การเตรียมตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย

มีหลายประเทศทั่วโลกที่เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้วจะพบว่ามันสัดส่วนผู้สูงอายุที่มากกว่าประเทศอื่นๆ หรือตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง

กลับมาที่ประเทศไทย ประเทศไทยก็เริ่มใกล้เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอีกเช่นกัน โดยมีอัตราผู้สูงอายุมากกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งโลก ซึ่งอาจดูได้จากอัตราการเกิดที่ลดลงโดยปัจจุบันนิยมมีลูกเพียงคนเดียวหรือสองคนเท่านั้น และบางครอบครัวก็อาจเลือกที่จะไม่มีลูก ซึ่งในทางตรงข้ามผู้คนเริ่มมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้นเนื่องจากการพัฒนาทางการแพทย์ รวมถึงผู้คนมีความรู้ในการรักษาสุขภาพมากขึ้น ดังนั้นประเทศไทยจึงเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอีกไม่นาน

ในการปรับตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย โดย ณ ที่นี้จะพูดถึงการปรับตัวของวัยรุ่นหรือตัวของกระผมเองซึ่งในอนาคตต้องเจอกับสังคมที่มีผู้สูงวัยจำนวนมาก ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นก็จะต้องพบปะหรือหากทำงานก็อาจมีความเกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุมากขึ้น ดังนั้น จึงอาจเริ่มจากมองในมุมของผู้สูงอายุว่าคิดอย่างไร เช่น ผู้สูงอายุมักไม่ชอบความเสี่ยง ทำอะไรช้าลง หรือบางทีอาจอธิบายอะไรที่เข้าใจง่ายและต้องค่อยๆคุยด้วย ทางด้านสังคมก็ควรช่วยเหลือผู้สูงอายุมากขึ้นซึ่งเป็นสิ่งที่คนในสังคมควรทำอยู่แล้ว เช่น ช่วยคนสูงอายุข้ามถนน ลุกให้นั่งในรถไฟฟ้าหรือรถประจำทาง เป็นต้น

ในการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยในเวลาอีกไม่นานนี้ ก็ต้องมีอะไรให้ปรับตัวอีกมากมาย ซึ่งในอนาคตประเทศไทยต้องเจอแน่นอน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สาระ



ความเห็น (0)