาณสามทุ่ม เดินไปตาม Jubilee Garden ไปขึ้นลิฟท์ ไปเดินชมวิวแม่น้ำยามค่ำบนสะพานคนเดิน ข้ามแม่น้ำเทมส์ ไปลงรถใต้ดินสาย Bakerloo ที่สถานี Embankment ไปเปลี่ยนเป็นสาย Central Line ที่ Oxford Circus เพื่อไป Shepherd’s Bush ถึงโรงแรมสี่ทุ่ม

อุณหภูมิตอนเช้าตอนเราออกจากโรงแรม ๖ องศา ขากลับเวลาประมาณบ่ายสามโมง ๑๒ องศา ตอนค่ำ ๑๑ องศา แต่หนาวเพราะลมแรง

วันนี้ผมเดินรวม ๑๗ ก.ม. สาวน้อย ๑๓ ก.ม. มากไม่น่าเชื่อ นี่คือประโยชน์อย่างหนึ่งของการเที่ยว แบบของเรา ที่ไม่ใช้บริการทัวร์ เราได้เดินมาก เป็นการออกกำลัง เท่ากับได้ทดสอบความแข็งแรงของร่างกาย ด้วย




ฉลองฤดูใบไม้ผลิที่ Kew Gardens


Tulipa .Purple Dream.


Tulipa .Exotic Emperor.

Tulipa .Sanne. ขาวล้วนดอกซ้อน

Viola .Prince Henry.

แปลงธงชาติอังกฤษ

ปรงน้ำเงินในเรือนกระจกเขตร้อนชื้น ถ่ายจากที่เดินชมจากมุมสูง

มุมที่เราชินตา

บรรยากาศที่ผมชอบ

Daffodil สีขาว

Pelargonium anglerianum

Pachypodium lamerii ไม้จากมาดากัสการ์

กระบองเพชร

กระบองเพชรออกดอก

กระบองเพชรชนิดไม่เป็นกระบองออกดอก

Cherry

ใต้ไม้ใหญ่

ถึงแล้ว London Eye

สองฝั่งน้ำเทมส์ ถ่ายจากสะพานคนเดิน



วิจารณ์ พานิช

๒๘ เมษายน ๒๕๕๘

ห้อง ๓๐๒ โรงแรม ibis London Shepherd’s Bush


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)