ดูละครย้อนดูชีวิตจริง

เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้เป็นพิธีกรงานแต่งงาน ของหลานชายท่านรองฯประสานสุข เขียวแก้ว การดำเนินหน้าที่ในฐานะพิธีกรก็เป็นไปตามปกติจนกระทั่งเสร็จสิ้นภารกิจลงมา นั่งรับประทานอาหารที่โต๊ะจีนที่เจ้าภาพจัดไว้ให้ ขณะที่กำลังกินอะไรไปเรื่อยเปื่อยก็ได้ยินน้อง ๆ เพื่อนครูที่นั่งโต๊ะเดียวกันพูดถึงนักเรียนคนหนึ่ง คือนายสุวรรณ เบญจา นักเรียนชั้น ม.4/1 จับได้ใจความว่า นักเรียนคนนี้ไม่ได้เรียนหนังสือแล้ว เพราะแม่ไม่อนุญาตให้เรียนหนังสือต่อ แต่ขอให้ออกมาทำงานโต๊ะจีนดูแลครอบครัว
ย้อนเวลากลับไปเมื่อปีที่แล้ว เมื่อผมมารับตำแหน่งที่โรงเรียนเทศบาล ๔ ใหม่ ๆ ผมได้ยินเรื่องเด็กชายสุวรรณ เบญจามาพอสมควร สิ่งที่รับรู้ได้ก็คือ นี่คือนักเรียนที่ขยันมาก รับผิดชอบงานและชีวิตตัวเองได้ดีเยี่ยม เรียนพอใช้ได้ และด้วยความที่เป็นคนสุภาพอ่อนน้อม เขาจึงเป็นที่ีรักของครูทุก ๆ คน ปีที่แล้วแม่ของสุวรรณ มาแจ้งครูที่ปรึกษาว่าจะไม่ให้สุวรรณเรียนต่อ (ทั้ง ๆ ที่พึ่งขึ้นชั้น ม.3) ด้วยเหตุผลว่า มีลูกหลายคนส่งทุกคนไม่ได้ เลยต้องให้พี่คนโต(สุวรรณ) เสียสละให้น้อง(คนละพ่อ) ที่อยู่ชั้น ม.2 เรียนต่อแทน ผมได้รับทราบข้อมูลแล้วก็อดสงสารเด็กคนนี้ไม่ได้ เพราะมีโอกาสได้สังเกตและนำเขาไปชุมนุมลูกเสือท้องถิ่นเมื่อปีที่แล้วอยู่ ด้วยกัน 4-5 วัน ก็พอเข้าใจได้ว่า ที่ครูทุกคนพูดถึงในทางดี ๆ นั้นน่าจะเป็นเรื่องจริงโดยแท้ เรื่องราวน่าจะจบตรงที่สุวรรณไม่ได้เรียนต่อชั้น ม.3 จนจบทั้งที่ครูคัดค้านคุณแม่อย่างเต็มที่ แต่เดชะบุญที่เด็กคนนี้ได้ทำไว้ ผมในฐานะรองฯฝ่ายกิจการนักเรียน ร่วมกับเพื่อนครูไม่ว่าจะเป็น แอร์ อ๊อฟ จำรูญ เปรี๊ยว จัดตรวจปัสสาวะนักเรียนมัธยมทุกคน ผลตรวจปรากฎว่า น้อง(ต่างพ่อ) ของสุวรรณ มีสารเสพติดและยอมรับว่าเสพจริง ผมเชิญแม่เขามาคุยแต่แม่ไม่มา ผมจึงเสนอเงื่อนไขในการที่จะทำให้นักเรียนคนนี้สามารถเรียนต่อไปได้ แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ น้องของสุวรรณจึงต้องหยุดการเรียน และเป็นสุวรรณที่ได้เรียนต่อจนจบ ม.3
กลับมาที่เหตุการณ์ปัจจุบัน ผมเรียกสุวรรณมาคุยด้วย นี่คือบทสนทนา(แบบย่อ)
