จิตใต้สำนึกออนไลน์

ขอบพระคุณกรณีศึกษารายนี้ที่ใช้เวลาเพียง 25 วันที่ได้ฝึกกิจกรรมบำบัดกับการสั่งจิตใต้สำนึกเพื่อปรับปรุงทัศนคติและพฤติกรรมของตนเองให้มีสุขภาวะอย่างแท้จริง

วันที่ 28 ต.ค. 2556

กรณีศึกษา: สวัสดีครับ อาจารย์ป๊อป พี่เอง ^__^ วันก่อนเสียดายมากที่ไม่ได้ไปร่วมกิจกรรม แต่น้อง ป. เล่าให้ฟังว่า ได้มีโอกาสคุยกับอาจารย์และทำให้ช่วยเคลียร์สภาวะจิตใจดีขึ้นพี่สนใจและจะขอรบกวนให้อาจารย์ช่วยบำบัดให้ด้วยนะครับ รู้สึกว่าตัวเองเข้ามาอยู่ ในช่วงมืดดำของความรู้สึกมากจนกระทบตัวเองและคนอื่น เอาไว้ช่วงที่อาจารย์ป๊อปว่างนะครับ ส่วนพี่ ปกติจะว่างวัน .... ขอบคุณมากๆ ครับ

ดร.ป๊อป: ยินดีครับ แต่ช่วงนี้ผมเพิ่งป่วยเป็นอัมพาตชั่วคราว เลยกำลังรักษาตัวที่บ้านและหมอศิริราช ไว้รอหายก่อนนะครับ

กรณีศึกษา: อุ๊ย !! อาจารย์ป๊อป ถ้าเช่นนั้นขอพระและบุญที่อาจารย์ได้ช่วยเหลือ บำบัด บรรเทาคนอื่นๆ มากมาย ช่วยเกื้อหนุนให้อาจารย์บรรเทาและ หายจากอาการป่วยด้วยนะคะ ไม่ต้องห่วงพี่นะคะ บางทีอาจเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่พี่จะได้มีโอกาส อยู่หาทางออกกับตัวเอง (หากได้ผล) จะได้มาเล่าให้อ.ป๊อปฟัง แต่ถ้าไม่ได้ผลค่อยขอคำแนะนำ จากอาจารย์นะคะ รักษาสุขภาพนะคะ จะส่งพลังดีๆ ไปช่วยอาจารย์ด้วยคะ ^__^ ด้วยรักจากพี่สาวคะ

วันที่ 11 มี.ค. 2558

กรณีศึกษา: ไม่ทราบว่า ช่วงนี้อาจารย์ยุ่งมากไหมครับ

ดร.ป๊อป: ยุ่งมากครับ สอนและสอบนศ.ทุกวันบวกงานวิทยากรสองที่ครับ

กรณีศึกษา: โอยยย

ดร.ป๊อป: มีอะไรหรือครับ

กรณีศึกษา: อืมม คือพี่มีเรื่องหนักใจ อก และหัว ๕๕๕ พ่อพี่ไม่สบาย และมีประเด็นเรื่อง ความสัมพันธ์ของพ่อและแม่ พี่สาว พี่เตรียมตัวกลับไปบ้านเพื่อช่วยดูแลอาการคุณพ่อ และต้องช่วยบรรเทาความหนักอกและใจของพี่สาว ประเด็นคือ พี่ ก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีมีกำลังและพลังใจ

หลังจากที่กรณีศึกษาและดร.ป๊อปได้นัดหมายกันแล้วใช้เวลากว่า 3 ชม.ในการประเมินและฝึกด้วยกระบวนการทางกิจกรรมบำบัดสุขภาพจิตสังคมและการสั่งจิตใต้สำนึก

กรณีศึกษา: "หนักแน้นครับพี่" คำพูดและรอยยิ้ม มาคอยเตือนทั้งวันเลยครับอาจารย์ ขอกุศลที่อาจารย์ ได้ช่วยในวันนี้ ส่งผลเกื้อหนุนให้สุขภาพของอาจารย์ แข็งแรง มีพลัง เบิกบานในการทำสิ่งที่อาจารย์ตั้งใจทุกๆ ขณะนะครับ

