การทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

เช้าวันนี้ผมได้รับเกียรติจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มาบรรยายหัวข้อ การทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ ในโครงการ ห้าหลักการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ให้กับบุคลากรสำนักทรัพย์สินและรายได้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Chira Academy



ความเห็น (24)

การทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ

(Effective Teamwork)

โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

14 กุมภาพันธ์ 2558

ณ โรงแรมวังสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา

1. ปัญหาที่เกิดในหน่วยงานสำนักฝ่ายธุรกิจโรงแรม สังกัดสำนักทรัพย์สิน

- ไม่สามัคคีกัน เนื่องจากทัศนคติต่างกัน

- การสื่อสารภายในองค์กร

- การไม่รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง

คุณพิชญ์ภูรี: ต้องหาทัศนคติที่ตรงร่วมกันได้

อ.จีระ: หลักวันนี้คือ ทำให้งานมีประสิทธิภาพ มี Performance ขับเคลื่อนให้องค์กรไปสู่ความเป็นเลิศ ถ้าทำคนเดียว ทำไม่ได้ ต้องทำเป็นทีม แต่เมื่อทำเป็นทีมแล้ว เกิดเป็น Diversity เพื่อมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ สิ่งแรกที่เข้าใจคือ teamwork เป็นทักษะอย่างหนึ่ง แต่เป้าหมายคือ หากเราอยู่บันไดขั้นที่ 2 และจะขึ้นบันไดขั้นที่ 3 คือ ต้องทำงานอย่างมีความสุข และมีเป้าหมาย ทำให้ลูกค้ามีความสุข

คุณพิชญ์ภูรี: หากทัศนคติไม่ตรงกันแล้ว การสื่อสารภายในองค์กรก็ไม่เกิด ต้องมานั่งดูว่าปัญหาเกิดจากอะไร ต้องแก้ข้อแรกก่อน ค่อยแก้ข้ออื่นได้

อ.จีระ: สิ่งแรกของกลุ่มนี้ คือ ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ต้องrespect ต้องให้ศักดิ์ศรี dignity

ต้องค้นหาตัวเอง และสำรวจว่าสิ่งทีเกิดขึ้นมีสาเหตุเกิดจากอะไร

2. ปัญหาในเรื่อง Team work ในส่วนทรัพย์สินและรายได้ สำนักงานบุคคล

อ.จีระ: Teamwork ต้องมอง Stakeholderข้างนอก

- ปัญหาการสื่อสาร ยังมีความไม่เข้าใจระหว่างกัน แต่ละคนมีความคิดไม่ตรงกัน

อ.จีระ: การสื่อสารองค์กร และการสื่อสารภายในทีมควรจะแยกกัน ต้องมีความทะเยอทะยาน หากมีความเข้าใจไม่ตรงกัน ก็เพราะว่ามีเป้าหมายไม่เหมือนกัน มนุษย์ต้องมี 3 เรื่อง คือ ต้องพัฒนา ต้องบริหารจัดการ และเมื่อเจออุปสรรคแล้ว ต้องเอาชนะอุปสรรคด้วย

- ขาดความเข้าใจและทักษะในเรื่อง Teamwork

อ.จีระ: ต้องยกย่อง ให้เกียรติ ต้องคิดว่าเมื่อทำสำเร็จแล้วเราได้อะไร

คุณพิชญ์ภูรี: ปัญหากลุ่ม 1 และ 2 เหมือนกัน พูดถึงเรื่องงานประจำของแต่ละกลุ่ม มีแผนที่ชัดเจนแล้วหรือยัง ถ้าเป็นงานปกติที่เป็นงานประจำของกลุ่มต้องแยก

การทำงานร่วมกัน และต้องมีประสานต้องดูว่ามีปัญหาที่อะไร

การรวมทีมเฉพาะกิจ หรืองานเร่งด่วนเฉพาะกิจ ต้องดูเรื่องนี้เป็นพิเศษ

อ.จีระ: งานที่ต้องประสานกับหน่วยงานอื่นเป็นเรื่องสำคัญ

3. ปัญหาในการทำงาน ของฝ่ายผลิตอาหารและเครื่องดื่ม และฝ่ายmultimedia

สำนักทรัพย์สินมี 5 ฝ่าย

ฝ่ายธุรกิจโรงแรม

ฝ่ายธุรกิจสถาบันวิจัยและการพัฒนา

ฝ่ายธุรกิจฝึกอบรมและการท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา

ฝ่ายผลิตอาหารและเครื่องดื่ม

ฝ่ายmultimedia

  • -ความคิดเห็นไม่ตรงกัน
  • -ปัญหาส่วนตัว
  • -ไม่มีความสามัคคี

คุณพิชญ์ภูรี: ปัญหาทั้งหมดเป็นปัญหาภายนอก

Stephen R. Covey: กล่าวว่า ต้องดูแลพนักงานให้เหมือนกับลูกค้า

Henry Ford: ความสำเร็จ คือ การทำงานร่วมกัน

วัตถุประสงค์หลัก

1)จุดประกายความคิด ให้ทุกคนสำรวจ/ค้นหาตัวเอง และวิธีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ

