วันที่ยี่สิบเอ็ด –พลังจากพ่อแม่ แม้บางอย่างจะยังไม่ได้แก้ แต่ก็สู้นะ


วันที่ยี่สิบเอ็ด –พลังจากพ่อแม่ แม้บางอย่างจะยังไม่ได้แก้ แต่ก็สู้นะ

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ความตั้งใจวันนี้กลับบ้านพ่อ แม่ เอายาสมุนไพรไปถวายหลวงปู่ ตามที่พระพี่ชายแจ้งว่า ที่วัดไม่มีแต่ท่านต้องใช้ เดินทางมาร่วมคณะตรวจเยี่ยม GMP รพ. กลับขอนแก่นแวะทดลองเอาขนมวางขายตลาด
เอาเข้าจริง ๆ จากที่จะต้องถึงบ้านตั้งแต่กลางคืน กลับกลายเป็นว่า "เข้าบ้านเช้า"
ดีที่ไม่เสียเวลาคร่ำครวญเพิ่ม เข้าบ้านเจอพ่อก่อน คุยเรื่องต้นไม้การเพาะปลุกตามที่ครูชี้ พ่อพาไปดูความก้าวหน้าของสวน
ต้องบอกว่า "โอ้ มันเยี่ยมมาก เกินคาด"
พ่อไม่ได้คิดแค่ปลูกขาย แต่พ่อทำเป็นต้นกล้าไว้จำหน่ายด้วย ทั้งพืชผักสวนครัว เขาสามารถซื้อกลับไปทานแบบสด ๆ เก็บได้นานแบบเอาไปรถน้ำต่อ ไม่ต้องง้อตู้เย็น ก็ทานได้ แบบมีสวนผักที่บ้าน เป็น Concept ที่เอื้อประโยชน์ให้คนน่าซื้อกลับ

ขอต้นกล้าพ่อมาจำนวนหนึ่ง กะว่า เอามาลองว่างขายและประดับหน้าร้าน ให้สดชื่น
น้องตั้มทำกับข้าวอยู่ระหว่างหนูลงดูสวนกับพ่อ จึงขอให้ทำผัดกระเพราเพิ่ม เพื่อหนูได้นำอาหารไปถวายพระด้วย ระหว่างที่เอาสมุนไพรและใยถูตัวไปถวายท่าน
ระลึกถึงว่า "เหมือนที่ครูบอกไว้เลย พ่อไปได้ไกลมาก คิดต่อยอดได้เยี่ยมมาก หน้าที่ของลูกคือ กระจายสินค้า"
หนูไม่ใช่ผู้ผลิต แต่หนูมีหน้าที่ กระจายสินค้า พ่อไม่ใช้สารเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เพราะเราปลูกแบบหลังบ้านเลยค่ะ
พ่อเจออุปสรรคเยอะ ด้วยบริบท แต่พ่อก็ไม่ได้ท้อหรือ หยุด จากวันที่เราคุยกันจนวันนี้ ผักที่เป็นแปลงลงไม่ได้ เพราะลงซ่อมบ้าน ถมดินในที่ติดกัน แล้วต้องมีรถผ่าน หรือการปรับดิน พ่อปรับแก้โดยการ ปลูกลงกล่อง หรือ กระถาง แล้วขยายลงถุงเป็นต้นกล้าบ้าง หรือ บ่งอันขยายลงถุงทำต้นใหญ่ขายยกถุงเลย สำหรับหนู
"พ่อ เยี่ยมมาก ๆ ที่ทะลุทุกข้อจำกัดที่ท่านเจอ ท่านชวนหนู ชมสวนและจัดต้นกล้าให้หนูอย่างมีความสุข"
หนูเริ่มเห็นทางรอดตามที่ครูเคยชี้ไว้
พอได้เวลาหนูขับรถขึ้นไปวัด ตอนแรกตั้งใจว่าไปถวายจังหัน รับพรแล้วก็ลงไปทำงานเลย แต่พอทำจริงระลึกถึงความบกพร่องเรื่องเวลาของตนเอง จึงกะว่าถวายอาหารและก็ไปทำงานเลยดีกว่า ระลึกถึงครูก็ก็พาทำ
นำอาหารถวายพระที่เป็นผัดกระเพราฝีมือน้องตั้ม สลัดผักฝีมือครูและเบเกอรี่ นำสมุนไพรถวายพระพี่ชาย ใยขัดตัววางไว้ให้ หลวงปู่ท่านเมตตาบังสุกุล ระลึกอธิษฐานให้ บอยหายจากความเจ็บป่วย แขนขากลับมาใช้งานได้ปกติ อานิสงส์นี้ ถวายพ่อ แม่ครูบาอาจารย์และครอบครัว
พระพี่ชายชี้ ให้ไปกราบหลวงปู่ก่อนลงจากวัด หลวงปู่เมตตา บอกว่า
"บ่กิข้าวก่อนเบาะ" (ไม่กินข้าวก่อนเหรอ)
"เอ๋า บ่เป็นหยั๋งไปข้างหน้า ในเมือง บ่อึดของกิน บ่แม้นไปในป่าดอก เข้าป่าต้องเตรียมของกินเด๊ะ"
(ไม่เป็นไรหรอก ไปข้างหน้าในเมือง ของกินเยอะไม่ใช่เข้าป่า เข้าป่าต้องเตรียมของกินนะ)

