วันที่ 28 พฤศจิกายน 2549 ที่จะถึงนี้ จังหวัดพัทลุงจะร่วมกันหลายองค์กรภาคีจัดงานขึ้นที่หอประชุมสนามกีฬากลาง ซึ่งภาคีทั้งหมดที่ร่วมกันจัด พอจะแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ ได้ตามลักษณะไตรภาคีฯ คือ
          ภาคประชาชน/เอกชน คือกลุ่มสภาคนพิการทุกประเภท ซึ่งจะประกอบด้วยชมรมเพิ่มพูนพลังอำเภอต่าง ๆ สมาคมคนตาบอด จว.พัทลุง และโครงการ PLAR เสริมสร้างพลังเครือข่ายคนพิการ จว.พัทลุง (สนับสนุนจากแผนงานคนพิการภาคใต้ สวรส.ภาคใต้ มอ.) และศูนย์ประสานงานเครือข่ายวิจัยและพัฒนาท้องถิ่น จว.พัทลุง
          ภาคราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงแห่งมนุษย์พัทลุง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง โรงพยาบาลพัทลุง โรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง เครือข่ายหน่วยบริการสาธารณสุข (CUP) ในจังหวัดพัทลุง และส่วนราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ระบุได้อีกครั้งหลังวันที่ 14 ที่จะมีการประชุมเตรียมงานรอบสุดท้าย)
          ภาคราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะประกอบด้วย อบจ.พัทลุง เทศบาลเมืองพัทลุง เทศบาล และอบต.อีกหลายแห่ง (ระบุชัดได้หลังวันที่ 14 นี้เช่นกัน)

     เท่าที่คุยหารือเพื่อยกร่างในรอบแรกกันคร่าว ๆ แล้วจะเป็นปีแรกที่มีการบูรณาการหลาย ๆ ภาคส่วนร่วมกันสนับสนุนให้สภาคนพิการทุกประเภทได้เดินเรื่องเอง เป็นเจ้าภาพเอง แต่ส่วนราชการเองก็จะยังคอยเป็นพี่เลี้ยงอยู่ห่าง ๆ เนื่องจากสภาฯ เองก็เพิ่งมีอายุได้ 5 เดือนเท่านั้น ตามคำร้องขอของกรรมการบริหารสภาฯ แทนที่จากเดิมที่ส่วนราชการจะเป็นเจ้าภาพเองทั้งหมดแล้วให้คนพิการมาเป็นแขกร่วมงาน ในการจัดงานปีนี้ ที่ประชุมสภาฯ และที่ปรึกษา ได้มติร่วมกันที่จะกำหนดให้มีกิจกรรมเป็นพิธีเปิดและการเสวนาฯ ซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 1 – 1 1/2 ชม. จากนั้นก็จะเป็นการพบปะพูดคุยกัน ซึ่งประธานและกรรมการบริหารจะได้เล่าที่มาที่ไปของสภาฯ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในช่วง 5 เดือนให้สมาชิกได้ทราบ การเชิดชูเกียรติ มอบประกาศเกียรติคุณและของขวัญแก่คนพิการที่มีศักยภาพโดดเด่นระดับอำเภอ และระดับจังหวัด รวม 15 คน ในงานจะมีการจัดบูธของชมรมเพิ่มพูนพลังคนพิการของแต่ละอำเภอ อย่างน้อยอำเภอละ 1 บูธ ของสมาคมคนตาบอดก็จะจัด 1 บูธ เช่นกัน การออกหน่วยของส่วนราชการต่าง ๆ ซึ่งในภาพรวมก็จะสลับกับการจัดกิจกรรมสันทนาการที่เน้นให้คนพิการได้พบปะกัน พูดคุยกัน สนุกสนานและมีความสุข

     สำหรับการสนับสนุนในเบื้องต้นก็จะมีการร่วมกันบริจาคจากภาคส่วนต่าง ๆ อื่น ๆ ซึ่งในแต่ละปีที่ผ่านมาก็จะมีส่วนนี้เยอะ แต่เป็นการบริจาคเพื่อมอบแก่คนพิการโดยตรง สำหรับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงแห่งมนุษย์พัทลุงก็จะมีงบประมาณสมทบ 20,000 บาท สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง โดยกองทุนฟื้นฟูฯ สบทบ 20,000 บาท เพื่อเป็นค่ายานพาหนะเดินทาง ค่าอาหาร และค่าใช้สอยในการจัดงาน ส่วนโครงการ PLAR เสริมสร้างพลังเครือข่ายคนพิการ จว.พัทลุง จะสนับสนุนเป็นค่าน้ำมันรถให้แก่ชมรมเพิ่มพูนพลังในแต่ละอำเภอ ที่จัดหารถและนำส่งคนพิการมาร่วมงาน โดยเฉลี่ยอำเภอละ 1,000 บาท ค่าจัดบูธของแต่ละชมรมฯ ชมรมละ 1,000 บาท รวมเป็นเงิน 21,000 บาท โดยมอบให้สภาฯ เป็นผู้บริหารจัดการเอง ทั้งนี้โครงการ PLAR เสริมสร้างพลังเครือข่ายคนพิการ จว.พัทลุง จะร่วมกับสภาฯ เพื่อคัดสรรคนที่เป็นคนพิการที่มีศักยภาพโดดเด่นโดยเฉพาะในการช่วยเหลือตนเอง ครอบครัวและสังคม ในระดับอำเภอ และระดับจังหวัด รวม 15 คน ให้เสร็จสิ้นก่อนถึงวันงาน และขณะนี้ก็เริ่มได้ข้อยุติในการค้นหาเพื่อคัดสรรแล้วในเบื้องต้น

