..เด็กหอจอมป่วน...Origin..

เด็กหอ .. Origin ...

ขอบคุณท่อน้ำไทย

สมัยนั้นที่ยังเป็นเด็กวิทยาลัยและอาศัยพักอยู่ในหอพักนักศึกษา ตึกสูงตระหง่าน 5 ชั้น ห้องนอนของฉันอยู่ชั้น 4 โดยระเบียบของหอพักนักศึกษา 3 ทุ่มจะปิดหอทันทีและนักศึกษา รุ่นพี่จะพาสวดมนต์ไหว้พระก่อนเข้าห้องพักตัวเอง ห้องนอนของฉันพักอยู่ด้วยกัน 3 คน เรื่องราวหอพักถ้าใครเคยเป็นนักศึกษาหอใน ก็จะรู้ว่าตัวเองได้สร้างวีรกรรมอะไรไว้บ้างในหอพัก แต่ก็มีหลายคนนะเป็นเด็กเรียนเรียบร้อยอยู่ในระเบียบ ขยันตั้งใจเรียนอ่านหนังสือกันขะมักเขม้น แต่ก็จะมีนักศึกษาบางคนที่จะออกนอกลู่นอกทางบ้างซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีฉันนี่ละ

อันความจริงฉันไม่ชอบเที่ยวกินเหล้าเมายาเหมือนใครๆ นะ แต่ฉันชอบอิสระ ชอบอยู่นอกกรอบ พออยู่ในกรอบมากๆ จะบ้าตายให้ได้ แต่ด้วยเหตุนี้ละฉันจึงเรียนจบไม่ทันเพื่อน ฮาฮาฮา โดยปกติตัวฉันเมื่อเรียนในคาบเสร็จแล้วก็จะรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปหาเพื่อนข้างนอก กินข้าวรอบดึก กินขนมปังสังขยาตอน 5 ทุ่มกับเพื่อน love ยานพาหนะก็คือจักรยาน ปั่นมันยังงั้นละ 2 ปี จนช่ำชองเส้นทางของเมืองขอนแก่นนี้ ใครถามอะไรที่ไหนรู้หมดขนาดหลับตายังนึกภาพออกเลย ซึ่งพวกเพื่อนเด็กเรียน เรียบร้อยทั้งหลายไม่รู้เท่าฉันดอก (เออ เอง เก่ง)

ร้านกินประจำของฉันกันเพื่อนก็จะเป็นร้านขนมปังสังขยาหน้าโรงพยาบาล เจ้านี้อร่อยมาก ขนมปังร้อนๆๆ นึ่งสดๆ ใหม่ๆ พร้อมกับน้ำจิ้มสังขยาสีเขียวหอมกรุ่น ซ่อมชิ้นน้อยค่อยบรรจงจิ้มขนมปังนุ่มด้วยความอ่อนหวานทาบทาด้วยน้ำจิ้มสังขยาสีเขียว บรรจงเอาเข้าปากด้วยความกลมกล่อม เครื่องเคียง คือนมสดอุ่นๆ ดื่มสักอึกเล็กๆ พอคล่องคอ แหมอร่อยเหาะอย่าบอกใครเชียว ใครไม่เคยกินเสียเวลาเกิดต้องไปหากินซะนะจะได้รู้ว่าเป็นอย่างไร แหมพอกินขนมปังสังขยาชุดนี้เสร็จ ก็สบตากับเพื่อนเลิฟปะเราไปกัน ว่าแล้วก็วาดลวดลายบรรจงปั่นจักรยานคู่ใจไปยังหน้าห้องแถวหน้าโรงหนัง ที่นั่นเป็นที่สุดท้ายที่เราจะมีความสุข มันเป็นร้านข้าวต้มกุ้ย สุดดด ยอดดดด...ไปเลย (ไม่รู้ว่าตอนนั้นมันเอาท้องมาจากไหนไปกินกัน ราวกับท้องวัวท้องควาย ไม่เคยกิน) "อุ้ย!! ....ปราง ร้านนี้นะเค้าบอกเลยว่าข้าวต้มกุ้ยสุดยอดที่สุดของเมืองนี้เลย" ท่านผู้อ่านคงพอนึกภาพออกนะว่าข้าวต้มกุ้ยความหมายก็คือข้าวต้มของพวกคนข้างทาง ไม่มีอันจะกินไง แต่ท่านเอ้ย!! กุ้ยๆๆ ที่มานั่งกินที่นี่ขับรถเก๋งมากินเชียวนะ จะบอกให้ "ว้าย !! กุ้ยไฮโซ" ฉันกับเพื่อนหัวเราะคิกคักขณะที่กำลังบรรจงสูบกินข้าวต้มร้อนๆ กับผัดกุ้ยช่าย