วันที่ 17 มี.ค. 2558

กรณีศึกษา: สวัสดีครับ อาจารย์ป๊อป รายงานสถานการณ์ให้อาจารย์ทราบ อาจารย์แวะมาอ่านเมื่อมีเวลาว่างๆ นะครับ พี่ถึงบ้านที่สงขลาเรียบร้อยเมื่อสายวันนี้ คำว่า "หนักแน่นนะครับพี่" ตามมาด้วยตลอด แต่เมื่อก้าวเข้าบ้าน.... เรื่องให้หวั่นไหว ก็มาสะกิดเล็กๆ เมื่อพ่อบ่นแม่ให้ฟัง เรื่องการเปิด ปิดประตูโจทย์ใหญ่ที่เข้ามาวันนี้ และเกือบก้้าวไม่ผ่าน คือพี่พาพ่อออกมานั่งห้องกลางบ้าน ซึ่งแม่นั่งอยู่ด้วย..พี่นวดตัวและเท้าให้พ่อ หลังจากนั้น..แม่ก็เอ่ยเรื่องราวของพ่อเมื่อออกจากรพ. เมื่อไปตัดชิ้นเนื้อไต แต่บอกให้แม่ซื้อกล้วยปิ้งราดนำเชื่อม...แม่เอ่ย (ด้วยสีหน้าคับในอกมา) ออกมาขณะพ่อนังอยู่ด้วยว่า "เขาเปลี่ยนไม่ได้"

</span>

ดร.ป๊อป: ฟังหูซ้ายผ่านออกไปหูขวา ทำจิตให้นิ่งเสมอเมื่อมีอะไรแวบๆให้ครุ่นคิด แล้วท่องในใจว่า หนักแน่น เราทำดีแล้ว เรารักพ่อแม่

กรณีศึกษา: จริงด้วยครับ .. พี่อึ้งไปพักนึง แม่จับสังเกตได้ ... ตามมาระบายเรื่องราวของพ่ออีกมากมาย..บอกว่า "ลูก รู้น้อยไป เรื่องราวที่พ่อทำไว้"

ดร.ป๊อป: สู้ๆๆๆๆ พี่ทำดีมาก ได้ทำตามที่คิดบวก กลับบ้านแล้วปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ให้กำลังใจนะครับ

กรณีศึกษา: แม่เอ่ยว่า เมื่อไรที่พ่อนอน หรือทำอะไรไม่ได้แล้ว เราจะช่วย แต่ตอนนี้ ขอให้พ่อช่วยตัวเอง และอย่าตามใจมาก พี่ก้าวไปได้แหละคร้าย อาจารย์ป๊อป ในแง่ ที่พี่ไม่เสียใจมากเหมือนเดิมที่ได้ยินแม่เอ่ยถึงพ่อ รับฟังๆ ๆ และรับฟัง...ขอบคุณนะครับ อาจารย์ป๊อป ครึ่งวันนี้ พี่ผ่านครับ

</span>

วันที่ 18 มี.ค. 2558

กรณีศึกษา: สวัสดีเช้าวันที่ 2 คะอาจารย์ป๊อป เช้านี้ ได้โจทย์หนัก แม่ได้ระบายความในใจ ในแบบที่ตั้งใจให้พ่อได้ยินอีกหลายเรื่อง หนักอกเอาการกับเรื่องรวที่แม่หลั่งไหลมาให้รับรู้...วันนี้ พี่เผลอ ไม่ได้ฟังความคิดของแม่จนหมดจด เช่น เมื่อแม่เอ่ยว่า เมื่อเห็นภาพพี่นำอาหารให้พ่อทาน ..แม่มองว่าพ่อเบียดเบียนคนอื่น .. และมองว่าพี่ทำให้ พ่ออ่อนแอ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ขณะที่ เมื่อพี่กลับไป หรือเมื่อแขกกลับไป พ่อก็สามารถช่วยตัวเองได้ แม่เอ่ยว่า "พ่อไม่จริง หลอกลวง" หรืออาจะเป็นโรคจิต หากมองส่วนดี ... ดีที่แม่ได้พูด พี่ได้รับรู้ ความคาดหวังของแม่ คือ. ให้พี่คุยกับพ่อ ขอให้พ่อช่วยเหลือตัวเองให้มาก พี่ยังคิดไม่ออกว่า ควรจะพูดยังไงกับพ่อ เมื่อวานพี่ชวนให้พ่อออกกำลังกาย และแกว่งแขนด้วยกัน ...พ่อเอ่ยเองว่า พ่อทำทุกวันๆ ละ 3 ครั้ง เช้า เที่ยง เย็น พอตอนเที่ยงพี่ เข้าไปหา...พ่อบอกว่า พึ่งเกินข้าวเที่ยง ต้องสักพัก...อีกสองชั่วโมง พี่เข้าไปอีกครั้ง เพื่อชวนพ่อทำด้วยกัน พ่อบอกว่า พ่อทำวันละ 2 ครั้ง ฮ่าๆๆๆ พี่ไปไม่ถูกเลย...อีกอย่าง ที่แม่ก็เคยลองแล้วในการหากิจกรรมให่พ่อทำ (เพราะทุกวันนี้ พ่อมักจะนอนอยู่บนเตียง)

