(บันทึก)..ดอกไม้ที่ฝากมา...กับ แกลลอลี่ชีวิตวันนี้

ยายธี
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ดอกไม้..ที่ฝากมา

ที่เห็นขึ้นอยู่ระหว่าง ซอกผนังตึดและทางเดินเท้า..

เห็นตั้งแต่ต้นเล็กๆ

จนมีดอก...เป็นช่อสวย น่าดู ..เมื่อไหวโอนตอนต้องลม

ดอกไม้...ที่ฝากมา

มันอยู่ในแจกัน...มองหาคุณค่า.. กันและกัน...กับความจอมปลอม...

กระดาษชิ้นนั้น...เขาส่งกันต่อๆมา..ในไลน์...มีความว่า

" เดี๋ยวก็วัน เดี๋ยว ก็ คืน.....เดี๋ยว ก็ สาย เดี๋ยวก็ ตาย ......เดี๋ยวก็ลำบาก เดี๋ยวก็สบาย.....

เดี๋ยว ก็ ร้าย เดี๋ยวก็ ดี...เดี๋ยวต้องไปสู้..โลกหน้า....เดี๋ยวต้อง ลา จากโลกนี้....รีบเร่งทำ แต่ความดี...

อย่า รอรี....ว่าเดี๋ยวทำ.....(doing fix)...

ดอกไม้ที่ฝากมา...กับ..คำว่า doing fix...

"ร่วมด้วย ช่วยกัน รักษ์ ตน และ รักษ์..สิ่งแวดล้อม...ชักชวนกันเชิดชูสิ่งดีๆ..เพื่อโลกนี้..ที่มีอยู่..ร่วมกัน..คนสัตว์มนุษย์ต้นไม้..ดินน้ำลมไฟ

ไม่เบียดเบียนแลใช้คำว่าเจ้าเข้าเจ้าของ..กับธรรมชาติที่เรามีอยู่ร่วมกัน..."

ท่านที่รักและเคารพทุกๆท่านที่ผ่านเข้ามา..กับ ดอกไม้ที่ฝากมา..ในแกลลอลี่ชีวิตวันนี้...และคำว่า doing fix

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บล็อกของยายธี



ความเห็น (9)

* ภาพดอกไม้สีสดใสสดชื่นมากๆ ขอบคุณค่ะ...

* เก็บภาพดอกบัวสีบานยามเช้าที่บ้านมาฝากค่ะ

เขียนเมื่อ 

I have been thinking about Man and Nature. I think we(Man) have now passed the boundary (in meanings) of the word Nature. When we say "Nature" we can only mean (a type of) 'habitat' with trees and some wildlife. No longer, we have 'Nature' as untouched geo-ecological systems. We have modified/created new Nature (or new Wilderness) beyond natural selection and natural evolution.

Sad (Sigh!) that we have now tipped over from 'conservation' to 'recreation' of Nature.

Is this also 'doing fix'?

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณ Sr. doing fix แปลว่า อย่ารีรอว่า..เดี๋ยวทำ...

(ยายธีเป็นคนขี้เกียจ..ชอบผลัดวันประกันพรุ่ง)...อ่านข้อความที่เพื่อนส่งมาทางไลน์..ไม่ทราบว่าต้นฉบับเป็นของใคร...เห็นว่าดีก็เลยแชร์มาเป็นข้อคิดให้แก่ตน..(เอง)...

เรื่องของธรรมชาติ..คือเรื่องของตน..เพราะเป็นธรรมดาๆในธรรม...ที่..บรรลุได้ด้วยตน..คือสิทธารถะ..และท่านได้บรรยายไว้แจ่มแจ้ง...เดี๋ยวนี้..อ่านได้..หาข้อมูลได้รวดเร็วเก็บได้มากมาย(หากมีปัญญาเก็บข้อมูลทางคอมพิวเตอร์อะไรๆทำนองนั้น)....ใครคือสิทธารถะ....(มีข้อสรุป..ว่า..อย่า..เชื่อ...อย่าอ้างอิงเป็นต้น)...ท่านคือผู้รู้เท่านั้น..ที่เตือนตนได้...(มิใช่ผู้อื่นใด)...(เข้าใจว่าอย่างนั้น)...ที่ขึ้นต้นด้วย อัตตา และอนัตตา...

จบด้วย..การเวียนว่ายตายเกิด..(ระบบ..ที่มีอยู่..เป็นอสงไขยแห่งเวลา)..วัฏรสงสาร..

