แนวทางการเขียนข้อคิดเห็น
Comment Guidelines 2015
พันเอก มารวย ส่งทานินทร์
18 เมษายน 2558
บทความเรื่อง แนวทางการเขียนข้อคิดเห็น (Comment Guidelines 2015) นำมาจาก 2015 Comment Guidelines (PDF),Baldrige Performance Excellence Program, Examiner Resource Center
ผู้ที่สนใจเอกสารแบบ PowerPoint (PDF file) สามารถ Download ได้ที่ http://www.slideshare.net/maruay/comment-guidelines-2015
วัตถุประสงค์ของรายงานป้อนกลับ
- เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับองค์กรผู้สมัคร
- ระบุจุดแข็งและโอกาสพัฒนา ที่องค์กรผู้สมัครสามารถใช้ประโยชน์ ในการปรับปรุงองค์กรให้สมบูรณ์มากขึ้นต่อไป
ข้อคิดเห็นมี 2 ประเภท
- 1. จุดแข็ง (Strength) ในกรณีของกระบวนการ (Process) คือADLI และผลลัพธ์ (Result) คือLeTCI ที่องค์กรทำได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด
- 2. โอกาสพัฒนา (Opportunity For Improvement - OFI) ในกรณีที่องค์กรทำได้ไม่ครอบคลุม หรือ ไม่ครบถ้วน
Processes (ADLI)
- A = Approachองค์กรใช้วิธีการ (methods) ที่เป็นระบบ (systematic = ordered, repeatable, use of data & information) เหมาะสม (appropriate) มีประสิทธิผล (effectiveness) เป็นกระบวนการสำคัญ (key organizational process) และไม่มีรอยโหว่(GAP)
- D = Deploymentอธิบายการปฏิบัติที่มีความทั่วถึง (breadth) และทุกระดับ (depth) ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีหลักฐานบ่งถึงการนำไปปฏิบัติในหน่วยอื่นขององค์กรด้วย
- L = Learningอธิบายความรู้ ทักษะใหม่ที่ได้จากการประเมิน การศึกษา ทดลอง และนวัตกรรม(innovation) มีวงจรการพัฒนาที่เป็นระบบและใช้ข้อเท็จจริง (PDCA) มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (sharing) มีการเทียบเคียง และฝังตัวอยู่ในกระบวนการทำงาน
- I = Integrationอธิบายถึงความสอดคล้อง (alignment) ของแผน กระบวนการ ข่าวสาร การจัดสรรงบประมาณ การปฏิบัติการ ผลลัพธ์ และการวิเคราะห์ที่ช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย(organizational needs) และมีการประสานกันของหลายหน่วยงาน รวมถึงการเกี่ยวเนื่องกับเกณฑ์หัวข้ออื่นด้วย (other process)
ปัจจัยพิจารณาของกระบวนการ
- แนวทางที่เป็นระบบ (order, repeatable, use data & information, effectiveness)
- แสดงการถ่ายทอดเพื่อนำไปปฏิบัติ (breadth & depth, difference parts)
- มีหลักฐานการเรียนรู้ (improvement circle, sharing, innovation, personal & org. learning)
- บูรณาการ (alignment 3 levels, organization goals, interconnected units)
ใช้ประโยชน์
- ในการเขียนในOFI คือทำอย่างไรผู้สมัครจึงจะได้คะแนนสูงขึ้น(promote)
- และเขียนในStrength ว่าผู้สมัครทำอะไรได้ดีแล้วที่ควรธำรงรักษาไว้ไม่ให้คะแนนลดลง(demote)
Results (LeTCI)