2)สร้างพลังในการทำงานและความสำเร็จทุกระดับด้วยทีมเวิร์ค

3)สร้างบรรยากาศในการทำงานและทุนแห่งความสุขในองค์กรด้วยการลดบริหารความขัดแย้งพัฒนาสู่ประสิทธิภาพที่สูงขึ้น

4)สร้างวัฒนธรรมในการเรียนรู้ และวิธีการเรียนรู้ไปสู่ Results และ Value added

5)กระตุ้นให้เกิดพลังเพื่อเอาชนะอุปสรรค

Why? ความจำเป็นคืออะไร?

การทำงานในยุคใหม่..

•การแข่งขันสูง / ความคาดหวังของลูกค้า สังคม และประชาชน

•ความอยู่รอด

•ความสุข/ความพอใจของพนักงาน

•ความสมดุลของชีวิตกับงาน

•การทำงานที่มีคุณค่า

•การใช้ Diversity ไปสู่ Excellence

•การมี Creativity กับ Innovation

•การมี Purpose กับ Meaning

•การมี Growth และการลดต้นทุน

•การพัฒนาจาก Good to Great

Teamwork & Cross Functional Team จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

Human Resource

Organization

Performance/
Excellence

§Personal

§Diversity

§Human Capital

§Skills+ Knowledge

+ Attitude

§Happiness & Passion

in work

§Purpose

§8K+5K ?

§Government's policy

§Vision

§Competency Development

§Law and Rules

§Learning Culture

§Organizational Structure

§ TEAMWORK

§Motivation

§Ethics

§Core Value

§Participation

§Rewards

§Happiness

§Customer satisfaction

§ROI (Asset)

§Productivity Increasing

§Good Quality

§Sustainability

§Work/Life Balance

§CSR

§Public Mind

Team ในองค์กร แบ่งเป็น 2 ชนิด

ชนิดแรก คือ ทีมแบบเป็นทางการ หรือ Formal Team คือ ทีมตามสายงาน ตั้งแต่ CEO ลงมาตามลำดับขั้น

ปัญหาการมอง team แบบ Formal Team คือ จะไม่ค่อยมีการทำงานข้ามสายงาน และเน้นงานประจำเป็นหลัก และบางครั้งไม่สามารถจะไปสู่ผลลัพธ์ คือ ความพึงพอใจของลูกค้าหรือผู้รับบริการได้

มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจจากการที่ผมมีโอกาสเข้าไปทำงานในองค์กรขนาดใหญ่อย่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ มากว่า 10 ปี ได้พบว่าการทำงานส่วนใหญ่ยังไป Formal Team หรืออาจเรียกว่า Silo ซึ่งทลายลำบาก เพราะ Structure แข็งแรงมาก วัฒนธรรมองค์กรก็เป็นอุปสรรค แต่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันหรือที่เรียกว่า Informal Team อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สลายการทำงานแบบ Silo ได้บ้าง

จากการวิเคราะห์ของ Obama เรื่องการสร้างทีม เขาเน้นว่า..

1.มี Team ไว้เพื่อความสำเร็จ Winning

2.วิธีการของเขาเน้นวัฒนธรรมของทีม หรือ Team Culture

3.การตั้งทีมพิเศษ ทำให้เขาเลือกคนได้

การเลือกสมาชิกของทีม

1.ควรเลือกที่มีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน แต่ผสมกันได้ ต้องบริหารความหลากหลายให้ได้

2.กำหนดบทบาท (Role) ที่ชัดเจน

3.มีผู้นำของทีมที่มีคุณภาพ รับฟังความคิดเห็นตลอดเวลา

4.สามารถประสานความขัดแย้งได้

5.มีความศรัทธาซึ่งกันและกัน

6.ทำแล้วทุกคนได้ประโยชน์ทัดเทียมตามผลงาน

7.นับถือผู้ร่วมงานอย่างจริงจัง

8.หน้าที่ความรับผิดชอบชัดเจน Roles & Clarity

9.มีการมอบอำนาจให้ชัดเจนในการทำงาน

10.ผู้นำต้องมองภาพใหญ่ และเปิดโอกาสให้สมาชิกทำงานอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องไปก้าวก่ายมากเกินไป ดูภาพใหญ่ ๆ