แม่ขอให้พ่อช่วยทาสีแผ่นไม้ แม่เล่าว่า ขอให้พ่อช่วยอยู่ 5 ครั้ง ตอนพ่อจะทำให้ แม่บอกว่า ดีใจมาก ตื่นเต้น ดีใจว่าพ่อได้ช่วยแล้ว แต่ พ่อทำได้ 1 ชิ้น และไม่ทำอีก.. แม่เสียใจมาก และเป็นวันที่แม่ตัดสินใจว่า จะไม่ทำกับข้าวให้พ่อกินเช่นกัน .. เพราะพ่อก็สามารถออกไปหาของมากินเองได้...อาจารย์คะ ประเด็นเรื่องแม่ขอให้พี่บอกพ่อให้ช่วยเหลือตัวเอง .. พี่ควรมีท่าทีต่อเรื่องนี้ยังไงดีคะ (ภายใต้ .. ความเป็นตัวตนของพ่อ ซึ่งก็ไม่ยอม และคิดว่าตัวเองได้ทำในสิ่งที่เหมาะแล้วภายใต้สภาพร่างกายที่พ่อให้เหตุผลว่าไม่แข็งแรง แต่แม่บอกว่า หากเพื่อนมา พ่อจะเสียงดีง แข็งแรง และไปเที่ยวหาเพื่อนๆ ได้เสมอๆ ฮ่าๆๆ)..พี่ไปไม่ถูกเลยคะ

ดร.ป๊อป: ที่พ่อไม่ทำเพราะอะไร คือ คำถามที่ชวนพ่อคิด ถ้าพ่อตอบไม่ได้หรือตอบไม่ตรงคำถาม ก็ถามพ่อว่า ระหว่างพ่อไม่อยากทำอะไรกับทำอะไรบ้าง แบบไหนที่จะทำให้มีสุขภาพดีขึ้น

ถ้าพ่อเลือกว่า ไม่ทำอะไร ก็ลองปล่อยดู ไม่ต้องช่วยทำอะไร วิธีของแม่ก็ท้าทายดี แต่ต้องไม่นำมาตัดพ้อเป็นอารมณ์ ท่องไว้ว่า จะช่วยพ่อและแม่ให้ดีที่สุด อยากทำอะไรทำด้วยใจหนักแน่น เชื่อมั่นว่าถูกต้องก็ทำเลย เป็นตัวของตัวเอง จับช่วยพ่อทำในสิ่งที่พ่ออยากทำและควรทำ อย่าบังคับออกกำลังกาย แต่ถามว่า พ่อมีอะไรที่อยากทำ...ถ้าทำแล้วสุขภาพดีก็จงทำ บางคนไม่ชอบออกกำลังกาย แต่ก็ได้ทำกิจกรรมออกแรง เช่น งานทาสีไม้ เพียงหนึ่งชิ้นก็ดีกว่าไม่ทำ พอทำแต่ไม่ครบตามแม่สั่ง พ่อควรได้รับคำชม แต่แม่ใช้อารมณ์ลบ พ่อก็ไม่อยากทำ ควรบอกแม่ว่า ชมพ่อบ้าง เอาใจเค้ามาใส่ใจเรา ถ้าใครสั่งแม่บ้างจะทำไหม

ลองฝึกเป็นตัวเอง ที่พี่ถามว่า ควรทำยังงัย แสดงว่า ยังคิดมากไปเอง ถ้าคิดไม่ออก ลองถามกลับมาที่ตัวเองจนได้คำตอบ ถ้าไม่ได้คำตอบในหนึ่งชม.ก็เลิกคิด แต่หาวิธีการใหม่ๆในการช่วยพ่อแม่จะมุ่งไปข้างหน้ามากกว่าจมอดีต