ระดับผลดำเนินการ (Levels)
- แสดงอัตราส่วนที่เหมาะสม
- เทียบกับผลในอดีต การคาดการณ์ และเป้าหมาย (ต่ำกว่า ดีกว่า เป็นเลิศ)
แนวโน้ม (Trends)
- ทิศทางและอัตราการปรับปรุง (เป็นที่น่าพอใจ ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เป็นที่น่าพอใจ)
- จำนวนจุดอ้างอิง (อย่างน้อย 3 จุด)
- ความครอบคลุมในทุกภาคส่วน (มีคำอธิบายรูป)
การเปรียบเทียบ (Comparisons)
- มีความสัมพันธ์ :กับคู่แข่ง การเทียบเคียง หรือผู้นำในอุตสาหกรรมนั้น (ในผลลัพธ์ที่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องมีทุกรูป)
- มีความสม่ำเสมอ
บูรณาการ (Integration)
- สัมพันธ์กับข้อกำหนดของเกณฑ์
- แยกตามกลุ่มที่จัดไว้(Segmentation) (ลูกค้า ผลิตภัณฑ์ บริการ ตลาด กระบวนการ แผนปฏิบัติการในลักษณะองค์กร และหัวข้อกระบวนงาน)
- สนับสนุนแผนปฏิบัติการขององค์กร
- ผลคาดการณ์ในอนาคต
ใช้ประโยชน์
- ในการเขียนในOFI คือทำอย่างไรผู้สมัครจึงจะได้คะแนนสูงขึ้น (promote)
- และเขียนในStrength ว่าผู้สมัครทำอะไรได้ดีแล้วที่ควรธำรงรักษาไว้ไม่ให้คะแนนลดลง(demote) ของผลลัพธ์
ขั้นตอนการตรวจประเมินรายงานเป็นรายบุคคล
- ทบทวน Criteria Requirements
- หา Key Factors
- อ่านรายงานของผู้สมัคร
- บันทึกKey processes & Results
- หาหลักฐานADLI, LeTCI (สรุปสั้น ๆ ไม่ลอกผู้สมัคร)
- ให้คะแนน (ดูจากตาราง)
ขั้นที่ 1. ทบทวนข้อกำหนดของเกณฑ์
- ให้เรียบเรียงใจความสำคัญ(Nugget, or Item main points) ของหัวข้อนั้นใหม่ ตามความเข้าใจที่เป็นภาษาของเราเองให้กระชับได้ใจความ และระลึกไว้ในใจในขณะอ่านแบบประเมินของผู้สมัคร จะได้ไม่ใช้เกณฑ์เสมือนการทำเป็นcheck list
- ทำความเข้าใจของคำถามระดับbasic, overall, multiple
- ระบุคำศัพท์และคำอธิบายที่มีความสำคัญของหัวข้อนั้นๆ
- อ่านหมายเหตุด้วย
ขั้นที่ 2. คัดเลือกปัจจัยสำคัญ
- เริ่มจากหาKF ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับItem
- คัดเลือก4-6 KF ที่มีความสำคัญกับผู้สมัครมากที่สุด
- เรียงลำดับความสำคัญKF ที่สอดคล้องกับระดับวุฒิภาวะของผู้สมัคร (basic, overall, multiple) เช่น ความต้องการของลูกค้า สภาพแวดล้อมการแข่งขัน ความต้องการของบุคลากร แผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการที่สำคัญ เป็นต้น
- เชื่อมโยงKF กับคำถามในหัวข้อต่าง ๆ ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบกับความเป็นตัวตนหรือความท้าทายขององค์กร
ขั้นที่ 3. อ่านรายงานของผู้สมัคร
- มองเป็นองค์รวมของหัวข้อ ไม่ check list ทีละคำถาม
- คิดถึงความสัมพันธ์ของการตอบในหัวข้ออื่น ๆ ด้วย
- เน้นที่กระบวนการสำคัญที่สุดที่ผู้สมัครใช้
- คำนึงถึงความเหมาะสมของวิธีการที่ใช้นั้นกับคำถามของเกณฑ์
- ความมีประสิทธิผลของกระบวนการ
- การบรรลุวัตถุประสงค์
ขั้นที่ 4. วิเคราะห์การตอบสนองต่อเกณฑ์
- ใช้มุมมองที่เพิ่มคุณค่าให้กับผู้สมัคร
