การสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็นอีกอย่างหนึ่งคือการนำเสนอในสิ่งที่ดี
ทุก ๆ คนในปัจจุบันเรียนรู้เป็น
เพราะเรามีตา มีหู มีจมูก มีลิ้น มีกายและมีใจ หรือแม้แต่บุคคลผู้ซึ่งพิการมาตั้งแต่กำเนิด เทคโนโลยีก็ช่วยเสริมอายตนะ ให้เขาเรียนรู้ได้
สิ่งที่ต้องคิดต่อและเติมให้เต็ม คือเราจะเอาอะไรใส่ไปในอายตนะเหล่านั้น
ปัจจุบัน "สื่อ" ถูกครอบครองด้วย "ผลประโยชน์"
ทุก ๆ อย่างที่บอก ที่สอนกัน ก็ล้วนแต่มีผลประโยชน์แอบแฝง
สิ่งดี ๆ สิ่งที่บริสุทธิ์จึงมีน้อยมากที่จะให้เราได้เรียนรู้
สิ่งที่ดี ๆ บางครั้งมันก็ไม่ตื่นเต้นเหมือนกับสิ่งที่ร้าย ๆ เพราะเมื่อนำเสนอคราวหน้าก็กระตุ้นหัวใจคนและสังคมได้เหลือคณา
ดังนั้นผู้ที่จะนำเสนอสิ่งดี ๆ ต้องหนักแน่น เข้มแข็ง และอดทน เพราะบางครั้งอาจจะไม่มีคนที่มาสนใจในสิ่งที่เรานำเสนอเลย
แต่นั้นก็ไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะการทำดี สิ่งที่ได้กลับมาก็คือได้ "ทำดี"
เราต้องก้าวผ่าน "โลกธรรม" เสียงชม เสียงสรรเสริญ ดอกไม้ กำลังใจ เราก้าวข้ามผ่านและพ้นไป ขอให้จิตใจตั้งมั่นในความดี...
การทำความดีต้องใช้ความเพียร และความอดทน
ความเพียรและความอดทนนี้และจะสร้างคนให้มีสมาธิ และปัญญา
จิตใจเข้มแข็ง ตั้งมั่น นั้นคือ "สัมมาสมาธิ"
และทุก ๆ ครั้งที่เราตั้งมั่นอยู่ได้ นั่นแหละ "ปัญญา" ของเราจะเกิด
เราจะรู้และเห็นได้ด้วยตนเองว่า เราได้สิ่งที่มีค่ากลับมา มากกว่าคำสรรเสริญหรือนินทา เพราะสิ่งที่มีค่าที่ได้กลับมานั้นคือความสุขใจ
ความสุขใจจากการเป็นผู้ให้เป็นความสุขใจที่บริสุทธิ์
เราต้องให้และเสียสละไปอย่างไม่หวังผลอะไรตอบแทนเลย ให้ด้วยความจริงใจ ให้ ให้ ให้ และให้ไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ
การทำความดีแบบนี้ ต้องทำให้เกิดและมีในสังคมไทยให้มาก ๆ
เริ่มต้นจากตัวเรา เติมเต็มความสุขด้วยการให้ภายในจิตใจ แล้วเราจะได้พบความสุขแท้อันเกษม...
เริ่มต้นที่ตัวเราก่อน...
ขอบคุณข้อคิดเตือนสติค่ะ