พุทธศาสนา, การเชื่อคนง่าย และสังคมไทยสมัยใหม่

สัก 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา จะมีรูปพระซึ่งก่อให้เกิดความฉงนสนเท่ห์ต่อสื่อสังคมไทยเป็นอย่างมาก ในกลางภาพจะมีรูปพระที่เป็นที่นับถือมากในอดีต ก็คือหลวงปู่แหวน ที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ ซึ่งไม่ใช่ในหิ้งพระ แต่อยู่กลางอากาศ ถึงแม้ว่าจะดูฉงน แต่ก็ไม่ใช่เป็นความวิเศษ เพราะใครก็ตามแต่ที่เคยใช้โปรแกรม Photoshop มาอย่างโชกโชน สามารถจะบอกได้ว่ารูปภาพที่อ้างขึ้นโดยนักบินเป็นสิ่งที่ถูกปรุงแต่ง สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจก็คือจำนวนประชาชนที่พร้อมที่จะเชื่อสิ่งที่ปลอมที่เห็นได้ชัดเจนในระดับพื้นๆ ซึ่งแสดงให้เห็นโดยคนเป็นหมื่นๆคนชอบภาพนี้ และมีคนนับเป็นร้อยที่สรรเสริญปรากฏการณ์ที่ผิดเหล่านี้ ถึงแม้จะตื่นตระหนัก แต่ก็ไม่น่าแปลกใจอะไร ถ้าเกิดขึ้นในประเทศไทย ที่มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ยอมรับจากกราชการ และประมาณ 95 % ของประชากรก็เป็นชาวพุทธ สิ่งที่เกี่ยวข้องนี้ทั้งหมดอาจก่อให้เกิดการสงสัยได้ เมื่อรูปของหลวงปู่แหวนได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นของปลอม หลายคนจะกล่าวว่า “มันเป็นสิ่งที่ดีนะ ไม่มีอันตรายใดๆ เป็นแรงจูงใจที่ดี” แต่นั้นก็เป็นปัญหาจริงๆ สิ่งใดก็ตาม ถ้าเกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธแล้ว แม้ว่าจะมีการพิสูจน์น้อย แต่สิ่งนั้นก็ได้รับความเชื่อถือว่าจริง เพราะศรัทธาในความน่าเชื่อถือ และจริยธรรมในพุทธศาสนานั่นเอง

สิ่งนี้เป็นความจริงกับการสอนแบบเฉพาะของพระไทย และชีตลอดหลายปีที่ผ่านมาด้วย เช่น การสอนของแม่ชี Tossaporn ที่ใช้ Skype ในการทำนายกุศลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และเป็นไปของ Steve jobs หลังจากที่เขาตายไปแล้วด้วย แต่พระสื่อสังคมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคงไม่มีใครเกินพระ V. Vajiramedhi ซึ่งท่านมีคนติดตามประมาณ 1.1 ล้านคนในโปรแกรม Twitter ก็มักจะกล่าวว่า “จงอย่าเชื่อในวิทยาศาสตร์” จงอย่าใช้ตรรกะไปคุกขามผู้อื่น

ความเชื่อที่ผิดๆยังคงหลงเหลืออยู่ในโลกนี้ ในนามของความหลอกลวง, มายาคติและไสยศาสตร์ และพวกนี้ง่ายต่อการเปิดเผย และทำให้กระจ่างโดยข้อเท็จจริง แต่สิ่งนี้ไม่ใช่กรณีในประเทศไทย ประเทศนี้เป็นประเทศที่ง่ายที่จะชอบธรรมมากกว่าความรับผิดชอบ และดูเหมือนว่าชอบธรรมก็เพียงพอแล้ว

ประเทศไทยติดแน่นอยู่กับพุทธศาสนามาช้านาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมหลัก ความรับผิดชอบต่อพุทธศาสนาอยู่ที่การเข้าร่วมพิธีกรรมต่างๆ และรายการทีวีเพื่อเยาวชน (สิ่งนี้จะรวมการสอนพุทธศาสนาในชั้นเรียนในหลักสูตรทั่วไป ซึ่งคนที่ไม่ใช่ชาวพุทธต้องศึกษาด้วย) ในการสนทนาจะมีคำที่พระใช้ เพื่อแสดงความเคารพต่อพระโดยฆราวาส เช่น ฉัน แทนคำว่า กิน ทีวีโชว์ของไทย เช่น Father Ted และ มวลหมู่พระ จะไม่สามารถจิตนาการได้เลย ในประเทศ ที่มีหนังเกี่ยวกับพระที่กำลังเล่นจานบินที่บังคับด้วยรีโมตคอนโทรล ถ้ามีหนังเหล่านี้จะถูกเซ็นเซอร์ พวกเราสามารถจะโต้เถียงกันได้ทั้งวัน แต่การกระตุ้นให้ประชาชนทำความดีผ่านศรัทธาเป็นเรื่องหนึ่ง และการทำให้ประชาชนเป็นคนเคร่งศาสนาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

