เล่าต่อจากการฟัง ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

..........วันนี้ผมได้มีโอกาศสำคัญ เข้าร่วมรับฟัง บรรยายจากท่าน อาจารย์ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในหัวหน้า เทคโนโลยีกับการดำเนินชีวิต ขอเล่าให้ฟังเพื่อสะท้อนเเง่งาม ความหมายดีๆ ของเเนวคิด ของท่านครับ

..........ต้องขออล่าเป็นการส่วนตัวว่า เป็นนักเรียนอีกคนหนึ่งที่คอยติดตาม ธรรมะเเบบวิทยาศาสตร์ของท่านผ่านยูทูป เเละคอยติดตามมาตลอด วันนี้ได้มาเห็น ได้มาฟัง โชคดีมากเลยครับ วันนี้ผมตั้งใจมา "ฟัง" เพียงอย่างเดียว อาจารย์พูดถึงหลายเรื่องที่สำคัญ ได้เเก่ ความจริง ความสุข การเรียนรู้ เเละการฝึกสมาธิ

..........ความจริง จำกัดความจากคำว่า ไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนน้ำนิ่ง สิ่งที่ไม่จริง คือ สิ่งที่เปลี่ยนแปลง เเละไม่นิ่ง ซึ่งให้เราลองมองหวนคิดกันว่า อะไรล่ะที่จะเป็นความจริง "ลองหาดูสิ" หลอดไฟก็ไม่ใช่ความจริงเพราะสักวันมันก็เปลี่ยนแปลง น้ำก็ไม่ใช่ความจริงเพราะสักวันมันก็เปลี่ยนแปลง สิ่งที่เป็นความจริง คือ ความว่าง หรือ การไม่มีอะไร นั่นล่ะความจริง มนุษย์เราในทุกๆศาสนาล้วนต่างๆเเสวงหาความจริง ซึ่งความจริงในเเต่ละศาสนาก็ต่างกันออกไป เช่น พุทธ คือ นิพพาน คริสต์ คือ การไปสู่ดินเเดนพระเจ้า ฯ ร่างกายคนเราประกอบด้วยอะตอมที่มารวมตัวกันส่องเข้าไปในอะตอมก็มีเเต่ความว่างเปล่า มันก็ คือ ความจริง

..........ความสุข โดยปรกติเเล้ว มนุษย์เราต้องการความสุข ไม่มีใครที่ไม่ต้องการความสุข เพราะเราทุกๆคนมี "ตัวกู ของกู" อยู่ในตัวเองเหมือนที่ท่านพุทธทาสที่กล่าวไว้ เเต่หากเรา ตัดคำว่า ฉัน เเละ ต้องการ ออก ก็จะเหลือเเต่ความสุข ความสุขมันไม่ได้อยู่ที่ไหน มันอยู่ที่ใจ ผมเข้าใจว่าความสุขที่เเท้จริงในความหมายของอาจารย์ คือ วมุติสุข(ความรู้ ตื่น เบิกบาน) ไม่ใช่สมติสุข(ความสุขชั่วขณะ) ความสุขที่เเท้จริง ไม่ได้เกิดจากสิ่งเเวดล้อมที่มากระทบจิต เเต่เกิดจากจิตมองจิต ถึงขั้นพัฒนาต่อไปในระดับที่จิตสูงสุด