11.ความสำเร็จของ team ไม่ใช่งานประจำ แต่ต้องมีการถกเถียง หา ideas ใหม่ ๆ และติดตามผล (Follow up)

12.การค้นหานวัตกรรมใหม่ ๆ ในองค์กรอาจจะต้องการตั้งทีมพิเศษทำ จะได้หลุดพ้นจากงานประจำ

13.สมาชิกต้องมองโลกในแง่ดี คนที่คิดว่าอะไรก็ไม่สำเร็จ ขี้บ่น น่าจะไม่นำมาเป็นสมาชิก

14.สมาชิกของทีมต้องมีความสุขที่ได้ทำงานร่วมกัน

15.สมาชิกต้องมองโลกในแง่ดี เป็นไปได้ ไม่ใช่อะไรก็ล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่ได้ลงมือทำ

16.Team กับ Execution สำคัญมาก

หนังสือเรื่อง Leading outside the lines เขียนโดย Jon R. Katzenbach/ Zin Khan เป็นหนังสือเล่มล่าสุดที่มองว่า Team ยุคใหม่แบบ Cross Function อาจจะต้องเริ่มมองหา Formal Team มากขึ้น ซึ่งเป็น Idea ที่ผมได้แสดงความเห็นไว้ในการวิเคราะห์ เรื่องทีมมานานแล้ว ยิ่งได้รับการ Confirmed จากหนังสือเล่มนี้ยิ่งทำให้ผมมั่นใจมากขึ้น

ในหนังสือเล่มนี้ ลักษณะของ Formal Team ประกอบไปด้วย

ü Strategy

ü Structure

ü Process and Procedures

ü Program and Initiative

ü Performance and KPIs

ผมเสริมเรื่อง Budgeting ด้วย

ส่วน Informal Approachประกอบไปด้วย

ü Shared Value

ü Networking

ü Communities (including Learning Community)

และ Pride และ Happiness เข้าไป ซึ่งมีอะไรคล้ายๆกับทฤษฎี HRDS ของผม

ทฤษฎี HRDS

Happiness

Respect

Dignity

Sustainability

เปรียบเทียบคุณลักษณะของ Functional Team และ Informal Team

Formal Team

Informal Team

Efficient

Scalable

Predictable

Controllability

Clear

Disciplined

Hierarchical

Rational

Adaptive

Local

Innovative

Motivation & Inspiring

Ambiguous

Spontaneous

Collaborative

Emotional

อุปสรรคที่สำคัญที่ทำให้ทีมไม่เวิร์ค คือ ความขัดแย้ง (Conflict)

กฏ 8 ข้อของการบริหารความขัดแย้งของ ดร.จีระ

1.ความขัดแย้งไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายทุกเรื่อง บางครั้งความขัดแย้งเพื่อให้เกิดควาคิดเห็นที่ไปสู่ความสำเร็จก็มี อาจจะเรียกว่า "การขัดแย้งเชิงสร้างสรรค์"

2.แต่ความขัดแย้งที่ไปสู่ความล้มเหลวต่างหากที่เป็นปัญหา เช่น

ความขัดแย้งเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาฯ

ความขัดแย้งระหว่างเสื้อเหลืองกับเสื้อแดงในปัจจุบัน

ความขัดแย้งเรื่องน้ำท่วม /น้ำน้อย เมื่อเร็ว ๆ นี้

3.ดังนั้น ประเด็นก็คือ เมื่อเข้าใจปัญหาและสาเหตุก็ต้องหาทางแก้ไขแต่เนิ่น ๆ ให้ไปสู่ความปรองดอง ตัวอย่างที่สำคัญที่สุดในระดับโลก คือ ความขัดแย้งระหว่างผิวขาว/ผิวดำ ในแอฟริกาใต้ และในที่สุดก็มี Nelson Mandela เป็นผู้แก้ปัญหา คือ ให้อภัย ไม่นึกถึงการล้างแค้น นึกถึงแต่ทางออก

ทั้ง ๆ ที่ Mandela ต้องติดคุกถึง 27 ปี เขาได้ความคิดเรื่องการปรองดองมาได้อย่างไร?