ผม : สุวรรณไม่ได้เรียนแล้วเหรอ ทำไมล่ะ
สุวรรณ: ไม่ได้เรียนแล้วครับ แม่ไม่มีเงินส่ง อยากให้ออกมาทำงานช่วย
ผม : อ้าว เรียนนี่ก็ฟรีหมดนิ ค่าอาหารโรงเรียนก็ให้ฟรี ค่าหนังสือก็ไม่เก็บ ทุนเทศบาล
ก็ให้ มาโรงเรียน ครูแตน ครูอะไรก็ใช้งานแล้วให้เงินทุกวันนิ
สุวรรณ : แม่อยากให้หาเงินช่วยเลี้ยงน้อง(คนละพ่อ) ครับ
ผม : ตอนนี้อยู่กับใครบ้างแล้ว แม่ทำงานไหม พ่อ(เลี้ยงทำงานไหม)
สุวรรณ : อยู่กับแม่ พ่อ(เลี้ยง) แล้วน้องอีกคน(เรียนป.6) แม่ก็ทำงานครับ พ่อก็เก็บของเก่า
แต่เงินมันไม่พอครับ
ผม : อยู่กัน 4 คน แม่ก็ทำงานพ่อก็ทำงาน ลูกเรียนฟรี มีข้าวกิน ไม่พอได้ยังไง ทำไมไม่ทำงานหลังเรียนก็ได้นี่สุวรรณ งาน KFC MKสุกี้ หรือ เซเว่น ก็ได้อยู๋นะวันละ300 แล้วที่ทำอยู่ทุกวันนี่ทำอะไรบ้างได้เงินเท่าไหร่ ให้แม่เท่าไหร่
สุวรรณ : ผมทำโต๊ะจีนครับ ทำทุกวันตั้งแต่เช้าเจ็ดโมง (ถ้ามีคนจ้างโต๊ะจีนงานเช้า) แต่ตอนเย็นมีงานทุกวันครับ ผมเสิร์ฟด้วย ยกโต๊ะ ยกของด้วยเขาให้ทั้งวัน รวม 600 ครับ เงินที่ได้ผมให้แม่หมด
ผม : 600 ให้แม่หมด แม่เขาบังคับเหรอ
สุวรรณ : ไม่ครับ ผมให้แม่เอง แม่ต้องใช้เงิน
ผม : ถ้าครูไปคุยกับแม่ เรื่องให้สุวรรณกลับมาเรียน แล้วครูจะหางานหลังเลิกเรียนให้เอาไหม
สุวรรณ :นิ่งไปสักครู่ แม่คงโกรธแน่เลยครับ ไม่เป็นไรครับผมสมัครเรียน กศน. แล้วสัปดาห์หน้าเริ่มเรียนแล้วครับ ขอบคุณมากครับ

ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าความกตัญญูนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่เราควรสั่งสอนเด็ก ๆของเราทุกคนให้มีคุณธรรมข้อนี้ไว้กับตัว แต่ผู้ใหญ่เองก็ไม่ควรใช้ความกตัญญูเพื่อความสบายของตัวเอง โลกเรานี้บ่อยครั้งก็ช่างสวยงามและสดใส แต่บางครั้งมันก็ช่างโหดร้ายเหลือเกิน ในฐานะครู ผมสงสัยเหลือเกินว่า ผม..... ทำได้แค่นี้จริงเหรอ ....แค่นี้จริง ๆ ปล่อยให้เรื่องมันผ่านและลืมมันไปในไม่ช้า...

ขอสติ และความไม่ประมาท จึงอยู่กับทุกท่าน
จิรเมธขฐ์ 17/11/56 วันลอยกระทง
บันทึกที่บ้านแสนสุข หลังเดิม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รวมเรื่องไม่มีสาระ



ความเห็น (0)