กรณีศึกษา: ขอบคุณมากๆ ครับอาจารย์ป๊อป พรุ่งนี้ พี่พาพ่อไปหาหมอเพื่อตรวจตา จะหาจังหวะสบายๆ คุยกับอีกครั้งแบบสองต่อสอง ๕๕๕

ส่วนคำถามที่อาจารย์ให้พ่อชวนคิด ที่พ่อไม่ทำเพราะอะไร วันนี้ ระหว่างพ่อนั่งทานข้าว พีนั่งอยู่กับพ่อด้วย หวังว่าจะชวนคุย ไปด้่วย ... พี่ถามคำถามที่ตัวเองตั้งใจไว้คือ มีกิจกรรมอะไรที่พ่ออยากทำบ้าง พ่อตอบว่า จะทำได้ยังไงสภาพร่างกาย เป็นแบบนี้ ที่ทำได้ก็คงยกมือ ยกขาไป (ทำสมาธิแบบหลวงพ่อเทียน) เสียงพ่อค่อนข้างตัดพ้อ บอกว่า ถึงคราวของสังขารก็ปล่อยไป

สำหรับประเด็นที่แม่ชวนทาสีงานไม้ แม่คงหวังว่าจะให้พ่อได้มีกิจกรรม แต่ประเด็นหลักคือ แม่หวังให้พ่อได้ช่วยอะไรบ้าง และเป็นงานที่ได้ช่วยลูกสาว (พี่สาวคนโตของพี) เพราะแม่มีประเด็นที่พ่อ มีแต่เรื่องหนักหนาให้แม่ต้องทำและแก้ไขมาตลอด) พอพ่อทำไม่เสร็จ และเอ่ยบอกว่า ร้อน แม่ก็พยายาม ชวนให้ทำวันอื่นๆ ที่อากาศไม่ร้อน ...แต่ละครั้งที่แม่พยายามชวนให้พ่อทำ แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในแบบที่ จะต้องทำให้พ่อช่วยให้ได้ ..เพราะแม่ไปเทียบกับการที่พ่อสามารถออกไปข้างนอก หาเพื่อนๆ ได้แม้อากาศจะร้อน เลยเป็นความซับซ้อนของประเด็นที่พี่ คาดไม่ถึงจริงๆ พรุ่งนี้ เอาใหม่ โจทย์ชีวิตครั้งนี้ยากกว่าตอนที่พี่เคยทำสำเร็จ คงเพราะโจทย์ครั้งก่อน ผัสสะจากการที่เพื่อนว่าพี่ เป็นเพียงครั้งคราวและไม่มีปฏิสัมพันธ์กัน...แต่ครั้งนี้ผัสสะเต็มๆ และมีทั้ง พ่อ แม่ และ พี่สาว
โจทย์ยากตามวัยเราจริงๆ ๕๕๕

ดร.ป๊อป: พี่ยังใส่ความคิดเยอะเกินไป...คุณพ่อทำสมาธิหลวงพ่อเทียน พี่บีก็ชวนทำด้วยกันเลย ประเด็นอารมณ์ของแม่กับพ่อ เป็นเรื่องของเค้าสองคน พี่ควรวางเฉย ไม่ควรเปรียบเทียบความสำเร็จวันนี้กับอดีต หนักแน่นไปข้างหน้านะครับ ถ้าบอกยาก ชีวิตก็ยาก ถ้าบอกง่าย ชีวิตก็จะทำได้ๆๆๆ

วันที่ 24 มี.ค. 2558

กรณีศึกษา: สวัสดีครับอาจารย์ป๊อป ผลตรวจค่าไตของคุณพ่อ ตอนนีไตทำงานได้ 17 % ยังไม่ต้องฟอกเลือด หากไตทำงานเหลือ 15 % จึงจะฟอกเลือด พี่พูดคุยกับเจ้าของร้านอาหารให้ช่วยทำอาหารปิ่นโต รสชาติและชนิดอาหารในแบบที่ไม่เป็นอันตรายกับไตของคุณพ่อ ส่วนเรื่องการขยับตัว ชวนพ่อทำไปเล็กๆ น้อยๆ .. พ่อไม่อยากฟอกเลือด และพยายามจะคุมอาหาร ... แต่มโนเหมือนพี่ ๕๕๕ คิดไปว่า หากคุมแล้วยังไม่ได้ ต้องฟอกเลือด คงลำบาก และจะปล่อย ประมาณว่า อะไรจะเกิดก็ให้เกิด

