อวสานหลักสูตรสถานศึกษา.....อนิจจา....อาหารปลวก....!

จะเปลี่ยนหลักสูตรอีกสัก ร้อย สักพันครั้ง ก็สูญเปล่า เปลืองงบประมาณอย่างไร้ประโยชน์....สู้เปลี่บนครู โดยเฉพาะ เปลี่ยนผู้บริหาร ฯ (เฉพาะบุคคลที่ไร้สมองส่วนคิดสร้างสรรค์ ) ที่ไม่รู้จัก " หลักสูตร" เหล่านี้ให้ไปทำงานอื่นที่เขาถนัด ไม่ดีกว่าหรือ ????.......พี่น้องงงงง

วันก่อน "ครูวิชาการ" ของโรงเรียนมาถามหา " แนวการนำ...อะไรสักอย่าง....เกี่ยวกับ

อาเซียน มาจัดทำหลักสูคร..." ต้องท้าวความย้อนกลับไปสองสามปีก่อน

สพป.จัดอบรมการพัฒนาหลักสูตรอาเซียนให้กับครู อันที่จริงต้องให้ครูวิชาการ

ไปเข้าอบรม แต่่ท่านผู้บริหารเล็งการไกล ให้ครูผู้สอนสาระสังคมศึกษาไปอบรม

เสร็จสรรพกลับมา.....ทำอะไรไม่ได้เลย...เพราะไม่เข้าใจ จึงมาปรึกษาคุณมะเดื่อ

คุณมะเดื่อหรือ....จะรู้เรื่อง....เพราะห่างหายกับงานวิชาการมานานเนิ่นแล้ว

แต่อาศัยว่า เคยผ่านงานด้านนี้มาพอควร .จึงลงมือจัดทำหลักสูตร

กลุ่มสาระภาษาไทยกับ ศิลปะ ป.๔ - ป.๖ ซึีงรับผิดชอบสอนอยู่



ครั้นจะขยายความไปแนะนำครูคนอื่น ๆ ก็ไม่สะดวกใจ

เพราะไม่ใช่หน้าที่ และไม่มีคำสั่ง.......จึงไม่สนใจ และไม่ได้ติดตาม

ว่าใครจะทำหรือไม่ทำ....



มาวันนี้ ครูวิชาการ มาพูดถึงเรื่องการจัดทำหลักสูตรอาเซียนกับคุณมะเดื่อ

อีกครั้ง เพราะ สพป.จัดอบรมอีกครั้ง และจะออกมาติดตามเร็ว ๆ นี้



คุณมะเดื่อเอาหลักสูตรสาระภาษาไทยกับศิลปะที่คุณมะเดื่อ

จัดทำไว้ ลองใช้ และพัฒนาแล้วให้ครูวิชาการดู เธอบอกว่า

"แบบนี้แหละค่ะ ใช่เลย" จึงบอกเขาว่า ทำไว้และใช้มาสองปี

เข้าปีที่สามแล้ว



อยากจะถามดัง ๆ ว่า.....โรงเรียนใด ที่จัดทำ และใช้หลักสูตร

สถานศึกษาเป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนอย่างจริงจังบ้างจ๊ะ ?????

ที่ถามแบบนี้เพราะ คุณมะเดื่อเชื่อว่า.....ทุกโ่รงเรียนมีการจัดทำ

หลักสูตรสถานศึกษาทุกกลุ่มสาระ และทุกชั้น ๑๐๐ % (เพราะ

สพป.จัดอบรม และทำกันจริง ๆ ) แต่หลังจากวันนั้นแล้ว

วันนี้....ครูท่านใดยังกางหลักสูตรในการจัดทำแผนการจัดการ

เรียนรู้....อยู่บ้าง....ยกมือขึ้น...!



ต้องมีแน่ ๆ ใช่ไหมจ๊ะ.....แต่อีกมากมายหลายครู ที่ยังไม่คุ้นเคย

กับหน้าตาของหลักสูตรสถานศึกษา ของโรงเรียนตนเอง

อย่างแน่แท้.....ก็จะต้องไปดูที่ไหนล่ะ ใกล้ ๆ ตัวคุณมะเดื่อนี่ไงล่ะ

ไม่อยากจะบอกเล้ย....ว่า ครูเกือบทุกคน...ไม่เคยเห็นหน้าตา

ของหลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระที่ตนเองรับผิดชอบ

สอนเด็กอยู่เลย.....เจ้าประคุณเอ๋ย...! ต้องบอกว่า หากไม่มี

หนังสือของสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในมือแล้วไซร้...

