เศรษฐกิจจีนปี 2558

เศรษฐกิจจีนปี 2558 อาจโตเพียงร้อยละ 6.9 จากหลายปัญหาที่หยั่งรากลึกฉุดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
ประเด็นสำคัญ• ทางการจีนกำหนดเป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2558 ไว้ที่ร้อยละ 7.0 ซึ่งต่ำกว่าการเติบโตในปี 2557 ที่ร้อยละ 7.4 สะท้อนความกังวลต่อปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่สะสมต่อเนื่อง และหยั่งรากลึกมากขึ้น• นับตั้งแต่ต้นปี 2558 เศรษฐกิจจีนยังคงส่งสัญญาณชะลอตัวชัดเจนต่อเนื่อง ทำให้จีนน่าจะมีการใช้เครื่องมือต่างๆเพิ่มเติมในการดำเนินนโยบายเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจตลอดทั้งปี 2558 • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า เศรษฐกิจจีนจะขยายตัวได้ต่ำกว่าเป้าหมายของทางการเล็กน้อยที่ร้อยละ 6.9 ซึ่งจะทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2558 เป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในรอบ 25 ปีของจีน ปี 2557 ที่ผ่านมานับเป็นอีกปีที่เศรษฐกิจจีนเติบโตได้เพียงระดับเลขหลักเดียว จากที่เคยเติบโตมากกว่าร้อยละ 10 มาเป็นเวลากว่า 20 ปี โดยขยายตัวร้อยละ 7.4 น้อยกว่าเป้าหมายของทางการเล็กน้อย แต่ถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในรอบ 24 ปีของจีน ท่ามกลางปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้การประชุมสภาปรึกษาการเมืองแห่งชาติจีน (CPPCC) และการประชุมคณะกรรมาธิการถาวรของสภาประชาชนแห่งชาติของจีน (NPC) เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเป็นที่จับตามองของตลาดอย่างมากว่าเศรษฐกิจจีนในปี 2558 จะมีแนวโน้มเป็นอย่างไรจีนกำหนดเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ร้อยละ 7 ท่ามกลางความกังวลต่อปัญหาที่หยั่งรากลึกจากการประชุมสองสภาของจีน ทางการจีนย้ำว่าปี 2558 นับเป็นปีที่สำคัญอีกปีหนึ่งในการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมเชิงลึกและรอบด้าน รวมถึงเป็นปีสุดท้ายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 12 (2554-2558) ของจีน ซึ่งการบรรลุตามแผนฯดังกล่าว ทางการจึงได้กำหนดเป้าหมายสำหรับปี 2558 ไว้ ได้แก่ 1) เศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 7.0 2) อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 3.0 3) การสร้างงานใหม่มากกว่า 10 ล้านตำแหน่ง และรักษาอัตราการว่างงานในเขตเมืองให้อยู่ที่ไม่เกินร้อยละ 4.5 4) มูลค่าการค้าต่างประเทศรวมเติบโตร้อยละ 6 ทั้งนี้ การกำหนดเป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2558 ไว้ที่ร้อยละ 7.0 นั้นนับว่ายังต่ำกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปี 2557 ที่ร้อยละ 7.4 ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในรอบ 24 ปีของจีนด้วย เนื่องมาจากทางการจีนยังมีความกังวลต่อปัญหาทางเศรษฐกิจที่หยั่งรากลึกมากขึ้นในปีนี้ อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันรัฐบาลจีนเริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจในเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ โดยเน้นไปที่เป้าหมายดัชนีอื่นๆซึ่งมีความสำคัญต่อความอยู่ดีกินดีของประชาชนอย่างอัตราเงินเฟ้อ และการสร้างตำแหน่งงานใหม่มากขึ้น นอกเหนือจากการเติบโตของจีดีพีเพียงอย่างเดียว ซึ่งเห็นได้จากในปี 2557 ที่แม้ว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนอาจไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ แต่ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ อัตราการว่างงาน และการสร้างงานใหม่ในเขตเมืองกลับดีกว่าที่ทางการคาดการณ์นับตั้งแต่ต้นปี 2558 เศรษฐกิจจีนยังคงส่งสัญญาณชะลอตัวชัดเจนต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคการผลิตซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ เห็นได้จากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของทางการในเดือนม.ค.-ก.พ. ที่อยู่ในระดับ 49.8 และ 49.9 ตามลำดับ ซึ่งตัวเลข PMI ที่ต่ำกว่า 50 สะท้อนถึงการหดตัวในภาคการผลิต อันเป็นผลจากอุปสงค์ทั้งในและนอกประเทศที่ซบเซา สอดคล้องกับตัวเลขการบริโภคในประเทศที่ขยายตัวอ่อนแรงกว่าที่คาด โดยยอดค้าปลีกในเดือนม.ค.-ก.พ. ชะลอตัวลงต่ำที่สุดในรอบ 9 ปี ขยายตัวที่ร้อยละ 10.8 (YoY) ขณะที่ การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรก็เติบโตเพียงร้อยละ 13.9 (YoY) ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2544 นอกจากนี้ จีนยังกำลังเผชิญกับความเสี่ยงว่าจะเกิดภาวะเงินฝืด แม้ดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือนก.พ.ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 (YoY) ฟื้นตัวจากระดับร้อยละ 0.8 (YoY) ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี เพราะได้แรงหนุนจากความต้องการในประเทศที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน แต่ปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ เศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน ตลอดจนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นขาลงยังเป็นปัจจัยกดดันดัชนีราคาผู้บริโภคของจีนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจจีนจะยังเผชิญหลากหลายความเสี่ยง แต่ด้วยทิศทางการดำเนินนโยบายที่เน้นรักษาระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมไปพร้อมๆกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าจีนน่าจะมีการใช้เครื่องมือต่างๆเพิ่มเติมในการดำเนินนโยบายเพื่อประคับประคองให้เศรษฐกิจสามารถขยายตัวได้ในปี 2558 โดยยึดแนวทางการใช้นโยบายการเงินแบบระมัดระวัง และนโยบายการคลังเชิงรุกควบคู่กันไป ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ธนาคารกลางของจีนได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปแล้วถึง 2 ครั้งภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน และได้กำหนดเป้าหมายยอดขาดดุลงบประมาณในปี 2558 เป็นมูลค่า 1.62 ล้านล้านหยวน หรือคิดเป็นร้อยละ 2.3 ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.8 ของจีดีพีในปี 2557 ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าเศรษฐกิจจีนในปี 2558 จะขยายตัวได้ต่ำกว่าเป้าหมายของทางการเล็กน้อยที่ร้อยละ 6.9 ซึ่งจะทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2558 กลายเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในรอบ 25 ปีของจีน อย่างไรก็ดี ในระยะข้างหน้า ตลาดยังต้องจับตาประเด็นต่างๆที่อาจเป็นตัวฉุดรั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีน อาทิ การจัดการหนี้รัฐบาลท้องถิ่น เสถียรภาพในระบบบการเงิน ความเสี่ยงต่อภาวะเงินฝืด และภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังซบเซา การเร่งพัฒนาแถบเศรษฐกิจเส้นทางสายไหมใหม่ (Silk Road Economic Belt) และเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 (the 21st Maritime Silk Road) ตามแนวคิด “One Belt and One Road” ที่ผลักดันโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิงขณะเดินทางเยือนประเทศในเอเชียกลางและอาเซียนในปี 2556 นับเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างจีนและประเทศที่รายรอบจีนในภูมิภาคเอเชีย โดยจีนได้จัดตั้งกองทุนเส้นทางสายไหมเป็นจำนวนเงินราว 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนการพัฒนา "One Belt and One Road" ผ่านการปรับปรุงเส้นทางคมนาคมและการค้าในเอเชีย ซึ่งสอดรับกับการที่จีนได้ประกาศยกระดับความตกลงการค้าเสรีระหว่างจีน และอาเซียน (China - ASEAN FTA) ในการประชุมสภาครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ จีนยังมีแผนเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมในประเทศตามยุทธศาสตร์ “Made in China 2025” จากในปัจจุบันที่การผลิตส่วนใหญ่ของจีนเป็นรูปแบบของการใช้เครื่องจักรผสมกับแรงงานจำนวนมหาศาล ให้กลายเป็นการผลิตสินค้าที่ใช้เครื่องจักร และเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นหลัก เนื่องมาจากค่าแรงในจีนที่มีแนวโน้มไต่ระดับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไป อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นก็จำเป็นที่จะต้องย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเกิดใหม่อื่นๆที่มีค่าแรงต่ำกว่าจีนเพื่อความอยู่รอด ดังนั้น ปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) จึงเป็นปีเป้าหมายของจีนที่จะเปลี่ยนโฉมสินค้าที่ผลิตในจีน หรือ Made in China ในสายตาของคนทั่วโลกจากสินค้าคุณภาพต่ำเป็นสินค้าที่เน้นเทคโนโลยีขั้นสูง และเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้นทั้งนี้ ในอนาคต หากจีนสามารถก้าวผ่านปัญหาเชิงโครงสร้างที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ กอปรกับการใช้ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่ให้ความสำคัญกับความร่วมมือในภูมิภาคเพื่อการพัฒนาไปพร้อมๆกัน ก็จะเป็นปัจจัยที่ช่วยประคองโมเมนตัมการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในระยะยาว ภายใต้ภูมิทัศน์การค้าการลงทุนที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน starch



ความเห็น (0)