จิตตปัญญาเวชศึกษา 221: If you want to go far, go together

Phoenix
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

วันนี้มีกิจกรรมการเรียนการสอน palliative care ร่วมกับอาจารย์จารุรินทร์ ปิตานุพงศ์ (อ.ลิลลี่) และนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่หก ประมาณเกือบยี่สิบคน ได้กรณีศึกษาเป็นผู้ป่วยสองราย เป็นโรคมะเร็งปอดทั้งคู่ และมาด้วยอาการคล้ายๆกันคือเส้นเลือดดำใหญ่ที่เข้าหัวใจด้านบนอุดตัน (Superior vena cava obstruction) ทำให้หน้าบวม แขนบวม สติสับสน ตอนแรกรับการรักษาต้องให้การฉายรังสีรักษาจนกระทั่งอาการดีขึ้น ขณะนี้กำลังรอรับการรักษาในขั้นต่อไป นักศึกษาแพทย์ได้เลือกทั้งสองกรณีมาเพื่อเรียนกัน เราพูดคุยกันในกลุ่มย่อยภายในชั้นเรียนก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วก็ออกไปดูคนไข้กันที่ข้างเตียง อาจารย์ลิลลี่เป็นคนสัมภาษณ์ ผมเป็นคนสังเกตและเก็บมาเล่า
======
เรายกขบวนเดินกันไปหาคนไข้เป็นกลุ่มใหญ่
"สวัสดีค่า คุณลุง" หมอทัก
"สวัสดีครับ" คนไข้นั่งรอพวกเราอยู่แล้วที่บนเตียง "พวกหมอเดินมาใกล้ๆหน่อยดีไหมครับ เสียงผมแหบ จะฟังกันไม่ได้ยิน" คนไข้บอก
"เอ้าพวกเรา ได้ยินไหม เดินเข้ามาล้อมเตียงคุณลุงใกล้ๆเร็ว เดี๋ยวจะไม่ได้ยินนะจ๊ะ" วงล้อมกระชับเข้าไป
คนไข้ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โทรเรียกภรรยาที่พึ่งเดินลงไปชั้นล่างให้ขึ้นมา บอกว่าพวกหมอมาแล้ว ให้ขึ้นมาฟังด้วยกัน สีหน้าคนไข้ดูจะดีกว่าตอนแรกรับ แม้ว่าหน้าและแขนยังพอเห็ยอาการบวมเล็กน้อย และสีผิวหน้ายังมีแดงเข้มอยู่ท่อนล่าง แต่ก็ไม่มีอาการอึดอัดหรือหายใจลำบากอะไร มีพลาสเตอร์ปิดผ้าก๊อสอยู่ที่ต้นคอ
"เป็นยังไงบ้างคะ คุณลุง"
"ก็ไม่เป็นไงครับ ตอนนี้ รอผลตรวจ เดี๋ยวภรรยาผมจะขึ้นมา นี่ญาติก็พึ่งกลับไป"
"อ๋อ ค่ะ ที่ว่าคุณลุงทำงานอยู่ที่แพ ใช่ไหมคะ?"
"ครับ ไม่ใช่แพผมหรอกครับ แพของญาติผมน่ะ"
"อ้อ แล้วก่อนหน้านี้ทำงานอะไรล่ะคะ?"
"ผมเคยเป็น รปภ.ครับ"
"รปภ. เหรอ? อ๋อ เป็นอยู่นานไหมคะ?"
"สิบเจ็ดปีได้ครับ"
"โห สิบเจ็ดปี แล้วทำไมถึงเปลี่ยนงานล่ะคะ?"
"ทำไม่ไหวครับ งาน รปภ. มันต้องอดหลับอดนอน"
"แต่ก็ทนอยู่นานมากเลยนะคะ งานก็หนักขนาดนั้น ทำยังไงล่ะคะ?"
"ก็ต้องสูบบุหรี่ครับ ตอนนั้นผมสูบหนักมากเลย ตอนทำงานเป็น รปภ. จนไม่ไหวต้องเปลี่ยนงานมาที่นี่แทน"
"อ๋อ เลยต้องสูบบุหรี่ เพราะอย่างนี้นี่เอง"
"ครับ มันคงเป็นเพราะเหตุนี้แหละ ครั้งนี้" คนไข้เล่าและสรุปให้เสร็จ "ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร หมอต้องตรวจหาก่อน นี่เมื่อวานหมอเจาะเอาเนื้อไปตรวจ" เอามือชี้ที่คอ "แล้วก็ต้องรอผล"
"อ๋อ เอาเนื้อไปตรวจ? หมอบอกว่าตรวจว่าจะเป็นอะไรคะ?"
"ก็ตรวจเนื้อว่าเป็นอะไร"
"คือคิดว่าเป็นแบบไหนคะ"
"ก็... ถ้าไม่เป็นแบบนึง มันก็คงจะเป็นอีกแบบนึงน่ะครับ"
"อ๋อ ค่ะ มันก็คงจะเป็นอาจจะดี หรือไม่ดี ใช่ไหมคะ แล้วคุณลุงคิดว่าน่าจะเป็นยังไงคะ?"
"น่าจะสัก 50-50 น่ะครับ"
"แล้วถ้า่มันเกิดไม่ดี?....."
"ก็ขึ้นกับหมอ ว่าจะรักษายังไงต่อสิครับ เรื่องด้านวิทยาศาสตร์หมอรู้ดี ก็หาทางช่วยกันอยู่"
"อืม.. แล้วกลัวไหมคะ ถ้ามันออกมาไม่ดี?"
"ก็ไม่กลัวครับ"
"เหรอ ไม่กลัว? ทำไมไม่กลัวล่ะคะ?"