แล้วท่านก็ถามถึงผู้อำนวยการว่าจะมา แต่ก็ไม่ได้มา
แล้วหนูก็ลงมากจากวัด ครูเมตตาโทรมาให้กำลังใจ ชี้บอกให้ "เอาใหม่"
บอกตนเองว่า "ตอนนี้ฉันตื่นแล้ว แกทำอะไรฉันไม่ได้หรอก"
แล้วหนูก็ไปต่อ
แวะข้างทางเก็บใบหนาด เพิ่ม นำไปให้พ่อแม่ล้าง เพื่อนำมาถวายหลวงปู่เช้าวันพระ ตอนที่มาใส่บาตร บอกแม่ว่า
"บุญนี้อธิษฐานให้น้องหายป่วย ฝากล้างแล้วนำไปถวายหลวงปู่ กินที่เหลือ ขอให้พ่อชำเก็บไว้ขยายพันธุ์"
ซึ่งการเดินทางวันนี้โอเค หนูเดินทางถึงจุดนัดหมายก่อนเวลา มีเวลาได้รอ เข้าไปพร้อมทีม ระหว่างลงตรวจเห็นการทำงานของพี่ ๆ แล้ว รู้สึกดี เหมือนได้ร่วมเรียนรู้ไปด้วยในการดูความเรียบร้อยของสถานที่จริง ช่วยคิดแก้ไขให้คนทำงานได้ บนข้อจำกัด และชี้ว่า อนาคตน่าจะปรับแก้จุดไหน
พี่ ๆ ดู และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดและละเอียด
ตกเย็นกลับมาขอนแก่นพร้อมกับพี่เตือน แวะส่งงานและทำข้อมูลที่ถูกขอเพิ่ม หนูก็เหมือนอยู่ยาวเลยค่ะ ไม่ได้นำขนมไปลองวางขายเลย แถมฟรุ๊ตสลัดกลิ่นไม่ค่อยดี เลยตัดสินใจเก็บไว้ก่อน
ดีที่ครูเมตตาชี้บอกก่อน ไม่งั้นถึงมือ คนที่จะนำไปทานหล่ะ เป็นบาปเป็นกรรมแย่กว่านี้

วันนี้ประทับใจ พ่อ กับ แม่ น่ารัก ทุ่มเท เป็นตัวอย่างที่ดีของลูก ๆ ในการทำสิ่งต่าง ๆ อย่างตั้งใจ
ประทับใจพี่ ๆ ทีมตรวจเยี่ยม ที่เอาใจใส่คนทำงาน คิด หาทางแก้ไข
แม้หนูจะยังพลาด แต่ก็ย้ำว่า "เออ สติมันอ่อน ก็ไปทำอย่างที่ครูชี้ วิ่งมาก ๆ ไม่งั้นจะเดี้ยงหนักกว่านี้เด้อ"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ชีวิต



ความเห็น (0)