- เชื่อมโยงความสัมพันธ์กับหัวข้ออื่น แม้ผู้สมัครจะไม่ได้ระบุไว้
- มองหาข้อมูลข่าวสารที่หายไป
- การยกผลประโยชน์ให้ในกรณีที่ไม่แน่ใจ อย่างสมเหตุสมผล
- ระบุจุดแข็ง และ โอกาสพัฒนา ประมาณ 6 ข้อคิดเห็น
- ลำดับความสำคัญของข้อคิดเห็นขั้นที่
5. เขียนข้อคิดเห็น
- เริ่มต้นด้วยข้อคิดเห็นที่เป็นใจความสำคัญ(Nugget) และหนึ่งข้อคิดเห็นสื่อเพียงความหมายเดียวเท่านั้น
- ตามด้วย 2-3 ตัวอย่าง (Examples)
- ลงท้ายข้อคิดเห็นที่สื่อถึงความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับองค์กรอย่างไร(Relevance)
- จบแต่ละข้อคิดเห็น(Done) ไม่ควรเกิน 75 คำ
- อย่าลืมถามตนเองว่า ผู้สมัครจะเข้าใจ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ ถ้าไม่ ให้ปรับปรุงข้อคิดเห็นใหม่อีกครั้ง
ขั้นที่ 6. ให้คะแนน
- โดยอาศัย แนวทางการให้คะแนน
- ดูเป็นองค์รวม(holistic) ต่อการตอบสนองคำถามของหัวข้อว่าอยู่ระดับใด(basic, overall, multiple)
- คะแนนที่ได้ต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นที่ให้ และหลีกเลี่ยงการหาหลักฐานต่าง ๆ มายืนยันเกินความจำเป็น เนื่องจากผู้สมัครมีเนื้อที่จำกัดในการนำเสนอข้อมูลเชิงประจักษ์อย่างละเอียดละออ
- ช่วงของคะแนนจะสะท้อนวุฒิภาวะการพัฒนาขององค์กร
Value –added Comments สิ่งที่สมควรทำ และ สิ่งที่ไม่สมควรทำ
- แนวทางเรื่องเนื้อหา(Content Guidelines)
- แนวทางเรื่องรูปแบบ(Style Guidelines)
- แนวทางเรื่องการทำรายงาน (Worksheet Guidelines)
สิ่งที่สมควรทำในเรื่องเนื้อหา
- จัดทำข้อคิดเห็นตามระดับวุฒิภาวะของผู้สมัคร คือดูจากข้อกำหนดพื้นฐาน ข้อกำหนดโดยรวม หรือข้อกำหนดย่อย (basic, overall, or multiple Criteria requirements)
- เขียนข้อคิดเห็นที่นำไปปฏิบัติได้และมีคุณค่าต่อผู้สมัครคือ:
- เริ่มประโยคด้วยแก่นความคิด(nugget)
- มีความหมาย (relevance) กับผู้สมัคร
- ยกตัวอย่าง (examples) ประกอบ
- จัดรูปประโยคที่ผู้สมัครอ่านแล้วเข้าใจง่าย
- หนึ่งข้อมีหนึ่งความคิดเห็น (one main idea per comment)
- ยกตัวอย่าง โดยถามตนเองว่า ตัวอย่างใดที่เป็นหลักฐานที่ชัดแจ้ง ( "What examples can I provide from the applicant's response to clarify the strength or opportunity?") ให้ระบุรูปด้วย (ถ้ามี)
- ความเกี่ยวข้องกับผู้สมัคร ให้ดูจากปัจจัยสำคัญ (key factor) โดยในหนึ่งข้อคิดเห็น อ้างปัจจัยเดียวก็เพียงพอ
- ใช้ปัจจัยประเมิน กระบวนการหรือผลลัพธ์(Approach, Deployment, Learning, and Integration [ADLI] or Levels, Trends, Comparisons, and Integration [LeTCI])
- ไม่เพียงบอกกล่าว แสดงให้เห็น (Show, don't just tell) ว่าทำไมข้อคิดเห็นนี้ จึงมีความสำคัญต่อผู้สมัครโดยตรง ( "Why is this comment important for this applicant specifically and not just some generic observation?")
