มุมมองความร่วมมือไทย-จีน ด้านการค้าโลก

ประเทศ ไทยและจีนเป็นเพื่อนบ้านมีความสัมพันธ์มายาวนาน ปัจจุบันเราอยู่ในเรือลำเดียวกันของกระบวนการโลกาภิวัตน์ โดยที่การค้าโลกมีบทบาทสำคัญต่อการเจริญรุ่งเรืองของประเทศ และความมั่งคั่งของประชาชน
สองประเทศเป็นหุ้นส่วน เปรียบเสมือนริมฝีปากกับฟันซึ่งต้องพึ่งพาอาศัยกัน คำพังเผยจีน "ฉุนหวังฉื่อหัน" (唇亡齿寒) ซึ่งมีความหมายว่า ริมฝีปากหายไป ฟันก็หนาว แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างริมฝีปากกับฟันฉันใด ไทยกับจีนที่ต้องอยู่ร่วมกันก็เป็นฉันนั้นจากการพัฒนาในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ภายใต้ยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการเปิดประเทศ จีนปัจจุบันนี้กลายเป็นโรงงานและตลาดของโลก โดยได้รับอานิสงส์จาก ทุน เทคโนโลยี ความรู้ การจัดการและตลาด ของทั่วโลก ซึ่งทำให้จีนกลายเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่รองลงมาจากสหรัฐฯ มีบทบาทสูงสุดในการค้าระหว่างประเทศ และลงทุนมากที่สุดในบรรดาประเทศกำลังพัฒนาสำหรับประเทศไทยมีประสบการณ์ จากการได้รับผลประโยชน์ของโลกาภิวัตน์คล้ายคลึงกัน ที่ทำให้ประเทศไทยมีบทบาทที่สำคัญในเวทีการค้าระหว่างประเทศที่ผ่านมาทั้ง 2 ประเทศอาศัยการส่งออกไปสู่ตลาดตะวันตก เป็นยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจทั้งสองประเทศเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
จีนคู่ค้าสำคัญของไทย-อาเซียน

ไทยในฐานะเป็นเศรษฐกิจใหญ่ในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งมีบทบาทเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียและมีผู้บริโภคถึง 500 กว่าล้านคน ปัจจุบันจีนเป็นคู่ค้าที่สำคัญอันดับหนึ่งของอาเซียน ในรอบปีที่ผ่านมา มูลค่าการค้าระหว่างอาเซียนกับจีนแตะหลัก 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 12 ล้านล้านบาท แซงหน้าญี่ปุ่นที่เป็นคู่ค้าใหญ่ สำหรับจีนอาเซียนเป็นคู่ค้าอันดับสาม รองจากสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่ผ่านมาอาเซียนประสบปัญหากับตลาดญี่ปุ่น เนื่องจากไม่เปิดกว้างโดยบริษัทลูกญี่ปุ่นเป็นผู้นำเข้าสินค้าจากอาเซียน เป็นหลัก ขณะที่จีนเปิดกว้างให้อาเซียนไปค้าและลงทุน คาดการณ์ว่า ใน 10 ปีข้างหน้า จีนจะกลายเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ปัจจุบันจีนเป็นตลาดอาเซียนที่ใหญ่กว่าตลาดญี่ปุ่น 3 เท่า และการนำเข้าจากแต่ละประเทศของอาเซียนไปสู่จีนจะเติบโตขึ้นอีกปีละ 30-40 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันจีนเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทยใหญ่เป็นอันดับสอง โดยปี 2554 มีมูลค่าการค้าร่วมกัน 1.7 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 12.6 เปอร์เซ็นต์ สินค้าที่ไทยส่งออกไปจีนในปี 2554 อันดับหนึ่งเป็นยางพารา จำนวน 1.4 แสนล้านบาท อันดับสองเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 1.3 แสนล้านบาท อันดับสามเป็นเคมีภัณฑ์ 8 หมื่นล้านบาทซึ่งสินค้าเหล่านี้ เป็นสินค้าปฐมภูมิและกึ่งสำเร็จรูป ที่จีนในฐานะเป็นโรงงานของโลกนำไปประกอบเป็นสินค้าสำเร็จรูป เพื่อตลาดโลก

ที่มา: http://www.cpthailand.com/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สาระ



ความเห็น (0)