4.อย่างในกรณีของสีคิ้ว หากจะวิเคราะห์ถึงปัญหาเรื่อง ความขัดแย้งอาจจะมอง

เป็น 2 ระดับ

-ระดับองค์กร

-ระดับบุคคล

-ส่วนระดับชุมชน (เอาไว้ทีหลัง)

5.ดังนั้น ในวันนี้จึงจะระดมสมองโดยเน้น..

(1) ค้นหาตัวเอง

(2) ค้นหาสาเหตุของความขัดแย้ง

(3) หาทางออก

ระดับบุคคล

ระดับองค์กร

6.จุดอ่อนของความขัดแย้ง ก็คือ..

1) ความขัดแย้ง ความล้มเหลวในงานและประชาชนเสียหาย

2) ลดความขัดแย้ง คุณภาพของงานจะดีขึ้น

7.การลดหรือบริหารความขัดแย้ง น่าจะต้องใช้ทฤษฎี 2 R's

Reality – มองความจริง

Relevance – ตรงประเด็น

Reality หรือ การมองความจริงนั้น ต้องเน้นเรื่อง

สังคมไทย ค่านิยมของคนไทย+ค่านิยมองค์กรหรือ

วัฒนธรรมองค์กรที่เรากำลังพูดถึง

ค่านิยมในสังคมไทย..

-อิจฉาริษยา

-ไม่ค่อยจะดูตัวเอง

-ไม่อยากให้คนอื่นได้ดีกว่า

-ไม่ค้นหาตัวเอง

-มองกลุ่มตัวเองสำคัญมากกว่ามองภาพใหญ่

-จะทำอะไรลับหลัง ไม่ทำตรง ๆ

8. ตัวละครที่จะมาช่วย

-ผู้นำองค์กรต้องมีคุณธรรมจริยธรรม ต้องสนใจและมีความสามารถในการบริหารทุนมนุษย์

-ผู้นำต้องสร้างทีม HR ที่เก่งในการช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว

-จัดกิจกรรมแบบนี้บ่อย ๆ โดยใช้ Facilitator ที่เป็นคนนอก ใช้มุมมองจาก Outside-in เป็นกลาง

-ทุกคนในองค์กร (Non-HR) ต้องช่วยด้วย

สรุปว่า.. หากจะทำเรื่องการสร้างทีมให้เป็นยุทธศาสตร์และประสบความสำเร็จนั้น

ผู้นำต้องเห็นภาพใหญ่ - ผู้ตามต้องเน้นการทำงานข้าม Silo อย่าเน้นเฉพาะฝ่ายของตัวเอง

เน้นผลประโยชน์ขององค์กรเป็นส่วนใหญ่หรือที่เรียกว่า Shared Vision

การเรียนรู้ในวันนี้

How = 20%

Why = 30%

the greatest challenge is execution (50%)

Make it happen!!

คุณพิชญ์ภูรี: เราสามารถทำงานเป็นทีม เพราะคนไทยไม่ได้เก่งคนเดียว ตอนนี้ทัศนคติของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สิ่งที่อาจารย์จีระ ซ่อนไว้คือการเป็นสวนสุนันทา การทำงานเป็นทีม ทีมประกอบด้วยบุคคล

8 K's : ทฤษฎีทุน 8 ประเภทพื้นฐานของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

Human Capital ทุนมนุษย์

Intellectual Capital ทุนทางปัญญา

Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม

Happiness Capital ทุนแห่งความสุข

Social Capital ทุนทางสังคม

Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน

Digital Capital ทุนทาง IT

Talented Capital ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ

5 K's (ใหม่) : ทฤษฎีทุนใหม่ 5 ประการเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์

Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์

Knowledge Capital ทุนทางความรู้

Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม

Emotional Capital ทุนทางอารมณ์

Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม

คุณศักดิ์ศิลป์: ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความคิดของเรา การสอนหรือการเปลี่ยนความคิดของเรา อยู่ในสมองของเรา เพราะมีทั้งการคิดบวกและคิดลบ แต่การคิดบวกสามารถนำไปใช้ในชีวิตของเราได้ในทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องนั้นจะเป็นปัญหาก็ตาม

การดำเนินชีวิตขั้นแรกต้องมีความเชื่อว่าเราทำได้ เราต้องเชื่อว่าเราสร้างทีมได้ เป้าหมายของมรภ.สวนสุนันทา ต้องเชื่อว่าเราสามารถประสบความสำเร็จ และเป็นที่ 1 ได้ อีกทั้งยังต้องมีความหวังด้วย