"ก็เค้าจับเราอยู่แล้ว" เอามือทำท่ากำแขนอีกข้างนึง "แล้วแต่เค้าจะดึงเราไปทางไหน มันเกิดขึ้นแล้ว ไม่รู้จะกลัวไปทำไม"

"อ้อ พอ "เค้า" จับเราอยู่แล้ว เราก็เลยต้องอยู่กับเค้าอย่างมีเมตตา เค้าจะได้เมตตาเราตอบ ใช่ไหมคะ"
"ก็ทำนองนั้นแหละครับ"
"แล้วมันจะเป็นยังไงต่อคะ?"
"ก็ถ้ารักษาได้ ก็รักษากันต่อไปครับ ถ้ารักษาไม่ได้ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก"
"ไปสบายๆ แบบนั้นใช่ไหมคะ?"
"ครับ"
"อืม.. คุณลุงเก่งจังเลยนะคะ คุยกันแบบนี้น่ากลัวไหมคะ?"
"ไม่กลัวหรอกครับ ดีเสียอีก"
"ดีเหรอคะ นี่พวกหมอเด็กๆเค้าไม่กล้าถาม ไม่กล้าคุยเรื่องนี้กับคนไข้ คุณลุงคิดว่ายังไงคะ?"
"ได้คุยก็ดีครับ เพราะจะได้วางแผนการรักษา"
"แล้วถ้ารักษาไม่ได้?"
"ก็จะได้วางแผนชีวิตไงครับ"
"โห สุดยอดเลยค่ะ งั้นเราควรจะคุยเรื่องแบบนี้กับคนไข้ จะได้วางแผนการรักษา ไม่ก็จะได้วางแผนชีวิตที่เหลืออยู่ ดีจริงๆเลยค่ะ ได้พูดคุยกับภรรยากันบ้างแบบนี้ไหมคะ"
"ก็คุยกันอยู่"
"ดีไหมคะ?"
"ก็ดีครับ"
"ดีคือ.....?"
"ก็จะได้รู้กัน ได้ทำใจให้นิ่งๆ"
"อ๋อ หมายความว่า ถ้าคุณลุงนิ่งได้ ก็อยากจะให้ภรรยานิ่งด้วย?"
"ครับ ก็อยากให้เค้านิ่ง"
"เพราะถ้าเค้าเกิดไม่นิ่ง เราก็จะพลอยไม่นิ่งไปด้วยไหมคะ?"
"ครับ ก็ต้องช่วยๆกัน ไม่งั้นกลายเป็นเราเป็นคนทำให้เค้าไม่นิ่ง"
"งั้น ตอนนี้ก็เข้าใจตรงกันหมดแล้วนะคะ ว่าใครควรจะทำอย่างไร หมอก็จะพยายามรักษาเต็มที่ เป็นอะไรมาก็รักษาไปตามนั้น ถ้าไม่ได้ก็ไม่อยากจะให้ใครไม่มีสติ ให้อยู่นิ่งๆ เพราะทำใจได้แล้ว"
"ครับ แบบนั้นดีครับ"
"มี อะไรอยากจะถามหมอเพิ่มเติมอีกไหมคะ? วันนี้หมอได้ข้อมูลเพิ่มเติมเยอะเลย จะได้นำไปใช้ดูแลคุณลุง ถ้าไม่มีเดี๋ยวหมอจะให้คุณลุงพักผ่อนต่อแล้วนะคะ สวัสดีค่ะ"
"ขอบคุณหมอมากครับ สวัสดีครับ"
==============