     ในส่วนของราชการส่วนท้องถิ่นเท่าที่ทราบอย่างไม่เป็นทางการ ได่ทราบว่าจะเน้นการสนับสนุนในส่วนของยานพาหนะในการรับส่งคนพิการที่ต้องการมาร่วมงาน สำหรับในรายละเอีดยทั้งหมด คุณดวงใจ คำคง พยาบาลวิชาชีพ 7 รพ.เขาชัยสน ซึ่งเป็นผู้ที่มีจิตอาสาอีกท่านหนึ่ง ในการออกมารับเป็นที่ปรึกษาให้กับสภาคนพิการฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบในรายละเอียดทั้งหมด เผื่อเหลือเผื่อขาดในการทำหน้าที่ของกรรมการบริหารสภาฯ คาดว่ามีอะไรที่เพิ่มเติมเขาจะได้เสริมให้อีกครั้งหนึ่งได้

     วันนี้ก็ได้รับข่าวดีทางโทรศัพท์จากน้องสุปราณี กรรมการและเลขาสภาฯ หลังเลิกประชุมว่าที่ อ.กงหรา ได้ประชุมกันและคัดเลือกคณะกรรมการชมรมเพิ่มพูนพลังคนพิการ อ.กงหรา เรียบร้อยแล้ว วันที่ 14 นี้ที่นัดประชุมเตรียมงานทางกงหราจะมากัน 4 คน มีน้องดุษฏี มาด้วย ฟังน้ำเสียงน้องเขาแล้วดูจะมีความสุขและอิ่มเอิบเสียเหลือเกิน พี่ดา หน.กลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัว รพ.กงหรา ได้โทรมาประสานกับผมเมื่อวานเรื่องแนวทางและการเชื่อมโยงกับสภาฯ พอวันนี้ก็สำเร็จตามมุ่งหมายในเบื้องต้น ที่ลืมไม่ได้อีกคนคือน้องดุษฏี (พยาบาล) เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานคนพิการของ รพ.กงหรา ที่จะต้องเห็นควงคู่กับ น้องสุปราณีเสมอ ๆ เวลามีกิจกรรมที่จังหวัด เคยถามน้องสุปราณีว่าทำไมต้องเคียงคู่กันเสมอ คำตอบที่ได้คือ “กำลังเรียนรู้งาน เพื่อนำมาใช้กับสภาฯ”

     ผมฟังแล้วอดชื่นใจและมีความสุขไม่ได้ ว่ายามเมื่อคนพิการมีพลัง เขาจะมีพลังจนล้นมาฝากให้เราได้โดยไม่รู้ตัว ตอนพี่นิพัฒน์ ประธานสภาฯ โทรมาเล่าเรื่องการเตรียมงานและประสานเพื่อจัดประชุมในวันที่ 14 นี้ ยังเล่าให้แกฟังเลยว่า วันนี้ผมมีความสุขใจเหลือเกิน และคาดว่าเมื่อโครงการฯ ที่ผมทำ (โครงการ PLAR เสริมสร้างพลังเครือข่ายคนพิการ จว.พัทลุง) เสร็จสิ้นลง สภาคนพิการทุกประเภทจังหวัดพัทลุง จะเข้มแข็งขึ้น และมีเครือข่ายของสภาฯ ในแต่ละอำเภอ เพื่อการส่งเสริมให้คนพิการเข้าถึงสิทธิที่ควรได้อย่างเท่าเทียมกัน และที่สำคัญคนในสังคมจะได้มองคนพิการว่าเป็นคน ๆ หนึ่งที่ปกติมีศักยภาพในตนเองอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ

     หมายเหตุ: เมื่อไหร่ได้เขียนถึงเครือข่ายคนพิการ จะเผลอร่ายยาวเสียทุกที เพราะเขียนไปคนเขียนก็อิ่มเอมใจและมีความสุขทุกที