๕. จุดมุ่งหมายของการสะสมพระเครื่อง

สำหรับตัวข้าพเจ้านั้นมีจุดมุ่งหมายอยู่สองสามอย่างในการสะสมพระเครื่องคือ

๑. เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

๒. เพื่อให้ชีวิตการงานดีขึ้น

๓. ชื่นชอบรูปพระ พุทธศิลป์

ท่านลองถามตัวท่านเองว่าสะสมพระเพื่ออะไร ถ้าท่านตอบได้แล้วท่านก็จะมีจุดมุ่งหมายในการสะสม ไม่ใช่เห่อตามกระแสไปตามกระแสตลาดซึ่งมีเสี้ยน (ไม่ใช่เซียน) ที่เกาะตู้พระในห้างใหญ่มาปั่นหัวพวกท่านให้หลงระเริงไปค่านิยมปลอมภายใต้วาทะกรรม "สากลนิยม" ก็ไม่รู้ว่าสากลนิยมมีใครนิยมกันบ้าง วัดโดยอะไร สถาบันอะไรรับรองหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่พระบางรุ่นบางพิมพ์ที่กลุ่มคนพวกเสี้ยนเก็บเอาไว้เยอะๆแล้วค่อยๆปล่อยออกมาทำกำไรมหาศาลทั้งๆที่พระพวกนั้นบางทีก็โดนพวกเสี้ยนไปกระทำด้วยวิธีกาลฉ้อฉลเอามาด้วยราคาถูกๆ หรือไปตบด้วยอิทธิพลที่กลุ่มพวกตัวเองมี เอาไว้วันหลังข้าพเจ้าจะเล่าเบื้องหลังคนพวกนี้ให้ฟังว่าพวกเขาทำกันอย่างไรข้าพเจ้าจึงเรียกว่าพวก "เสี้ยน"

จริงๆแล้วข้าพเจ้านั้นนับถือหลวงพ่อฤาษีลิงดำว่าเป็นอาจารย์เนื่องจากว่าฟังคำสอนต่างๆ และการฝึกวิชามโนมยิทธินั้นถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกอย่าง มียืนยันในพระไตรปิฏก และปรมาจารย์คือหลวงปู่ปานวัดบางนมโค และกับบูรพาจารย์ของหลวงพ่อฤาษีเช่นหลวงพ่อโหน่ง หลวงพ่อเนียม หลวงปู่ศุข หลวงพ่อสด ซึ่งพระเครื่องที่ท่านสร้างก็ดังๆทั้งนั้น แรกๆข้าพเจ้าไปทำบุญที่ซอยสายลมได้พระหางหมากรุ่นแรก แล้วก็พระคำข้าวรุ่นแรก แล้วก็พระหางหมากรุ่นสอง หลังจากนั้นหลวงพ่อก็มรณภาพ ตอนนั้นข้าพเจ้าทำบุญสังฆทานครั้งละ 100 บาท ได้พระมาครั้งละ 10 องค์ พอหลวงพ่อมรณะภาพไม่นานทางวัดปรับราคาค่าทำบุญเป็นองค์ละ 1,600 บาท ตามคำสั่งหลวงพ่อ ตอนที่องค์ละ 10 บาทข้าพเจ้าก็เช่าหามาหลายร้อยองค์เก็บเอาไว้ต่่างหากจากที่ได้รับแจกตอนไปทำบุญสังฆทานซึ่งรับจากมือหลวงพ่อโดยตรง พระของหลวงพ่อท่านบอกว่าทำเหมือนกับสมเด็จโตวัดระฆัง มีลาภมาก และป้องกันภัยภิบัติต่างๆได้โดยเฉพาะรังสีจากสงครามนิวเคลียร์ อีกไม่นานคงได้พิสูจน์กัน

รูปพระหางหมาก พระคำข้าว


พระคำข้าวและพระหางหมากคือจุดเริ่มต้นที่ข้าพเจ้าเริ่มสะสมพระ ซึ่งราคาเช่าหาในตอนนั้นคือองค์ละ 10 บาท ซึ่งข้าพเจ้าไม่แคร์พระเชื่อมั่นในตัวหลวงพ่อ เชื่อมั่นในพุทธคุณ และได้ประสบกับตัวเองด้วย ตอนที่ข้าพเจ้าเริ่มทำงานได้เงินมาแรกๆ ก็นำพระหางหมาก กับพระคำข้าวไปเลี่ยมทองแขวนคอไว้ แล้วสวดคาถามหาลาภทุกวัน เริ่มต้นด้วย "พรหมาจะมหาเทวา...." อย่างน้อยวันละเก้ารอบว่าขอให้คล่องตัวทุกอย่าง แต่ไม่ได้ตั้งใจขอเป็นตัวเลขรายได้เลยรายได้จึงแค่พอประทังชีวิตไม่ให้เดือดร้อน เพิ่มมารู้ตอนหลังๆหลังจากได้ได้ศึกษาวิทยาการทางตะวันตกด้านอำนาจความชื่อมั่น (The Secrete) หรือเรื่องอียิปโบราณ (Kybalion) เลยทำให้อธิฐานขอว่าให้ได้เงินเดือนมากกว่าหนึ่งแสนบาท ซึ่งพอเปลี่ยนงานตอนปีใหม่ไปทำกับบริษัทเยอรมันก็ได้เงินเดือนแสนปลายๆเลย สุดยอดไปเลยเพิ่งรู้ว่าการได้เงินเดือนเลยแสนมันไม่ได้ยากเย็นอะไรนัก (ปัจจุบันทำงานให้ภาครัฐแต่ก็ไม่ใช่ข้าราชการ รายได้ก็ยังถือว่ามากอยู่) ใครไม่เชื่อแล้วอยากรวยก็ลองทำดูได้ จุดที่สำคัญที่สุดมีจุดเดียวคือ "เชื่อมั่น"


บันทึกเมื่อ 31 มีนาคม 2558

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สะสมพระชุดวัดพระแก้ววังหลวง วังหน้า และวังหลัง



ความเห็น (0)