..........การเรียนรู้ เป็นประเด็นสำคัญที่อาจารย์เล่าเป็นประเด็นหลัก ว่า การเรียนรู้เกิดจากสิ่งเเวดล้อม มากระทบกับ สัมผัสทั้ง 5 ได้เเก่ ตา หู จมูก ลิ้น เเละกาย ที่ส่งไปยังจิตใต้สำนึก(จดจำ) เเละส่งไปให้สมองเราได้ตีความหรือตัดสิน(ทันที) เเสดงว่า สิ่งเร้าที่เข้ามากระทบอายตนะ ของเรานั้นจะส่งไปยัง 2 ทาง ได้เเก่ ทางจำเเละทางการตีความในทันที ทำให้เกิดจิตสำนึกการรับรู้เรื่องราวต่างๆที่เข้ามากระทบจิตหรือทำให้เกิดการรับรู้เรื่องราวต่างๆได้ ซึ่งเมื่อมีจิตสำนึกการรับรู้ ทำให้มีสัมผัสที่ 6 ขึ้น คือ ใจ เเละอาจถึงขั้นมีจิตเหนือสำนึก หรือการหยั่งรู้ขึ้น ในจิตสำนึกการรับรู้ ที่่จะเป็นเเรงคอยกระตุ้นจิตใต้สำนึกอีกทีว่าให้เรียนรู้จากอายตนะเเล้วตีความ เพื่อการรับรู้โดยจิตสำนึกอีกครั้งหนึ่ง คำหนึ่งของ ไอน์ไตน์กล่าวว่า "การหยั่งรู้ไม่ได้มาจากการคิด หรือขั้นตอน เเต่การหยั่งรู้เกิดขึ้นโดยตรงจากใจ" ผมอนุมาณว่า การหยั่งรู้นั้นเกิดในภาวะช่วงที่เกิดความว่าง ไม่มีอะไรจริงๆ มนุษย์เราเรียนรู้จากอายตนะ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย เเละใจ ที่ทำให้เราได้รู้ความเป็นไปของตนเอง สังคม เเละโลก การศึกษาจึงควรเสริมให้อายตนะของผู้เรียนเกิดการรับรู้ไปในทางที่ดี เพราะ การรับรู้ที่ดีนี้เองที่จะทำให้เกิดจิตใต้สำนักที่ดี จดจำไปตลอด

..........การฝึกสมาธิ เป็นสิ่งสำคัญที่มีข้อดี คือ การให้ความจำดีขึ้น ช่วยให้เรียนรู้ได้ดีขึ้น ช่วยให้ร่างกายทนต่อกระเเสไฟฟ้าได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้จิตนิ่งขึ้น ฯ ซึ่งวัยเรียนควรจะนั่งสมาธิเพื่อฝึกใจตนเอง "ผมเคยสอบได้ที่โหล่ของห้องเเต่ เมื่อผมได้ทำสมาธิทุกๆวัน กลับได้ที่ 1 ของห้องในทุกๆวิชา" หากเราหวนมองมาอีกครั้งนึงว่า ทุกๆวันนี้เราใช้สมองกันเยอะเหลือเกิน เเต่ไม่ได้ใช้จิตใจเลย การเรียนรู้จึงไม่เเค่ หัว ไม่ได้มี ใจเลย 3 H ได้เเก่ Head Heart and Hand ซึ่งโมเดลนี้ สามารถให้ผู้เรียนได้คิด(Head) ได้พัฒนาจิต(Heart) เเละ ได้ปฏิบัติ(Hand) หรือการเรียนรู้เเบบไตรสิกขา นั่นเอง

..........อาจารย์สอนในเรื่องของการเรียนรู้เนื้อหาในบทเรียน การเรียนรู้ตนเองเเละ การเรียนรู้จากสิ่งเเวดล้อมดีๆที่จะปลูกฝังให้เขาเป็นคนดี เป็นอนาคตของชาติ ให้ดีด้วยเเละเก่งด้วย โจทย์ต่อไป คือ เราจะเรียนรู้ตนเองไปพร้อมกับการเรียน เเละการทำงานได้อย่างไร ข้อนี้คงจะไม่มีใครตอบคำถามของใครได้ มีเเต่คนคอยเเนะให้เท่านั้น เราจะต้องตอบคำถามตนเองจากเรียนรู้ตนเอง เพราะเรายังใช้สมองกันเเค่ ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็น ...

.

.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกพอเพียง



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณค่ะสำหรับบทความดีดีนี้ค่ะอาจารย์