การสร้างทีมที่ยิ่งใหญ่ต้องมีวิญญาณของความรัก ต้องเห็นคุณค่าของตัวเองก่อน และจึงจะรักคนอื่น รวมถึงทุกๆคนในองค์กร หากจ้องจับผิดความไม่สมบูรณ์ของคนอื่นๆจะทำให้การขับเคลื่อนทีมเป็นไปได้ยาก และจะก้าวไปสู่ความสำเร็จได้

อ.จีระ: Leadership roles (Chira Hongladarom Style)

Crisis management การจัดการภาวะวิกฤต

Anticipate change การคาดคะเนการเปลี่ยนแปลง

Motivate others to be excellent การกระตุ้นผู้คนสู่ความยอดเยี่ยม

Conflict resolution การแก้ไขความขัดแย้ง

Explore opportunities การสร้างโอกาสแก่ผู้อื่น

Rhythm & Speed รู้จักใช้จังหวะและความ รวดเร็ว

Edge ( Decisiveness ) กล้าตัดสินใจ

Teamwork ทำงานเป็นทีม

การบริหารความไม่แน่นอน

Workshop

กลุ่ม 1

(1) ยกตัวอย่างชนิดของงานที่ต้องการการทำงานเป็นทีม

กรณีศึกษาของความสำเร็จ คือ อะไร? – อธิบาย

วันที่ 29 ม.ค. 58 ทางโรงแรมวังสวนสุนันทาได้รับเกียรติจัดงาน ครม.สัญจร ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยมีท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน

ได้รับความพึงพอใจจากลูกค้า ในด้านการบริการที่ประทับใจและรสชาติของอาหาร

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

1. มีการวางแผนในการทำงานของแต่ละฝ่ายงาน โดยมีการบางหน้าที่และภาระงานอย่างชัดเจน ตามความถนัดของแต่ละฝ่ายงาน

2. ปฏิบัติตามแผนงานที่วางไว้อย่างเคร่งครัด และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมืออาชีพ

กรณีศึกษาของความล้มเหลว คือ อะไร? – อธิบาย

การบริหารจัดการบริการด้านอาหารและสถานที่

สาเหตุของความล้มเหลว ขนมสาคูแคนตาลูปนมสดเสียในช่วงบ่าย

อ.จีระ: ควรยกตัวอย่างที่กว้างมากกว่านี้ในเรื่องของ Teamwork เช่น เรื่องประสานการทำงาน

คุณพิชญ์ภูรี: เมื่อสาคูเสียแล้วแก้ปัญหาอย่างไร

ทางกลุ่ม: เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยการนำเอาเบเกอรี่มาเสริม

ปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม เช่น อุณหภูมิ ชนิดของอาหาร

(2) ถ้าจะปรับปรุงการทำงานเป็นทีมให้ได้ผล ควรทำอย่างไร?

(2.1) ทีมที่เป็นทางการ

- ประกอบด้วย ทีมที่ต้องทำความเข้าใจในเนื้องานความรักในงานที่แต่ละบุคคลได้รับมอบหมาย

- ดูแลเรื่องอาหาร ดูแลเรื่องอาหารผู้เข้าร่วมประชุม

- การมอบหมายตามภาระหน้าที่ของแต่ละแผนกอย่างชัดเจน ตามความถนัดของแต่ละบุคคลและปฏิบัติงานอย่างมีความสุข โดยมีการวางแผนประสานงานในแต่ละแผนกอย่างมีปฏิสัมพันธ์ที่ดี

อ.จีระ: เมื่อมีการจัดสัมมนา เรื่องอุปกรณ์อบรมต้องดี

(2.2) ทีมที่ไม่เป็นทางการ

งาน Staff Party ภายในส่วนของทรัพย์สินและรายได้

อ.จีระ: เรื่องทีมที่ไม่เป็นทางการ ที่ทำอยู่ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นองค์กรใหญ่ๆ ต้องมีมาตรฐานการทำงานด้วย แบ่งเป็นฝ่ายๆ มีการทำงานแบบ Silo หากแต่ละ Silo สำเร็จก็สามารถกระเด้งไปแต่ละฝ่ายได้