ดร.ป๊อป: พยายามอย่าคิดเอง หาความจริงจากผู้รู้ หรือ ถามตัวเองว่า คิดไปทำไม ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ดีมากครับ

กรณีศึกษา: ขอบคุณมากครับอาจารย์ป๊อป กับแม่ช่วงนี้ ค่อนข้างโอเค แตเมื่อคืนพึ่งมีประเด็นกับพี่สาว ๕๕๕ พี่ถามถึงเรื่องการหากิจกรรมให้พ่อทำ เช่น ปลูกต้นไม ซึ่งเป็นกิจกรรมที่พ่อเคยเอ่ยไว้ว่าอยากจะทำ แต่เจอพี่สาวที่คงมีประเด็นกับพ่อเรื่องต้นไม้ หรือการทำกิจกรรมอื่นๆ พี่สาว เอ่ยอีกครั้งว่า สิ่งที่เห็น ไม่ใช่สิ่งที่เป็น .. ประมาณว่า พ่อทำอะไรไม่ต่อเนื่องและเข้าใจว่า พ่อมาพูดให้พี่คุยกับพี่สาวเรื่องการปลูกต้นไม่อีก .. พี่สาว เอ่ยมาว่า ไม่ชอบวิธีนี้ (พ่อให้พี่มาบอกเรื่องราวต่างๆ ที่อยากให้เป็น)

พี่อธิบายไปว่า พ่อไม่ได้ให้มาบอก พี่สาว พูดด้วยน้ำตาเครือว่า มีหลายอย่างที่เขาทำได้ แตบางเรื่องไม่เอาแล้ว .. ซึ่งหมายถึงเรื่องพ่ออึ้งไปเหมือนกัน .. ถามตัวเองว่ารู้สึกอะไร รู้สึกเศร้าใจที่พี่สาว ไม่เอา/ไม่แต่เรื่องพ่อแล้ว พยายามทำความเข้าใจ สูดหายใจลึกๆ และมองว่า อะไรๆ คงเกิดจากเหตุทั้งอดีตและปัจจุบัน ที่พี่สาวและแม่ เห็นจากการกระทำต่างๆ ของพ่อ พี่คงทำได้ดีที่สุด คือ การดูแลพ่อในสิ่งที่ทำได้ และคงเป็นโอกาสเหมาะที่ทำให้พี่ต้องกลับบ้านบ่อยขึี่นกว่าเดิมมาก ขอบคุณอาจารยืป๊อป มากนะครับ

ดร.ป๊อป: ใช่ครับ พี่ได้คิด พูด และทำให้พ่อดีแล้ว ... มีสติและปัญญาไตร่ตรองคำพูดและการกระทำของแม่ พ่อ พี่สาว ทุกคนล้วนคิดได้เอง เราไม่คิดแทนเค้า เราคือตัวเรา ท่องไว้สิบจบนะครับ

กรณีศึกษา: "..ทุกคนล้วนคิดได้เอง เราไม่คิดแทนเค้า เราคือตัวเรา...ท่องไว้สิบจบครับ ...

เย็นนี้ พี่พลาด ชวนให้พ่อกินข้าวให้มากขึ้น แต่พ่อยังไม่เอาด้วย พี่คงใช้คำพูดที่ไม่เหมาะ พ่อเลยต้าน และตบท้ายอีกหน ฟอกเป็นฟอก ดับเป็นดับ