มันเรื่องธรรมดาในประเทศไทย ที่พระหลายรูปจะแหกประเพณีเดิมๆ พวกเขาจะเป็นผู้ประท้วงข้างถนน, ดาราทางทวิตเตอร์, และผู้ที่ได้รับเชิญไปออกทีวี มันเรื่องที่หนักหนาสาหัสในการเกี่ยวข้องกับทางโลก กับผู้ชายที่มุ่งไปหาความสงบในนามของสันติภาพและพระนิพพาน? (พูดง่ายๆก็คือพระที่มุ่งหวังพระนิพพาน แต่อยากใช้วิถีแบบโลกๆอยู่) วัด Dhammakaya (ซึ่งการพฤติปฏิบัติยังเป็นสิ่งที่น่าสงสัยและเป็นที่สนใจของสาธารณะ) ไม่เคยถูกตรวจสอบโดยราชการ และยังมีกลุ่มที่เข้าร่วม และมีขนาดใหญ่อีกด้วย

เมื่อปีที่แล้ว เป็นปีที่ยุ่งยากสำหรับพระและวัดวาอารามทั้งหลายจริงๆ ไม่เพียงแต่ Suthep Thaugsuban (ที่นำกองทัพ PRDC ประท้วงอดีตรัฐบาลของ Yingluck Shinawatra) ที่ต่อมาของได้บวชเป็นพระหลังจากการรัฐประหาร ก็ได้อยู่กับปกหน้าของ Lips Magazine รวมทั้งพระอื่นๆได้อยู่บนข่าวเป็นประจำ เช่น เจ้าอาวาสขี้เมาได้ชนรถปิคอัพ และก่อนหน้านั้นก็มีพระขี้โกรธตบหัวครูอังกฤษบนรถไฟ

ประเด็นที่เกี่ยวกับพฤติกรรมที่เลวของพระมากมายเช่นนี้ทำให้ราชการต้องเปิดสายทางด่วนพิเศษขึ้น

ถึงแม้ว่าเรื่องที่น่าอับอายเหล่านี้จะสะเทือนศรัทธาของชาวพุทธอยู่บ้าง ในทางตรงกันข้าม สิ่งเหล่านี้ก็แสดงให้เราเห็นว่าพระก็เป็นมนุษย์ และพวกเขาก็สามารถทำสิ่งผิดๆได้ ชาวพุทธไทยหลายคนจะถูกหลอกได้ง่าย เพียงเพราะเรื่องราวเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องพระศาสนา ศรัทธาปกป้องความสงสัยที่มีต่อเหตุผล (กล่าวให้ง่ายก็คือ คนที่มีศรัทธาจะไม่เชื่อในเรื่องเหตุผล) ความจริงแล้ว ก็ไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น พวกเราต้องการสังคมที่มีการพิสูจน์มากกว่าสังคมที่ไม่ค่อยจะมีการพิสูจน์ คนไทยต้องมีความมั่นใจว่าทุกสิ่งสามารถวิพากษ์ได้ และตั้งคำถามได้ การวิพากษ์หรือการตั้งคำถาม มิใช่พอทำแล้วจะกลายเป็นบาป เหตุผลและการเคร่งศาสนาไม่จำเป็นต้องเดินคู่กันเสมอไป แต่สังคมไทยสมัยใหม่จำเป็นต้องหาทางให้ได้ (ทำเหตุผลให้กลายเป็นเคร่งศาสนา มิใช่การเคร่งศาสนา แต่ไม่มีเหตุผล)

บางส่วนมาจาก

Thitipol Panyalimpanun. Buddhism, credulity and modern Thai society

http://asiancorrespondent.com/129651/buddhism-credulity-and-modern-thai-society/

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจารณ์เพลง หนัง หนังสือ และสังคมร่วมสมัย



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ประเทศนี้..ประชาชนส่วนใหญ่..เกลียดปลาไหล แต่กินน้ำแกง เจ้าค่ะ...

เขียนเมื่อ 

พี่เรียกมันว่า "ความงมงาย"

เจอทุกวันในห้องตรวจโรค

พี่ว่า (ขอโทษนะคะ) มันวกกลับมาที่การศึกษานะ