การแลกเปลี่ยนมุมมองแนวคิดมีความสำคัญในทีมที่ไม่เป็นทางการ

มีการสื่อสารกับทางไลน์กลุ่ม

ทุกเดือนในทุกส่วนของสำนักทั้ง 5 โครงการเพื่อให้บุคลากรได้พบปะพูดคุยกันได้

(3) ทฤษฎี 8K's+5K's และ 3 วงกลมจะช่วยอะไรได้บ้าง? ยกตัวอย่าง

ในการทำงานเป็นทีมต้องมีความสุขในการทำงานที่ได้รับมอบหมายและรักในองค์กรที่เราปฏิบัติ โดยใช้ความรู้ ความคิด และทัศนคติของแต่ละฝ่ายมาแชร์ เพื่อให้เกิดทักษะ และบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพื่อให้องค์กรขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ

1. ทุนแห่งความสุข

2. ทุกแห่งความรู้ ทักษะ ทัศนคติ

3. ทุนแห่งความคิดสร้างสรรค์

อ.จีระ:ต้องคิดว่าหากทำสำเร็จแล้ว จะได้อะไร

กลุ่ม 2

(1) ยกตัวอย่างชนิดของงานที่ต้องการการทำงานเป็นทีม

กรณีศึกษาของความสำเร็จ คือ อะไร? – อธิบาย

การเงินและการบัญชี

  • -ส่งเงินตามเวลา มีการเก็บรวบรวมเงินให้ฝ่ายบัญชี มีการกำหนดวันเวลา เพื่อเป็นแนวทางเดียวกัน
  • -บันทึกประจำวัน เพื่อตรวจสอบว่าเงินตรงหรือไม่
  • -การบันทึกข้อมูลในรอบบัญชี

อ.จีระ: ทุกเรื่องต้องเน้นเรื่อง teamwork สิ่งที่รู้ต้องแม่นยำ

กรณีศึกษาของความล้มเหลว คือ อะไร? – อธิบาย

- การบริหารงานบุคคล เฉพาะในหน่วยงาน

- การบันทึกข้อมูล เข้าออกของพนักงาน ยังมีข้อมูลที่ไม่ชัดเจน

- ระเบียบวินัยการเข้างาน ยังไม่เป็นระเบียบ

- ทักษะเฉพาะในการทำงาน

- การออกระเบียบ

- การตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร

- การประชุมชี้แจงจดระเบียบกฎระเบียบการทำงาน

- การกระจายข้อมูลในการทำงาน

อ.จีระ: เป็นปัญหางานบริหารบุคลทุกแห่ง ซึ่งเป็นงานประจำ เรื่องทีมต้องยกเรื่องจุดอ่อนที่ไม่สามารถให้ทุกฝ่ายมามองปัญหาร่วมกันได้ ต้องดูว่าเรื่องไหนที่สามารถให้คนทั้ง 5 ฝ่ายมาร่วมกันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

(2) ถ้าจะปรับปรุงการทำงานเป็นทีมให้ได้ผล ควรทำอย่างไร?

(2.1) ทีมที่เป็นทางการ

- มีการกำหนดขั้นตอน และระยะรับส่งเงิน

- ตรวจสอบหลักฐาน

- จัดทำคู่มือ และจัดประชุมอย่างสม่ำเสมอ

- ติดตามผลการประเมินผล

(2.2) ทีมที่ไม่เป็นทางการ

- ทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ เช่น งานกีฬาสี

- การจัดกิจกรรมจัดแบรม ละลายพฤติกรรมนอกสถานที่

(3) ทฤษฎี 8K's+5K's และ 3 วงกลมจะช่วยอะไรได้บ้าง? ยกตัวอย่าง

- ทุนทางจริยธรรม

3 วงกลม

- เพื่อให้องค์กรน่าอยู่มากขึ้น

- เพื่อให้บุคลากรมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้น

- มีแรงจูงใจ มีโบนัสให้พนักงาน และเงินประจำตำแหน่ง

อ.จีระ: เรื่อง 3 วงกลมเป็น การดึงความสามารถของคนออกมาให้ได้มากที่สุด

กลุ่ม 3

(1) ยกตัวอย่างชนิดของงานที่ต้องการการทำงานเป็นทีม

กรณีศึกษาของความสำเร็จ คือ อะไร? – อธิบาย

  • -งานเพื่อนพึ่งพาวันสวนกุหลาบ
  • -วางแผนงานโดยรับงานมา 5 ฝ่าย แต่ฝ่ายธุรกิจโรงแรม ฝ่ายมัลติ ฝ่ายผลิตอาหาร มาช่วยกันทำงาน
  • -เกิดความสำเร็จ

กรณีศึกษาของความล้มเหลว คือ อะไร? – อธิบาย

- การสื่อสารไม่ตรงกัน

- เบเกอรี่ไม่ได้ทำตามออเดอร์

- น้ำพริก ไปส่งไม่ทันเวลา

(2) ถ้าจะปรับปรุงการทำงานเป็นทีมให้ได้ผล ควรทำอย่างไร?