"ต้าย !! เธอนี่มันเกือบ 6 ทุ่มแล้วนะนี่"

"นี่ยายปราง แกนี่ตะโกนซะลั่นตกอกตกใจหมดเลย " "6 ทุ่มจะเป็นไรไปห๊ายายปราง"

"ก็ฉันเข้าหอพักไม่ได้นะซิ ตายห่า ตายละ ปะๆๆๆๆ เรารีบกลับกันเถอะ"

"เฮียเก็บตังค์" ไอ้ปุ๊กกี้ตะโกนสั่ง" "เฮ้ย 60 บาท" "เฮียแกก็นักเลงนี่หว่า"ฉันนึกในใจแล้วรีบจ่ายเงิน

แม่คุณเอ้ย!!! พับผ่าให้ตายซิ กลับมาถึงหอพักตอน 6 ทุ่มครึ่ง จะมุดเข้าหอพักยังไงนี้ ฉันเดินอ้อมหอพัก อ้อมไปอ้อมมาหาช่องทางที่จะเข้าไปก็ไม่มี ฉันก็เลยนั่งจับเจ่าอยู่ตรงแถวๆห้องน้ำ อ้อลืมบอกลักษณะของหอพักไปเดี๋ยวท่านผู้อ่านจะนึกภาพไม่ออก หอพักนี้สูง 5 ชั้น ประตูมีเข้าสองด้านคือด้านหน้าและด้านหลัง หอพักจะเป็น 2 ฝากฝั่ง ตรงกลางเป็นลานโล่ง ห้องน้ำห้องอาบน้ำจะเป็นห้องน้ำรวมอยู่แต่ละชั้น มันจะอยู่ด้านหลังหอพัก ฉันก็นั่งจับเจ่าอยู่ตรงนี้แหละ เพราะมันเป็นมุมมืดพอหลบยาม หลบครูเวรได้ดี แหงนหน้ามองฟ้ามองตึกอย่างเศร้าใจและหมดหวัง จะแอบตัวรั้วตะแกรงเหล็กมุดเข้าไปก็คงใช้เวลานาน และเสียงมันก็จะดังแกรกๆๆๆๆ แล้วคนก็ก็จะมาเห็นฉันเป็นแน่ มองนั่นมองนี้มองไปมองมาก็เห็นหน้าต่างห้องน้ำชั้น 3 เปิดค้างไว้บานหนึ่ง "ปิ๊งแว๊บเข้ามาในสมองน้อยๆทันที" ฉันมีความหวังแล้ว ฉันจึงรีบเอาจักรยานไปซ่อนไว้ตรงพุ่มไม้ข้างหอพัก รีบถอดรองเท้าผ้าใบ เอาเชือกของมันมาผูกห้อยไว้ที่เอวอย่างแน่นหนา สองมือน้อยๆ กับสองเท้าเปล่าคว้าหมับที่ท่อน้ำขนาด 5 นิ้ว