อันมี อนิจัง..ความไม่เที่ยง..คือความไม่น่ายึดติด...เพราะเรามีอารมณ์เป็นที่ตั้ง...รักโลภโกธรหลง...หาก..พอดีได้...ชีวิตก็มีอิสระ..มีความสงบเป็นที่ตั้งสติเป็นสิ่งยืดหยุ่นในจินตนาการแห่งปัญญา..มีศีลเป็นเครื่องช่วย

(หากเราพิจารณาและวิเคราะห์ได้...สิทธารธะ..ท่านคือ..คนธรรมดาในธรรมชาติ...ที่รู้และบรรลุถึงธรรม..อันเป็นคำสั่งสอนที่ตกทอดมาจนบัดนี้..เป็นบทเรียนที่ยากลำบาก...เพราะผู้สอน..นั้นคือตน..(มิใช่อื่นไกล)...และต้องปฏิบัติเท่านั้น..จึงจะรู้แจ้ง...เห็นจริง)...

ที่เขียนๆมานี้.(ตั้งแต่เริ่มแรกในโกทูโน)ก็..เป็นเพียงความเข้าใจเบื้องต้น..บทตอนที่เขียนๆมา...ก็เป็นเพียงบทสัมผัส..แห่งกาลเวลา....ที่เป็นคำถามๆตน..และต้องตอบโจทย์ให้ แก่ตนให้ได้..(ก็เท่านั้น) ...

จะได้รึไม่ได้..คงเป็น..ปริญ(ยา)..สุดท้าย..โอสถ..แห่งชีวิต..(กระมัง...5)...

เขียนเมื่อ 

สวยงามมากๆๆค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ..ดร.เปิ้ล..ดอกไม้นี้ไม่ทราบชื่อ..เห็นอัศจรรย์ใจที่ว่ามันขึ้นและมีดอกสวยๆให้ชมได้อย่างไรกับที่แคบๆเพียงไม่กี่มิลิเมตรซอกตึก..ความมหัศจรรย์แห่งชีวิต...นะเจ้าคะ...

เขียนเมื่อ 

ชอบภาพสุดท้ายเลยครับ

สีสดมากๆ

คุณยายสบายดีนะครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์ ขจิต ดอกไม้ที่ชอบ ต้นตระกูล มาจาก จีน มา โต ในเยอรมัน..นานโข มีชื่อที่เรียกเป็นฝรั่ง ลาติน เพราะฝรั่งเป็นคนตั้งชื่อ...คามิเลียน เขียนเป็น ภาษาไทย ( ขณะเขียน ยังนึกไม่ออก เขียนอย่างไร ภาษาอังกฤษ)..แล้วเมืองไทย..ปลูกบ้างรึยัง..ยังไม่เคยเห็น..และมีชื่อไทย..หรูๆรึยัง (ไม่รู้)...เรื่องภาษานี่มัน..ยาก(ส์)จังนะ...ลืมบอกไป ถามเพื่อนคนจีนไว้ว่าเรียกภาษาจีนว่าอย่างใน..เขาบอก ก็ ลืมแล้ว 55555...

เขียนเมื่อ 

ดิฉันใส่ใจประเด็นมนุษย์กับธรรมชาติ เพราะทุกวันนี้่มนุษย์ล้ำเส้นมากแล้ว มนุษย์รุ่นเราอาจไม่ทันได้รับผล แต่ลูกหลานเราเห็นทีจะหนีไม่พ้น

ยามเช้าดิฉันชอบที่จะเดินดูต้นไม้พรรณไม้ที่เขาพยายามชูช่อชูคอรับอรุณค่ะ

ต้นไม้ตามซอกตึกนี่ละที่ดึงดูดใจดิฉันมาก มันสอนเราว่า ดูเถอะเจ้าช่างพากเพียรที่จะมีชีวิตจริงๆ แล้วมนุษย์อย่างเราจะท้อไปใย

ที่แฟลตในโรงพยาบาล วันหนึ่งดิฉันเห็นยอดเขียวยื่นพ้นขอบตึกออกมาอย่างเริงร่า มุดเข้าไปดูพบว่า ใต้ตึกนั้นมีความชื้นต้นไม้น้อยๆ จึงงอกงามและพยายามยืดยอดออกรับแสง ดิฉันแวะไปมองการเติบโตของเขาทุกวัน ถ่ายภาพไว้ด้วยค่ะแต่หาไม่เจอแล้ว

doing fix...ทำทันที ดีที่สุด ค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ nui.. ดีใจที่มีคนเห็นความเป็นไปอย่างนี้เช่นนี้.กับมนุษย์อย่างเราๆ.เป็นตัวอย่างให้เห็น..อย่างเด่นชัด..ยายธีชอบมองต้นโพธิ์ที่ขึ้นตามซอกทางด่วน..ค่ะ..ในเมืองไทย..

มีรูปป่าในบ้านมาฝากเจ้าค่ะ..