- ใช้เพียงหนึ่งหรือสองปัจจัยการประเมินต่อหนึ่งข้อคิดเห็น
- ใช้ภาษาจากแนวทางการให้คะแนน เพื่อที่ผู้สมัครจะได้รู้วุฒิภาวะของตนเอง เช่น อยู่ในขั้นเริ่มต้นของการนำไปปฏิบัติเกือบทุกหน่วยงาน หรือ มีการนำไปปฏิบัติอย่างทั่วถึง(early stages of deployment in most work units vs. well deployed)
- มีการโยงข้ามหัวข้อ (Items) หรืออ้างอิงถึงโครงร่างองค์กร (Organizational Profile - OP)
- ระวังไม่ให้ข้อคิดเห็นในเรื่องเดียวกันนั้นขัดแย้งกันเอง ทั้งที่อยู่ในหัวข้อเดียวกันหรือที่อยู่ในหัวข้ออื่น
สิ่งที่ไม่สมควรทำในเรื่องเนื้อหา
- กล่าวเกินเลยเกณฑ์ หรือใส่ความคิดเห็นส่วนตัว (beyond the requirements of the Criteria or assert your personal opinions)
- ให้คำแนะนำ เช่น สมควรทำ ("should" or "would")
- ตัดสินความ เช่น ดี ไม่ดี หรือ ไม่เพียงพอ ( "good," "bad," or "inadequate")
- วิจารณ์รูปแบบการเขียนรายงาน (applicant's style of writing or data presentation) ของผู้สมัคร
สิ่งที่สมควรทำในเรื่องรูปแบบ
- ใช้คำสุภาพ มืออาชีพ และเป็นบวก (polite, professional, and positive tone)
- ใช้กาลกิริยาเป็นปัจจุบันและเป็นผู้กระทำ ไม่ใช่ถูกกระทำ ("completes" rather than "is completed")
- ใช้คำศัพท์จากเกณฑ์ ค่านิยมและแนวคิดหลัก และจากแนวทางการให้คะแนน
- สิ่งที่ไม่พบให้ใช้คำว่า ไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ... ("is not clear")
- ใช้สรรพนามเรียกองค์กรที่สมัครว่า ผู้สมัคร ("the applicant") (จะใช้ชื่อจริงก็ต่อเมื่อเป็นรายงานป้อนกลับฉบับจริง ที่ให้กับองค์กรที่สมัคร) หรือสรรพนามอื่นทั่ว ๆ ไป เช่น องค์กร โรงพยาบาล หรือโรงเรียน ("the organization," "the hospital," or "the school district")
- ใช้คำศัพท์ที่ผู้สมัครใช้ เมื่อเห็นว่าเป็นการสมควร
สิ่งที่ไม่สมควรทำในเรื่องรูปแบบ
- การลอกเลียนแบบ (Parrot) จากรายงานผู้สมัคร หรือนำมาจากเกณฑ์ พยายามใช้เท่าที่จำเป็น ให้ใช้สารสนเทศที่เกิดคุณค่ากับผู้สมัครจะดีกว่า
- การใช้คำศัพท์เฉพาะ (jargon or acronyms)
สิ่งที่ควรทำเมื่อจัดทำรายงาน
- คัดปัจจัยสำคัญ 4-6 ข้อ (four to six key factors) ในแต่ละหัวข้อ (Item) และอ้างอิงเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่ต้องนำมาทั้งพวง ( one or two of the strategic challenges rather than all strategic challenges)
- ให้ข้อคิดเห็น 4-6 ข้อต่อหนึ่งหัวข้อ (around six feedback-ready comments per item) ที่มีความสำคัญที่สุดและตรงกับระดับวุฒิภาวะของผู้สมัครตามปัจจัยการประเมิน (ADLI or LeTCI)
- ให้มั่นใจว่าคะแนนที่ให้ เหมาะสมกับข้อคิดเห็นทั้งจำนวนและเนื้อหา (Ensure that the item's score is supported by the comments—both in number of comments and content of comments)
- ใส่ข้อคิดเห็นตามหัวข้อของเกณฑ์ ไม่ใช่ใส่ตามที่อยู่ในรายงานของผู้สมัคร
- ลำดับข้อคิดเห็นตามความสำคัญ ไม่ใช่ใส่ตามลำดับของหัวข้อ
Comment Samples
ข้อคิดเห็นกระบวนการ
- จุดแข็ง/โอกาสพัฒนา ให้เรียงตามลำดับความสำคัญ
- แก่นของข้อคิดเห็น ให้ใช้ในตอนเริ่มต้นประโยค
- ยกตัวอย่างประกอบ 1-2 ตัวอย่าง ที่ช่วยระบุปัจจัยในการประเมินที่สำคัญ(approach, deployment, learning, or integration)
- จำกัดแต่ละข้อคิดเห็นที่ 75 คำ หรือไม่เกิน 500 ตัวอักษร
จุดแข็งของกระบวนการ