ดร.ป๊อป: อย่าสนใจความรู้สึกใดๆมากเกินไป...ท่องไว้ ทำดีที่สุดแล้วๆๆๆ

วันที่ 26 มี.ค. 2558

กรณีศึกษา: วันนี้เกือบทั้งวันผ่านไปด้วยดี พี่มาตกม้าตาย ตอนที่จะเอาอัลบั้มที่แม่เก็บรวบรวมไว้ เพื่อทราบภายหลังว่าจะเอาไว้ทำพิพิธภัณฑ์ของที่บ้าน....แม่บอกว่า ให้เอาให้พ่อดู และอย่าให้พ่อดึงภาพออกไป พี่เลยคิดถึงว่า งั้นก็ทำสำเนาอัลบั้มภาพเอาไว้ ภาพของแม่ไม่หาย พ่อก็จะได้ดูภาพให้ชื่นใจ จะได้มีกำลังใจ (พี่คิดเอา จากที่เคยเห็นพ่อเก็บอัลบั้มรูปเก่าๆ ไว่ดูใกล้ที่นอน)...แม่ไม่พอใจ..พูดเสียงเข้ม ว่าให่เอาภาพให่พ่อดูให้ฉ่ำใจ และไม่ต้องเอาไปอัดกอปปี้ให้..เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา ไม่ต้องได้ร่ำได้เรียนหนังสือกันพอดี ยอมรับ จิตตก นึกถึงภาพ เสียง ที่ตัวเองเคยทำไม่ดีไว้ในอดีต และทำให้แม่หงุดหงิด โมโห และเสียใจ

วันนี่เย็นไม่ผ่าน...พรุ่งนี้จะกลับกทม.แล้ว คงต้องรีบเกี่ยวอารมณ์กลับคืนมาให้ปกติ เพราะแม่เองก็ไม่สบายใจ เมื่อเห็นพี่ไม่สบายใจและไม่สามารถทำ(เรื่องเรียนและงาน)ของตนเองได้

ดร.ป๊อป: จริงๆพี่ก็ไม่ได้ทำผิดอะไร เพียงแค่เข้าสู่โหมดมโนจริตทำให้อารมณ์อ่อนแอ...เราเป็นมนุษย์ย่อมมีอารมณ์อ่อนแอ...แต่เราจะเป็นมนุษย์ที่มีคุณค่าถ้าเราให้กำลังใจตนเองแล้วสร้างความเข็มแข็งทางความคิดเหนืออารมณ์ที่อ่อนแอ สู้ๆ ครับ เป็นตัวของตัวเอง แค่รู้ว่าคนอื่นไม่สบายใจ แต่เราต้องสบายใจ ฝึกต่อไปครับผม

วันที่ 27 มี.ค. 2558

กรณีศึกษา: ณ ครั้งนี้ สิ่งที่พี่ยังไม่ตกผลึกคือ เราทำดีที่สุด คืออะไร เพราะ พี่สาวสะท้อนว่า ดีที่สุดของเรา อาจจะไม่ดีกับอีกคน อย่าไปบังคับว่าคนอื่นจะรู้สึกยังไง พี่ยัง งง ว่า การที่พี่จะทำอัลบั้มให้พ่อดู เป็นการบังคับใคร

ดร.ป๊อป: พี่ตกผลึกแล้ว แต่ยังคิดว่าตัวเองยังไม่ตกผลึกเพราะคาดหวังสูง ถ้าทำอะไรที่เป็นความดี ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลเสมอไป

ทำใจให้นิ่ง อยู่กับตัวเอง ทบทวนเรื่องคิดดีทำดีพูดดีของตัวเอง นำทุกสิ่งที่เรียนรู้ของตัวเอง ธรรมะ ความดี ความพอใจ และความสงบของตัวเองมาใช้ให้เร็วที่สุด อยู่กับปัจจุบันให้มากๆนะครับ ตอนนี้พี่กำลังเป็นทาสอารมณ์ของตัวเอง รีบเร่งอยู่กับตัวเองในปัจจุบัน มิฉะนั้นวงจรความทุกข์จะเริ่มใหม่อีกครั้ง ผมจะไม่ตอบพี่จนกว่าพี่จะอยู่กับปัจจุบันนะครับ

ผ่านไปอีก 3 วัน กรณีศึกษา: สวัสดีครับอาจารย์ป๊อป ขอบคุณนะครับที่ช่วยประคอง ให้พี่อยู่กับร่องกับรอย ช่วงนี้พี่พยายามฝึกทำใจ ให้นิ่งมากขึ้นครับ

ผ่านไปอีก 10 วัน กรณีศึกษา:ช่วงที่ผ่านมา ... พี่ได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้เห็นตัวเองที่มีปฏิกิริยากับสิ่งที่เกิดขึ้น ในการดูแลพ่อที่ผ่านมา ๕๕๕ สิ่งที่เห็น คือ พบอาการโวยวาย กับสิ่งที่เกิดขึ้้น จนทำให้มองไม่เห็นความเป็นจริงในสิ่งที่เป็นเพราะมโนจริตทำงานมาก

