สุภัชชา พันเลิศพาณิชย์
สุภัชชา กระต่ายน้อย พันเลิศพาณิชย์

เริ่มต้นการเขียนงานวิจัยด้วย... บทนำ….(บทที่๑)..


เริ่มต้นการเขียนงานวิจัยด้วย... บทนำ….(บทที่๑)

อาจารย์ สุภัชชา พันเลิศพาณิชย์

ก่อนที่ลงมือเขียนบทนำการวิจัยต้องมีหัวข้อหรือชื่อเรื่องในการวิจัยก่อน การเขียนหรือตั้งชื่อเรื่องการวิจัยสิ่งสำคัญต้องตรงกับปัญหาที่จะศึกษา มีความเฉพาะเจาะจง ชัดเจน ภาษาที่ใช้สั้น กระชับได้ใจความและไม่ซ้ำกับงานวิจัยของผู้อื่น (หน้า๑๔ การวิจัยเบื้องต้น)และหัวข้อที่สำคัญของการเขียนบทที่๑ที่ว่าด้วยบทนำ มีดังนี้

๑. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

๒.วัตถุประสงค์การวิจัย

๓.ขอบเขตการวิจัยและกรอบแนวคิด

๔.สมมุติฐานการวิจัย

๕.ข้อตกลงเบื้องต้น

๖.ความจำกัดของการวิจัย

๗.นิยามศัพท์ที่ใช้ในการวิจัย

๘.ประโยชน์ที่จะได้รับ

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

ต้องรู้ว่าเรื่องที่ศึกษาอยู่มีปัญหาอะไรแล้วมีวิธีการอย่างไรในการหาคำตอบโดยมีหลักฐานและข้อมูลที่มาสนับสนุนให้เกิดความน่าเชื่อถือ อย่างเป็นเหตุเป็นผลกันข้อมูลที่หามาสนับสนุนจึงควรมีสิ่งเหล่านี้คือ ๑.สภาพที่เป็นปัญหาในอดีต ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ๒.แนวคิด และ ทฤษฎี มีทฤษฎีอะไรที่เกี่ยวข้องบ้างแต่ละทฤฤษฎีมีรายละเอียดอะไรบ้าง ซึ่งมีทั้งทฤษฎีพฤติกรรมศาสตร์ จิตวิทยา เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ทั้งนี้ต้องดูงานวิจัยที่ทำอยู่ว่าเกี่ยวข้องกับทฤษฎีไหน๓.ผลการวิจัยของผู้อื่นที่มีคนทำไว้แล้สอดคล้องกับประเด็นหรือหัวข้อเรื่องที่เราวิจัย ผู้ทำวิจัยต้องอ่านและสังเกต จดจำอย่างละเอียดว่ามีผลการวิจัยอย่างไร ศึกษาตัวแปรตาม ตัวแปรอิสระใดบ้าง ประชากรกลุ่มเป้าหมายที่ไหน พื้นที่ใด เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการเขียนในงานวิจัยตนซึ่งต้องเขียนชี้นำให้เห็นว่า เรื่องที่เราทำมีประเด็นที่น่าสนใจ ยังไม่มีใครทำหรือมีใครทำไว้บ้างแล้วแต่ข้อสรุปยังไม่ชัดเจนจึงต้องทำการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อให้งานวิจัยมีความสมบูรณ์แบบ น่าเชื่อถือ ๔.กลุ่มเป้าหมายและตัวแปรที่ศึกษาว่าทำไมจึงเลือตัวแปรและกลุ่มเป้าหมายนั้น มีความเกี่ยวข้องหรือมีผลต่อสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร

วัตถุประสงค์การวิจัย

ก่อนที่จะลงมือเขียนวัตถุประสงค์การวิจัยต้องเข้าใจประเด็นหรือหัวข้อที่เป็นชื่อเรื่องการวิจัยว่าต้องการศึกษาเรื่องอะไรบ้างมีความกว้างคือมีตัวแปรตามอะไรบ้าง มีความลึกคือวิเคราะห์เจาะลงในตัวแปรอิสระอะไรบ้าง

