วันศุกร์ที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๘ ผมไม่มีนัด นั่งทำงานอยู่ที่ระเบียงบ้าน สายหน่อย "เลขา" กับป้าอี๊ด ส่งเสียงว่าจะไปซื้อของที่ตลาดวัดศาลเจ้า ที่เขาไปกันมาแล้ว ๒ ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ ผมจึงขอติดตามไปด้วย ท่านที่สนใจ ดูคำแนะนำวิธีเดินทางไป ที่นี่ นอกจากบอกทางไปแล้วยังมีรูปของอร่อยเพียบ

ลูกสาวคนโตชอบขนมกุยช่าย ฝากซื้อขนมกุยช่ายเจ๊มล ป้าอี๊ดเตรียมไปซื้อข้าวแต๋นน้ำแตงโม ผมอดซื้อหมูกรอบ (ของแสลงพุง) ไม่ได้ เพราะเพิ่งขึ้นจากเตาใหม่ๆ เลขาถามพ่อว่าเอาห่อหมก (ตาเรศ) ไหม ผมบอกว่าเอา ต้องไปเขียนใบจอง และเข้าคิว พ่อค้าร้านข้าวแต๋นบอกว่า ทีหลังโทรศัพท์ไปให้เขาช่วยจอง ตั้งแต่เช้าได้ จะได้ไม่ต้องเข้าคิว พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดนี้โอภาปราศัยดีมาก กว่าจะถึงคิวเลขาก็รอนาน เพราะแม้คิวไม่ยาว แต่เขาซื้อกันคนละ ๒๐ ห่อ

เราไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูโบราณนายทองสุข ที่อร่อยสมคำเล่าลือ ผมกินเส้นเล็กน้ำต้มยำ อร่อยจริงๆ ส่วนชามที่สองคือก๋วยจั๊บน้ำข้น ก็อร่อย แต่ไม่ถึงกับสุดยอดอย่างเส้นเล็กน้ำต้มยำ หมูสะเต๊ะก็อร่อย กิน ๓ คน ๔ ชาม กับหมูสะเต๊ะ และขนมถ้วย ๒ ถ้วย เป็นเงิน ๑๘๘ บาท ทางร้านมีภาพถ่ายสมเด็จพระเทพรัตน์เสด็จมา เสวยก๋วยเตี๋ยวอย่างง่ายๆ

ผมเถลไถลไปชมริมแม่น้ำเจ้าพระยา เห็นมัสยิดอยู่ทางซ้ายมือฝั่งตรงกันข้าม ส่วนทางขวาเป็นวัด อีกวัดหนึ่ง แสดงว่าสังคมไทยเรามีคนต่างชาติต่างศาสนาอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ที่ริมน้ำเป็นวังมัจฉา วัดมะขาม

ผมไปกราบพระประธานในอุโบสถวัดศาลเจ้า ที่มีรูปทรงจีนประยุกต์ และยังมีศาลเจ้าอยู่ด้วย อยู่ติดกับวัดมะขาม ผมจึงเดินเตร่ไป ถ่ายรูปโบสถ์และเจดีย์ในวัด และพบเสาหงส์ จึงรู้ว่าเป็นวัดมอญ

มีร้านขายไม้ดอกเล็กๆ มีดอกช่อม่วงพวงครามงามมาก ผมไปขอถ่ายรูป เขาให้ถ่ายด้วยอัธยาศัยไมตรี และให้ความรู้อย่างดียิ่ง ต่างจากในต่างประเทศเขาห้ามถ่าย

ในวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดเทศกาลตลาดนี้คนแน่นมาก วันนี้เป็นวันศุกร์คนไม่แน่น แต่ก็มาไม่ขาดสาย มีหลายร้านที่คิวยาว




อุโบสถวัดศาลเจ้า


ลายปูนปั้นสีงดงาม


พระประธานคล้ายพระพุทธรูปพม่า


วัดมะขามมีเสาหงส์ แสดงว่าเป็นวัดมอญ


โบสถ์วัดมะขาม


วังมัจฉา วัดมะขาม


มะขามโบราณต้นนี้ อยู่ในตลาดวัดศาลเจ้า


หมูกรอบ


กรรมวิธีทอดหมูกรอบ ต้องทอด ๒ ครั้ง


ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูโบราณนายทองสุข


มีภาพถ่ายสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ ใส่กรอบติดไว้เบื้องสูง



ห่อหมกร้านตาเรศวันนี้คิวไม่ยาวแต่รอนาน


ดอกช่อม่วงพวงคราม


ดอกโรโด้ จากออสเตรเลีย

วิจารณ์ พานิช

๒๓ ม.ค. ๕๘