คุณลุงคนนี้มีวิธีการเล่า หรือ narrative ชีวิตที่เรียบง่ายและชัดเจน ต้องการคำอธิบายว่าอะไรเกิดขึ้นเพราะอะไร พอเราท้าวความไปถึงอาชีพเก่า คุณลุงก็เชื่อมโยงเรื่องการสูบบุหรี่ สูบเพราะงานที่หนัก และผลแห่งการสูบบุหรี่นั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับการเจ็บไข้ได้ป่วยในครั้งนี้ จะถูกหรือจะผิด แต่นี่คือการเล่าเรื่องชีวิตของคุณลุง และคุณลุงได้คำตอบ คุณลุงมีวิธีเล่า และวิธี "เรียก" มะเร็งได้น่ารัก เรียกว่า "เค้า" เค้าในที่นี่อาจจะเป็นทั้งมะเร็ง หรืออาจจะเป็น "ความตาย" เมื่อมะเร็งหรือความตายลงมาจับมือถือแขนกันแล้ว เราก็คงจะต้องดำเนินไปด้วยกัน แต่เป็นคำเรียกที่อ่อนโยน แสดงถึงจิตใจของคุณลุงเป็นอย่างดี

สิ่งสำคัญก็คือ ตอนที่หมอไปยืนอยู่ข้างหน้าคนไข้นั้น เราได้ทำตัวเป็นกระจกสะท้อนชีวิตของคนไข้อยู่ เงาที่สะท้อนนั้นชัดหรือเบลอ? เป็๋นทางออกหรือเป็นทางตัน เป็นการตอกย้ำสิ่งที่ขาดหายหรือสิ่งที่เป็นผลงานทั้งชีวิตของคนไข้? เราได้สะท้อนภาพของ "ต้นทุนชีวิต" ของคุณลุงได้ครบถ้วนหรือไม่ คุณลุงไม่ได้อยู่เพียงลำพัง มีภรรยา มีลูก มีญาติ และเราได้ช่วยทำให้บทยบาทของทุกๆคนในที่นั้นชัดเจนแค่ไหนในการร่วมกันดูแล รักษา? ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ภรรยาที่ยืนอยู่ด้วยได้รับฟังบทบาทที่คุณลุงคาดหวัง ไว้ว่า จะมีเธออยู่เคียงข้าง เป็นกำลังใจ และอยากจะให้เธอช่วยนิ่ง ช่วยเป็นสติสัมปชัญญะไปจนถึงวาระสุดท้าย นั้นคือความปราถนาของคุณลุง

อาฟริกา เป็นทวีปที่การเดินทางเข้าไปในป่า หรือทุ่งกว้าง มีสิงสาราสัตว์ ภยันอันตรายบน่ากลัว จึงมีสุภาษิตบทหนึ่งว่า "If you want to go fast, go alone. If you want to go far, go together" ถ้าเราอยากจะไปไหนเร็วๆก็ไปเพียงลำพังเพราะเราจะคล่องตัว แต่ถ้าเราอยากจะไปให้ไกล เราต้องไปด้วยกัน มีเพื่อน มีกัลยาณมิตร ร่วมเดินทางไปด้วย ในการดูแลคนไข้ระยะท้าย เป็นการเดินทางไกล ต้องการเพื่อน ต้องการกัลยาณมิตร ความรัก และความเมตตาในการเดินทางในครั้งนี้

นพ.สกล สิงหะ
หน่วยชีวันตาภิบาล โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
วันพุธที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เวลา ๑๕ นาฬิกา ๑๐ นาที
วันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเมีย


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คันฉ่องนกไฟ



ความเห็น (0)