เป็นอันว่า......สอนไม่เป็นเอาเลย....!



ในยุคแห่งการทำผลงาน (คศ.๓) คุณมะเดื่อต้องทำหน้าที่เป็น

"ที่ปรึกษา...จำเป็น" ให้กับครูที่มาขอคำปรึกษา ซึ้งต้องบอกว่า

ร้อยละ ๘๐ ขึ้น ไม่เคยเห็นหลักสูตรของโรงเรียนตัวเอง และไม่รู้ว่า

ในการจัดทำแผนการเรียนรู้ต้องนำสาระและหน่วยการเรียนรู้ของ

หลักสูตรสถานศึกษามาจัดทำ....๕๕๕๕๕๕



โรงเรียนทุกโรงเรียนต้องมีหลักสูตรสถานศึกษา ที่...เบื้ิองบน

เห็นดีเห็นงามว่าครูทุกคนจะต้องรู้เรื่องหลักสูตร และจะต้อง

ลงมือจัดทำหลักสูตรด้วยตนเอง เพื่อให้เป็นหลักสูตรที่

ตรงตามความประสงค์ของโรงเรียนและท้องถิ่น ...(.ดูดีจัง )



ปัจจุบัน หลักสูตรสถานศึกษาเป็นฉบับปรับปรุง โดยใช้้แนว

ของหลักสูตรแกนกลาง ๒๕๕๑ และต้องจัดทำให้สอดแทรก

ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนศึกษาด้วย...ก็ว่ากันไปตามยุคสมัย



แต่...ก็นั่นแหละ...เมื่อหลักสูตรอันงามหรู ฮ์อฮา...ตามกระแสแห่ง

การเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงหลักสูตรเสร็จสรรพแล้ว...ก็อันเชิญ

ขึ้นหิ้ง...เป็นอันเสร็จพิธี....ขึ้นหิ้งเป็นที่เป็นทางยังพอรู้นะ

ว่าหาก สพป.มาตรวจวันไหน ยังคว้าเอามาให้ดู (ต่างหน้าคนทำ)

ได้ แต่เอาไปซุกไว้กับกองกระดาษใต้โต๊ะ ผอ. หรือทิ้งให้ฝุ่นจับ

หรือหนูลากเอาไปทำรัง ปลวกดีใจที่ได้อาหารชั้นเยี่ยม

จนไม่เหลือซากแล้วนี่สิ....ลำบากหน่อย.........

ยามที่เบี้องบนจะมาติดตาม ถามหาหลักสูตร ๕๕๕๕๕๕



ต่อจากนั้น.... การเรียนการสอนก็หมุนเข้าสู่โหมด....ความน่าจะเป็น...เช่นนี้

กางตำราของสำนักพิมพ์สะดวกใช้ .... สอนกันไป ว่ากันตามตำรา

หากผิดแม้นิดเดียว...นั่นคือ ไม่ใช่ !

วันก่อน....ในการประชุมครู... (แบบจับประเด็นสาระอะไรไม่ได้เลย...)

ผอ.บอกว่า การสอบวัดผล ประเมินผลของประถม ต้องสอบ

ปลายภาคเรียน สองภาค เอาคะแนนมารวมกัน ส่วนครูที่เพิ่ง

ไปอบรมหลักสูตรมา บอกว่า " ระดับประถมมีแต่สอบปลายปี ไม่มีปลายภาค

สอบปลายภาค สองภาคเรียนมีแต่ระดับมัธยม "...๕๕๕๕ หนุกหนาน ๆ

ก็โต้กันไป โต้กันมา.....บทสรุปอย่างไร ไม่แจ้ง...เพราะคุณมะเดื่อ

ขี้เกียจรอฟัง จึงวอคเอ้าท์ มาก่อน



สักพักใหญ่ ครูวิชาการเดินออกมา คุณมะเดื่อจึงว่า " สรุปว่าอย่างไร"

น้องเขาบอกว่า ผอ.ก็ยังยืนยันเหมือนเดิม คุณมะเดื่ออยากจะหัวเราะดัง ๆ

แต่ก็คิดว่าไม่มีประโยชน์ (เหนือยเปล่า ๆ ) จึงบอกว่า " ทำไมไม่เอา

เกณฑ์การวัดผล ประเมินผล ที่อยู่ในหลักสูตรสถานศึกษามาดูกันล่ะ...!