"ฮาฮา มือน้อยๆแต่เหนียวนะเว้ย" ฉันนึกในใจ แล้วก็เริ่มปฏิบัติการปีนท่อน้ำ ซึ่งมันไม่ง่ายนักนะเพราะท่อน้ำมันก็เกลี้ยงๆ ลื่นๆ อยู่บ้าง "ฮุ๊ๆๆๆ เป็นนินจาฮาโตริแล้วฉัน" แอบขำอยู่ในใจ มือน้อยๆ ก็พยายามยืด เหยียด เท้าน้อยๆก็คอยพยุงดันไว้ไม่ให้ลื่นลงมา โอท่านก็จะผ่านแต่ละชั้นได้เหนื่อยนะ บ่องตงๆๆ เพราะระยะห่างแต่ละชั้นมัน 3 เมตรเชียวนะ ดีหน่อยที่ห้องน้ำแต่ละชั้นมีระเบียงเล็กไว้พอให้ฉันได้ยืนพักบ้าง ท่านเอ้ย!! พอปีนขึ้นชั้น 2 ได้ไม่อยากมองลงข้างล่างเล๊ย !! ให้ตายซิ พอมาถึงชั้นนี้ทำให้ฉันนึกถึงการ์ตูนขายหัวเราะที่นักวาดเขาชอบแซวคนเล่นชู้ คุณภรรยานอนคลุมผ้าอยู่บนเตียง คุณสามีเปิดประตูเข้ามา ส่วนคุณชู้ก็ยืนแอบหอบผ้าอยู่บนระเบียงเล็กๆ ในใจก็หวั่นๆว่าไอ้คุณสามีจะเห็น หัวใจของฉันก็ประมาณนั้นเลยละกลัวยามเห็น กลัวครูเห็น กลัวได้ขึ้นห้องปกครอง ตาย ตาย แน่ๆๆ

ฮืมมม.... ฝันใกล้เป็นจริงแล้วอีกนิดเดียว อีกชั้นเดียว มือจ๋าเท้าจ๋าอย่าพึ่งอ่อนแรงนะ สู้ด้วยกันนะจ๊ะ นะจ๊ะ มองมองไปข้างบนซิ อย่ามองข้างล่าง อย่ามอง สู้ๆๆๆ ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆๆ 2-3 ที มือที่สั่นระริกเพราะต้องรั้งน้ำหนักตัวไว้ เท้าก็ระบมปวดเพราะมันต้องคอยรับน้ำหนักยันตัวของฉันไว้ "ไอ้เพื่อนยาก สู้นะเว้ย ใกล้แล้ว" เหลือเพียงอีกคืบเดียวก็จับขอบระเบียง 3 แล้ว ขณะที่เท้ากับมือยันตัวไว้มืออีกข้างก็สาวถึงขอบระเบียง โอวๆๆๆ หัวใจฉันมีพลังอย่างไม่น่าเชื่อ สองมือน้อยจับขอบระเบียงแล้ว สำเร็จ วู้ๆๆๆๆๆ (เยสๆๆๆ พร้อมท่าสะใจ)ความเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้งเลย ขอบใจนะหน้าต่างจ๋าที่เธอเปิดรอฉันอยู่ ขอบใจนะท่อน้ำจ๋าที่เธอพาฉันมาถึงนี่ได้ ขอบใจนะจ๊ะมือและเท้าแสนดีของฉันที่พาฉันมาถึงที่นี่ได้ เอาละวันนี้เราก็จะได้นอนพร้อมกันอย่างมีความสุข นะจ๊ะ นะจ๊ะ ขณะที่ฉันก้าวขาข้ามหน้าต่าง

"อ้าว น้อง...น้อง..มะปรางเธอมาจากไหน" "ทำไม ทำไมสภาพเป็นแบบนี้ละ" รุ่นพี่สตาฟมาฉิ๊งฉ่องพอดี จ๊ะเอ๋กันอย่างจัง ฉันก็ต๊กใจไม่น้อยไปกว่าเธอ

ฮาฮาฮา ฉันยิ้มแหยๆๆๆ "เดี๋ยวปรางไปล้างมือก่อนนะคะมันเปื้อน" (ไอ้บ้ามะปรางเอ้ย ไม่ใช่แค่มือหรอกที่เปื้อนดำ เสื้อผ้า หน้าตาแก่ก็ดำ เพราะแกถากท่อน้ำมาซะตั้งสูง) ไม่มีคำตอบใดจากฉัน รุ่นพี่คนนั้นก็คงมีคำถามมากมายคาใจอยู่ไม่หายจนบัดนี้ละ "ขอบคุณท่อน้ำไทย ที่ทำให้ฉันได้นอนบนที่นอนอันนุ่มนวลในวันนี้" หลังจากนั้นเป็นต้นมา ฉันไม่กลัวแล้วปิดหอพัก สบายมากสำหรับฉัน และหลังจากนั้นมาก็มีคนทำเหมือนฉันเช่นกัน (ให้ตายซิ ฉันเป็น Original !!! ).

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน The Diary



ความเห็น (0)