(2.1) ทีมที่เป็นทางการ

- วางแผนการทำงาน

-ประชุมก่อนปฏิบัติงาน

- แชร์ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

(2.2) ทีมที่ไม่เป็นทางการ

- พบปะสังสรรค์

- นำเทคโนโลยีใหม่ๆมานำเสนอ

(3) ทฤษฎี 8K's+5K's และ 3 วงกลมจะช่วยอะไรได้บ้าง? ยกตัวอย่าง

ทฤษฎี 8K's+5K's ทุนทางอารมณ์

อ.จีระ: ทุนทางอารมณ์ เป็นเรื่องพื้นฐาน

3 วงกลม

  • -บุคคลากร เลือกคนให้เหมาะกับสายงาน
  • -เรื่องแรงจูงใจก็เป็นเรื่องทีสำคัญ

อ.จีระ: หลังจากทำ Workshop ในวันนี้ ต้องดูว่าจะทำอะไรต่อหลังจากนี้

คุณพิชญ์ภูรี: ทั้ง 3 กลุ่มมีจุดเด่น จุดด้อยต่างกัน

กลุ่ม 1 ให้ประเด็นเรื่องทีมได้ดีมาก ทั้งในเรื่องที่เป็นวิกฤติ ในเรื่องสาคู เป็นการแก้ปัญหาเรื่องทีมได้ดีมาก

กลุ่ม 2 เรื่อง Tangible อธิบายไม่ค่อยชัด เพราะเป็นเรื่องการวางแผนทางการเงิน ตอบข้อ 1 ยังไม่ชัด แต่กลุ่ม 1 และ 3 อธิบายข้อ 1 ได้อย่างชัดเจน

วันนี้เห็นว่าทุกกลุ่ม

  • -มีการวางแผนการบริหารจัดการได้ดี
  • -มีการบริหารจัดการให้เป็นไปตามแผนกลุ่ม 1 และกลุ่ม 3 วางขั้นตอน ไว้อย่างดี
  • -การบริหารจัดการเรื่อง Intangible ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้

กลุ่ม 3 เลือกเรื่องทุนทางอารมณ์ เพราะการทำงานเป็นทีม ต้องมีความเข้าใจกันในการทำงาน

อ.จีระ: นายที่ดีต้องมีการกระตุ้นลูกน้องให้เป็นเลิศ โดยมีการให้ Empowerment ซึ่งเป็น 1 ในเรื่อง 3 วงกลม

น.ส.ณัฐฑริกา วิชัยโย
IP: xxx.171.9.183
เขียนเมื่อ 

1. เข้าถึงการแก้ไขปัญหาต่างๆ และให้นำความรู้ด้านคุณธรรมจริยธรรม มาใช้ในหน่วยงานและการทำงานเป็น

2. เข้าใจเรื่องสามวงกลม

3. เข้าใจเรื่องการทำงานเป็นทีม

จุไรรัตน์ ต๊อดแก้ว
IP: xxx.10.218.7
เขียนเมื่อ 
  • 1.ได้แรงบันดาลใจในการทำอาหาร
  • 2.กล้าที่จะเผชิญปัญหาและพร้อมที่จะแก้ไข
  • 3.เรียนรู้เรื่องการระงับอารมณ์ในที่ทำงาน เพื่อให้การทำงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่แตกความสามัคคี

คุณเพียร โชติพรม

  • 1.สร้างวัฒนธรรมในการเรียนรู้
  • 2.สร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน
  • 3.เกิดพลังในการเอาชนะอุปสรรค

คุณวาริณี เหมือนวงศ์ธรรม

  • 1.สร้างพลังในการทำงาน และความสำเร็จ
  • 2.ค้นหาตัวเองและได้ความสามัคคีในหมู่คณะ
  • 3.สร้างบรรยากาศในที่ทำงานให้มีความสุข

นางสาวรจนวรรณ โกมลผลิน

1. การทำงานเป็นทีมอย่างมีความสุข

2. แรงจูงใจสร้างแรงทำงาน

3. ควบคุมภาวะทางอารมณ์ในการประสานงาน

นายฐิติกร วิวัลชัย

1. ได้ภาษาอังกฤษ คำศัพท์ใหม่

2. ได้กำลังใจ

3. ได้ความรู้เพิ่มเติมมากมาย

นายสมคิด หวังบ่อกลาง

1. ทำให้เข้าใจเรื่องการทำงานเป็นทีมมากขึ้น

2. ทำให้เราทำงานร่วมกันเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. ทำให้เราเข้าใจคนในหลายรูปแบบ