จะมาเถียงกันทำไม...ในนั้นมันแจงไว้หมดสิ้นแล้ว พี่น้องงงง.....



ทราบว่า....อีกไม่นานก็จะได้ฤกษ์เปลี่ยนหลักสูตรแกนกลาง

กันอีกแล้ว....แต่ถ้าเหตุการณ์การใช้หลักสูตรสถานศึกษาในโรงเรียน

ยังเป็นแบบนี้อยู่...(ก็เป็นมานับแต่เปลี่ยนจากหลักสูตรยุคแรก ๆ

มาแล้วนั่นแหละ) แล้้วมันจะมีประโยชน์อะไรกับการเปลี่ยนแปลง

หลักสูตรอีกครั้ง....ในเมื่อ แม้แต่ผู้บริหารสถานศึกษา (บางคนนะ ไม่ได้เหมาโหล

รวมว่าทุกคนนะจ๊ะ โปรดเข้าใจ)................. ยังไม่มีความรู้

และไร้ความสามารถในการบริหารงานวิชาการ และไม่สามารถ

จะเป็นผู้นำในการพัฒนาหลักสูตรได้ ครูผู้สอน ( ส่วนใหญ่)

ก็ยังไม่รู้จักใช้ ไม่เคยหยิบหลักสูตรมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนเลย

แบบนี้ จะเปลี่ยนหลักสูตรอีกสัก ร้อย สักพันครั้ง ก็สูญเปล่า

เปลืองงบประมาณอย่างไร้ประโยชน์....สู้เปลี่บนครู โดยเฉพาะ

เปลี่ยนผู้บริหาร ฯ (เฉพาะบุคคลที่ไร้สมองส่วนคิดสร้างสรรค์ )

ที่ไม่รู้จัก " หลักสูตร" เหล่านี้ให้ไปทำงานอื่นที่เขาถนัด

ไม่ดีกว่าหรือ ????.......พี่น้องงงงง



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ใต้ฟ้าเมืองไทย



ความเห็น (9)

เขียนเมื่อ 

Do we have a forum (social netwrok) where teachers can make louder voice?

Your story is one example of how a nation can benefit from louder voice!

เขียนเมื่อ 

เป็นกำลังใจให้ครับคุณครูทั้งหลาย

สู้ๆครับ...

เขียนเมื่อ 

เป็นบันทึกที่แรงและจริงใจ พี่เป็นคนนอกที่เคยทำงานกับคร และรักวืชาชีพครูมากนะคะ สิ่งที่น้องครูมะเดื่อพูดพี่คยได้ยินครูหลายๆท่านพูดให้ฟัง พี่เห็นปัญหาชัดเชียวค่ะ

แผนการสอนเหมือนบทหนัง แผนการสอนดีเหมือนบทหนังดี ทำเป็นหนังก็ดูสนุก แผนการสอนดีสนุกทั้งคนเรียนคนสอน ทั้งเรียนรเรื่องทั้งเรียนสนุก

ขอบคุณบันทีกความจริงจากใจ สู้ สู้.....เน้อ

อาหารปลวก.....HA HA HA

</span></span>

เขียนเมื่อ 

ตามมาเชียร์การทำงานครับ

สู้ๆครับ

เขียนเมื่อ 

เป็นกำลังใจในสิ่งที่ถูกต้องครับ

เขียนเมื่อ 

ส่งกำลังใจมาให้เสมอนะคะคุณครูหญิงเหล็ก

เขียนเมื่อ 

ตามมาให้กำลังใจนะคะ ...... อาหารปลวก...กินอาคาร .....555

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณทุก ๆ กำลังใจจากมิตรรักแฟนเพลงทุก ๆ คนจ้ะ.....มันคือความจริง เรื่องจริง

ที่.....เป็นปัญหาใหญ่หลวงของวงการศึกษา (ระดับรากหญ้า รากฝอย รากขนอ่อน) ที่

ผู้ที่เกี่ยวข้องมองว่า....ไม่ใช่ปัญหา....ทำให้ไม่มีการแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปสักครา ก็คงเหมือนกับอีก

หลาย ๆ ปัญหาของการศึกษาไทย ที่ถูกโยนกอง ๆ สุม ๆ เอาไว้ ให้เน่าเปีื้่อยจนย่อยสลาย

กลายเป็นปุ๋ยไปเอง.....เฮ้อ...! อนิจจา...การศึกษาไทย