- 5.1ข(1) ระบบคณะกรรมการความปลอดภัย ที่ประกอบด้วยกรรมการบริหารจากแต่ละสถานที่ สนับสนุนการดูแลด้านสุขภาพความปลอดภัย และการรักษาความปลอดภัยของพนักงาน (แก่นและความเกี่ยวข้อง) โดยผ่านการตรวจสอบของระบบและนโยบายสิ่งอำนวยความสะดวก ที่มีวิธีการและมาตรการที่เป็นการปฏิบัติที่ดีที่สุด มีทีมงานความร่วมมือในการดูแลและระบบการวัดประสิทธิภาพ (APEX) เสริมสร้างระบบที่มุ่งเน้นสิ่งอำนวยความสะดวก ในการตอบสนองสุขภาพแรงงาน และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่สำคัญ (ตัวอย่าง)
โอกาสพัฒนาของกระบวนการ
- 5.1ก,ข วิธีการของผู้สมัครในการจัดการความสามารถและความพอเพียงของบุคลากร รวมถึงการรักษาความปลอดภัยและบรรยากาศการทำงานไม่ได้รวมกลุ่มแพทย์ไว้ (แก่น) ไม่ปรากฏว่ามีการประเมินความสามารถของแพทย์ต่อความต้องการด้านบุคลากรของสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้มาใหม่ ไม่ชัดเจนว่าแพทย์ได้รวมอยู่ในการวางแผนกำลังการผลิต และความต้องการที่สำคัญของแพทย์ก็ไม่ได้รับการระบุ (ตัวอย่าง) การไม่รวมกลุ่มแพทย์ไว้ อาจทำให้ผู้สมัครพลาดโอกาสที่จะเตรียมความพร้อมสำหรับการเจริญเติบโตและการส่งมอบผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม (ความเกี่ยวข้อง)
ข้อคิดเห็นของผลลัพธ์
- จุดแข็ง/โอกาสพัฒนา ให้เรียงตามลำดับความสำคัญ
- เขียนให้สั้น กระชับ ได้ใจความ
- ยกตัวอย่างประกอบเพียง 1-2 ตัวอย่าง (ไม่ต้องยกตัวอย่างทั้งหมดที่หาได้)
- เน้นที่หลักฐานตามปัจจัยการประเมิน (levels, trends, comparisons, integration)
- จำกัดหนึ่งข้อคิดเห็นไม่ให้เกิน 75 คำหรือ 500 ตัวอักษร
จุดแข็งของผลลัพธ์
- 7.3ก(2) ผลลัพธ์การวัดผลและตัวชี้วัดของการมีสุขภาพและความปลอดภัยของบุคลากร แสดงแนวโน้มที่เป็นประโยชน์ และเป็นที่น่าพอใจเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐาน (แก่นและความเกี่ยวข้อง) ตัวอย่างเช่น ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ระดับของการขาดงานน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม (รูปที่ 7.3-7) นอกจากนี้ OSHA TRR ขององค์กร มีประสิทธิภาพสูงกว่าที่ร้อยละ 80 ของOSHA อย่างต่อเนื่อง (รูปที่ 7.3-8) (ตัวอย่าง)
โอกาสพัฒนาของผลลัพธ์
- 7.3ก(4) ไม่พบผลลัพธ์การวัดผลและตัวชี้วัดของการพัฒนาผู้นำและบุคลากร (แก่น) ที่มีการระบุว่า การบริการแบบตำนาน เป็นปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญสำหรับองค์กร(P.2-2) (ความเกี่ยวข้อง) แต่ไม่มีผลลัพธ์แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาบุคลากรในด้านนี้ หรือด้านการพัฒนาทักษะความสัมพันธ์กับลูกค้า เช่น การกู้คืนบริการ หรือทักษะการสื่อสารที่ทันสมัย (ตัวอย่าง)
สรุป
การเขียนข้อคิดเห็นโดยผู้ตรวจประเมิน มีขั้นตอนที่เป็นระบบ สามารถทำซ้ำได้ มีหลักเกณฑ์ที่แน่นอน มีปัจจัยในการประเมินและให้คะแนน เพื่อให้การประเมินองค์กรผู้สมัครเป็นไปอย่างเที่ยงธรรม มีการทวนสอบระหว่างกันโดยการทำงานเป็นทีมที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาที่ผ่านการอบรมมาแล้ว จนมีความมั่นใจระดับหนึ่งว่า ทุกองค์กรที่ส่งรายงานเข้ารับสมัครขอรับรางวัล ไม่ว่าจะได้รับหรือไม่ได้รับรางวัลก็ตาม จะได้ประโยชน์จากรายงานป้อนกลับ เพื่อความสำเร็จในปัจจุบันและในอนาคตสืบไป
********************************************************