นายอดุลย์ บริบาล

1. ได้มุมมองใหม่ๆในการทำงาน

2. ได้รู้ในสิ่งที่ยังไม่รู้

3. มีความสุขที่ได้เรียนครั้งนี้

นายบุญยิ่ง หารัตน์

1. ได้เรียนรู้ในหลักสูตรใหม่ๆ

2. ได้ความรู้เพิ่มเติม

3. ได้เรียนรู้ที่ดี

นายเชาวะฤทธิ์ ภาสาวัง

1. สิ่งที่ได้รับในการอบรมวันนี้คือได้ความรู้หลายๆอย่าง

2. นำไปปฏิบัติและใช้ให้เกิดประโยชน์

3. การทำงานเป็นทีม

นายสุทธิดา เมืองสุวรรณ์ เจ้าหน้าที่บริหารงานบุคคล

1. มีความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น

2. ได้เรียนรู้ถึงการทำงานเป็นทีม

3. มีความสุขในการทำงาน

นายอนินธิตา เพ็ชรแสง

1. ได้รู้ถึงการทำงานเป็นทีมว่าต้องมีองค์ประกอบใดบ้าง

2. การเป็นภาวะผู้นำให้ประสบความสำเร็จ

3. มีใจรักในงานที่ได้รับมอบหมาย

นายสำรวย แสงทอง

1. สร้างความสัมพนธ์ที่ดีต่อกัน

2. รับฟังความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน

3. มีความศรัทธาซึ่งกันและกัน

นายไมตรี ประภา

1. การเพิ่มความรู้ในการทำงานเป็นทีมและรู้จักเพื่อนร่วมงานฝ่ายต่างๆ

2. การมีน้ำใจของแต่ละคน

3. ด้านจริยธรรมและคุณธรรมในการดำรงชีวิตประจำวันในการทำงาน

นางสาวพัชรี บุญธรรม

1. การมีจริยธรรม

2. ภาวะทางอารมณ์

3. การมีความสุขในการทำงาน

นางสาวเสาวลักษณ์ จีนบวย

เรื่องทฤษฎี 8K 5K และ 3 วงกลม ซึ่่งแต่ละทฤษฎีสามารถนำไปใช้งานในทีมเวิร์คได้

เรื่องการสร่างแรงจูงใจ

เรียนรู้ทฤษฎี HRDS ในการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นาวสาวกันยา ขุนวงศ์

1. ได้แนวคิดทฤษฎีพื้นฐานและความเข้าใจในการทำงานเป็นทีมมากขึ้น

2. ได้มีโอกาสพูดคุยและแสดงความคิดเห็นต่อส่วนรวม

3. ได้เข้าใจปัญหาของทีมและหน่วยงานมากขึ้น

นายประรม คงศิลป์

1. เกี่ยวกับเรื่องบางเรื่องที่ไม่เคยได้ยิน

2. เรื่องการแยกทีมกับงานประจำ

3. ได้เรียนกับอาจารย์จีระได้รู้อาจจะจำไม่ได้หมด แต่ถ้ามีเหตุการณ์จำเป็นก็จะนึกขึ้นได้แล้วนำกลับมาใช้ในชีวิตการทำงาน

นายธนกร เนื่องจำนงค์

1. 2R's Reality มองความจริง กับ Relevance ตรงประเด็น

2. 8K's ทุน 8 ประการ

3. 3 วงกลม

นางสาว ชนิตาภา ลายคตกฤช

ประโยชน์ที่ได้รับในการอบรมในครั้งนี้ และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในหน่วยงานได้จริง

แรงจูงใจ ทำให้เกิดกำลังใจในการทำงานต่อไป

นางสาวณิรัญสา ธนะสุพรรณ

1. ทุนแห่งความสุข

2. องค์กรน่าอยู่

3. มีแรงจูงใจ


นวลนภา กรอบประดับ

1. การทำงานเป็นทีม

2. ความสามัคคี

3. ได้รู้ถึงการทำงานแต่ละทีม

นางสาวสุรสา บุญโต

1. รู้จักการทำงานและวิธีการทำงานเป็นทีม

2. รู้จักทฤษฎี 8K 5K ว่ามีทฤษฎีมีอะไร และนำมาแก้ปัญหาอะไรบ้าง

3. มีการสร้างแรงจูงใจในตัวเอง