</span>

ช่วงที่กลับมาเรียน พี่ใช้การติดต่อคุณพ่อทางโทรศัพท์ แต่ได้คุยกันบ้างเพราะจังหวะของพ่อ (ไปนวด ฯลฯ) และการเรียนของพี่

</span>

สงกรานต์นี้ พี่อาจจะไม่ได้กลับบ้านเพราะ ต้องทำงานเพื่อรายงาน...จะได้กลับอีกครั้งปลาย พ.ค. ระยะนี้ จึงใช้การคุยโทรศัพท์ไปก่อนครับ...ส่วนวันนี้ พี่ได้คุยกับเพื่อนสนิทเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการเรียนและการนำความรู้จากการเรียนไปใช้กับการฝึกงาน เด็กๆ มีน้ำใจ พูดคุยแลกเปลี่ยนกันเต็มที่ และแสดงศักยภาพในการแสดงความเห็น วืเคราะห์ และถ่ายทอดสิ่งที่ได้เรียนและการนำไปใช้...ท้ายสุดยังมีน้ำใจ ปั่่นจักรยานมาส่งพี่ถึงที่พักด้วย

ดร.ป๊อป: ทุกวันเราเลือกที่จะเปิดใจรับรู้เรียนรู้สิ่งที่ดีได้เสมอครับ

วันที่ 11 เม.ย. 2558 ใน Facebook ของกรณีศึกษาทำให้ดร.ป๊อปยิ้มชื่นใจอีกแล้วครับ...

เรื่องดีๆ ที่พบ

"ฉันชอบฉันวันนี้ ... มากกว่าฉันเมื่อวันวาน"
วาทะจากมิตรสหาย พร้อมเรื่องราวของจุดเปลี่ยนของความคิดและหลายการกระทำ
เพราะ ... ตั้งคำถามและคุยกับตนเอง
เพราะ .... กลับไปทบทวนสิ่งที่ผ่านมา ด้วยใจที่แตกต่างจากวันวาน
เพราะ .... มองว่าทุกวันได้เรียนรู้ จึงรู้สึกดีกับแต่ละวัน มิใช่เพียงวันที่ผันผ่าน
เพราะ ... ลุกขึ้นมาทำบางสิ่ง ขยายเป็นอีกหลายสิ่ง
เพราะ ... ได้ปักหมุด และพอใจกับความคิด การตัดสินใจของตนเอง
เพราะ ... พอใจกับผลที่ได้ในปัจจุบันขณะ

นี่คือสิ่งที่ฉันได้จากมิตรสหายในวันนี้
ที่สำคัญฉันพบว่าสหายที่นั่งอยู่ตรงหน้างดงามและใจฉันเองยิ้ม

บทสรุปบทเรียนนี้ของดร.ป๊อปคือ ยินดี เสมอนะครับที่เห็นพี่สาวที่รักมีมโนที่เปิดใจสู่ความเป็นตัวเองมากขึ้นแล้ว ครับ เป็นของขวัญปีใหม่ไทยที่มีคุณค่ามากๆให้กับตัวพี่เอง ขออนุญาตนำไปประกอบการเรียนรู้นะครับสำหรับกลอนสดใสให้วรรคทองแห่งชีวิตของผู้อื่นๆ…นี่คือบทสรุปจิตใจที่งดงามของเราอย่างแท้จริงคือ การกลับมาขอบคุณและชื่นชมในตัวเราครับผม ภายใน 25 วัน (มาตราฐานเวลาสากลในการสั่งจิตใต้สำนึกสู่พฤติกรรมที่ดีงามใน 21 วัน)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัดชีวิต



ความเห็น (7)

เขียนเมื่อ 

รักษา..สุขภาพ นะเจ้าคะ บุญรักษา เจ้าค่ะ...

ขอบพระคุณมากครับและขออวยพรความสุขแด่คุณยายธีเช่นกันนะครับ

ขอบพระคุณมากครับอาจารย์ต้นและน้องธีระวุฒิ

ขอบพระคุณมากครับพี่ดารนี

ขอบพระคุณมากครับพี่โอ๋และคุณ GD

เขียนเมื่อ 

เป็นเรื่องที่ดีและน่ารักมาก

เอาการศึกษามาฝากให้ดูครับ

ขอบพระคุณมากครับพี่ขจิต เป็นคลิปที่ทำให้เห็นภาพธรรมชาติแห่งการเรียนรู้จริงๆครับ