ดังนั้นวัตถุประสงค์การวิจัยจึงเป็นข้อความที่ต้องเขียนแสดงให้เห็นถึงประเด็นที่ต้องการแสวงหาคำตอบ ค้นหาข้อเท็จจริง เพื่อให้ได้ความรู้ใหม่ในเรื่องนั้นๆ ในการทำวิจัยเรื่องหนึ่งๆไม่ควรมีความกว้างคือมีตัวแปรตามหลายๆตัวแต่ควรมีความลึกคือศึกษาตัวแปรอิสระทุกตัวที่มีผลต่อตัวแปรตามแต่ถ้าตัวแปรอิสระใดไม่ศึกษาต้องควบคุมมิให้มีผลต่อตัวแปรตามโดยจัดการทางกายภาพหรือทางสถิติ เช่น เลือกศึกษาเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งของตัวแปรอิสระนั้น จับคู่ให้มีคุณสมบัติเหมือนกันโดยใช้วิธีสุ่มตัวอย่างหรือใช้วิธีการวิเคราะห์ด้วยสถิติแบบหลายทาง เป็นต้น ในการเขียนวัตถุประสงค์การวิจัยนิยมเขียนกันในรูปประโยคบอกเล่ามีลักษณะการเขียนเชิงบรรยายหรือเขียนแยกเป็นข้อๆหรืออาจเขียนทั้งสองอย่าง

ตัวอย่างการเขียนวัตถุประสงค์การวิจัย

- วัตถุประสงค์ที่ไม่แยกเป็นรายข้อ ตัวอย่างเช่นเพื่อพัฒนารูปแบบผลการเรียนในโรงเรียน(ชมบุญ ศรีสะอาด,๒๕๒๔;๒๒)(หน้า๑๗)

- การเขียนวัตถุประสงค์เชิงบรรยาย เช่น การวิจัยนี้ต้องการศึกษา ความเชื่อของหมอดูของนักศึกษาบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยรัฐในกรุงเทพมหานครและเปรียบเทียบความเชื่อหมอดูระหว่างนักศึกษาชายกับหญิง นักศึกษาที่มีอายุต่างกัน มีสถานภาพการสมรสต่างกันกันและความรู้เชิงเหตุผลต่างกัน

-การเขียนวัตถุประสงค์แยกเป็นข้อ

๑.เพื่อศึกษาความเชื่อของหมอดูของนักศึกษาบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยรัฐในกรุงเทพมหานคร

๒.เพื่อเปรียบเทียบความเชื่อของหมอดูของนักศึกษาบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยรัฐในกรุงเทพมหานคร ระหว่างกลุ่มตัวแปร

๒.๑ เพศ

๒.๒ อายุ

๒.๓ สถานภาพการสมรส

๒.๔ ความรู้เชิงเหตุผล

-ในกรณีที่ งานวิจัยเป็นเชิงบรรยายเชิงเหตุผลขอยกตัวอย่าง๑ เรื่อง คือเรื่อง ปัจจัยที่ผลต่อคุณภาพชีวิตการทำงานของทันตแพทย์ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขในเขตภาคกลาง(ฐิติมา เตียววัฒน์วิวัฒน์,๒๕๕๒)โจทย์การวิจัยมีข้อสงสัยว่าทันตแพทย์มีคุณภาพชีวิตการทำงานมากน้อยเพียงใด ปัจจัยสภาพแวดล้อมการทำงาน ภาระงาน การรับรู้บทบาทขององค์กรวิชาชีพและตัวแปรส่วนบุคคลมีตัวแปรใดบ้างที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตการทำงานของ ทันตแพทย์และมีรูปแบบการทำนายคุณภาพชีวิตการทำงานของทัตแพทย์อย่างไร จากโจทย์การวิจัย จะเขียนวัตถุประสงค์การวิจัยได้ ดังนี้

๑.เพื่อศึกษาปัจจัยสภาพแวดล้อมในการทำงาน ภาระงานและรับรู้บทบาทขององค์กรวิชาชีพที่มีต่อการทำงานของทันตแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขในเขตภาคกลาง

๒.เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานของทันตแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขในเขตภาคกลาง

๓.เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยส่วนบุคคลปัจจัยสภาพแวดล้อมในการทำงาน ภาระงานและรับรู้บทบาทขององค์กรวิชาชีพที่มีต่อการทำงานของทันตแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขในเขตภาคกลาง

๔.เพื่อศึกษา รูปแบบการทำนายคุณภาพชีวิตการทำงาน ของทันตแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขในเขตภาคกลาง

การวิจัยเชิงทดลองและกึ่งทดลอง ในแนวนี้จะมีโจทย์การวิจัยที่มีข้อสงสัยว่าสิ่งที่ทดลองมีผลต่อตัวแปรตามหรือไม่ อย่างไรซึ่งในวิจัยบางเรื่องมักจะใช้คำว่า ประสิทธิผล ตัวอย่างเช่น ประสิทธิผลของกลุ่มบำบัดทางความคิดและพฤติกรรมต่อภาวะซึมเศร้าและความคิดฆ่าตัวตายของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ประสิทธิผลเรื่องนี้คือ ภาวะซึมเศร้าและความคิดฆ่าตัวตายเพราะว่า คำว่าประสิทธิผลหมายถึงคุณภาพภายนอกที่เกิดขึ้นตามความต้องการจากสิ่งทดลอง

ขอบเขตการวิจัยและกรอบแนวคิด

๑.ขอบเขตการวิจัยต้องเขียนว่าการศึกษาครั้งนี้ต้องการศึกษาอะไร(ตัวแปรตาม) คลอบคลุมประเด็นใด มีวิธีเก็บข้อมูลจากประชากรหรือกลุ่มตัวอย่างแบบใด ที่ไหน

๒.ตัวแปรที่ศึกษา ระบุว่ามีตัวแปรที่ศึกษามีอะไรบ้าง โดยแบ่งได้ดังนี้

๒.๑ ตัวแปรตาม(Dependent Variables)จะต้องบอกว่าการวิจัยครั้งนี้มีตัวแปรตามอะไรบ้าง ตัวแปรตามแต่ละตัวมีเนื้อหาครอบคลุมถึงเรื่องใด และจะวัดตัวแปรตามนั้นด้วยวิธีการอย่างไรตามทฤษฎีอะไร จากตัวอย่างเรื่อง ความเชื่อด้านสุขภาพที่เป็นการรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ ตัวแปรตามเรื่องนี้คือความเชื่อด้านสุขภาพที่เกี่ยวกับโรคไข้หวัดสายพันธ์ใหม่

๑.๒. ตัวแปรอิสระ(Independent Variables) จะต้องบอกว่ามีตัวอิสระที่นำมาศึกษาอะไรบ้าง แต่ละตัวมีเนื้อหาครอบคลุมถึงเรื่องใดมีตัวแปรอิสระใดที่ไม่ได้นำมาศึกษาด้วยเหตุผลใดและมีการควบคุมตัวแปรอิสระนั้นอย่างไร จากตัวอย่างเรื่อง ความเชื่อด้านสุขภาพที่เป็นการรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ ตัวแปรตามเรื่องนี้คือความเชื่อด้านสุขภาพที่เกี่ยวกับโรคไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ ตัวแปรอิสระ ได้แก่ เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ และ การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร

๑.๓ ตัวแปรร่วม(Co-Variable)และตัวแปรควบคุม(Control Variable) ในกรณีในงานวิจัยในเรื่องนั้นถ้ามีต้องระบุว่ามีอะไรบ้างรวมถึงบอกความหมาย มีขอบเขตครอบคลุมถึงเรื่องอะไรบ้าง ตัวอย่างจากการวิจัยเรื่อง การบริโภคอาหารรสหวานที่มีผลต่อการเกิดโรคฟันผุของนักเรียน จะเขียนได้ ดังนี้

ตัวแปรตาม ได้แก่ ฟันผุ รวม ผุ อุด และถอน

ตัวแปรอิสระ ได้แก่ การบริโภคอาหารรสหวาน เฉพาะอาหารรสหวานติดฟัน และน้ำหวาน น้ำอัดลม

ตัวแปรควบคุม ได้แก่ เพศของนักเรียน การศึกษา และอาชีพของบิดา มารดา

วิธีการเขียนกรอบแนวคิดการวิจัย ตัวอย่างที่ ๑.

ตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม

๑.เพศ

๒.อายุ

๓.สถานสมรส

๔.ความรู้เชิงเหตุผล

ความเชื่อหมอดู

ตัวแปรอิสระได้แก่ การบริโภคของหาน

ตัวแปรควบคุม ไก้แก่ เพศนักเรียน การศึกษาบิดามารดา อาชีพบิดามารดา

ตัวแปรตาม ได้แก่ ฟันผุ

สมมุติฐานการวิจัย

เป็นข้อสันนิษฐานที่เป็นข้อความคาดเดาหรือคาดคะเนผลการวิจัยล่วงหน้าว่าวิจัยในเรื่องที่ทำอยู่จะได้ข้อค้นพบอย่างไรโดยมี ข้อเท็จจริง ทฤษฎี ผลในการวิจัยในอดีตรองรับ ซึ่งบางสถาบันกำหนดไว้ในบทที่๒ต่อท้ายจากรายงานการวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการเขียน สมมุติฐานการวิจัยที่ดีต้องเขียนเป็นข้อความแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระกับตัวแปรตามมีการกำหนดทิศทางที่ชัดเจน

หลักเกณฑ์ข้อเสนอแนะการเขียนสมมุติฐานการวิจัย

๑.ควรเขียนเป็นประโยคบอกเล่า

๒ถ้ามีประเด็นหลายข้อให้เขียนแยกเป็นข้อๆตามประเด็นของปัญหาและตัวแปรอิสระที่ต้องการศึกษา

๓.เขียนให้สัมพันธ์กันระหว่างตัวแปรอิสระกับตัวแปรตามและถ้าเป็นการเขียนเปรีบเทียบต้องเขียนระบุด้วยว่าเป็นความสัมพันธ์แบบทิศทางใดบวกหรือลบ

๔.สามารถทดสอบและทำซ้ำได้มีขอบเขตแน่นอน

๕.ควรเขียนหลังจากทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดรอบคอบ มีความสมบูรณ์แล้ว

๖.เขียนให้โยงถึงข้อสรุปการวิจัย

ข้อตกลงเบื้องต้น

ควรเขียนเฉพาะที่สำคัญ เช่น ทฤษฎีที่นำมาใช้ในการวิจัย ระเบียบวิธีวิจัย การเก็บรวบรวมและการวิเคราะห์ข้อมูล ปรากฏการธรรมชาติอย่างเช่น เงื่อนไขของเวลา สถานที่ บุคคล การสื่อสารทุกรูปแบบที่อาจทำให้ผู้วิจัยไม่ทราบและไม่สามารถควบคุมสถานการณ์นั้นได้

ความจำกัดการวิจัย

เป็นการเขียนที่ชี้ให้เห็นความไม่สมบูรณ์ของการวิจัย บอกข้อจำกัดในการวิจัยว่าอะไรทำให้งานออกมาไม่สมบูรณ์และควรระมัดระวังเรื่องใดในการนำผลการวิจัยไปใช้

นิยามศัพท์ที่ใช้ในการวิจัย

เป็นเรื่องเฉพาะที่ให้ความหมายของคำหรือข้อความในงานวิจัยเรื่องนั้นมี๓ลักษณะ ได้แก่

ลักษณะที่๑นิยามศัพท์เชิงแนวคิด เช่น ประเด็นปัญหาการวิจัยหมายถึง โจทย์หรือคำถามที่ใช้ในการวิจัย

ลักษณะที่๒นิยามศัพท์เชิงทฤษฎีเป็นการให้นิยามตามพจนานุกรม ตามทฤษฎี

ลักษณะที่๒นิยามศัพท์เชิงปฎิบัติการเป็นการให้ความหมายบ่งบอกเชิงพฤติกรรม คำหรือข้อความ สามารถใช้การสังเกตและวัดได้ เช่น ผู้สูงอายุ หมายถึง ผู้ที่มีอายุระหว่า๖0ปีบริบูรณ์จนถึง๗๕ปีบริบูรณ์ในปีที่สำรวจและมีภูมิลำเนาอยู่ในตำบลบางระกำ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

การเขียนรายงานวิจัย

อาจแบ่งได้เป็น ๔ กลุ่ม ดังนี้

๑.คำศัพท์ทางวิชาการ เป็นศัพท์ ข้อความทางเทคนิคที่รู้กันเฉพาะสาขาวิชา

๒.คำศัพท์ที่มีหลายความหมาย อาจจะเป็นศัพท์ทางวิชาการหรือคำศัพท์ทั่วๆไปซึ่งอาจจะแตกต่างกันที่สถานที่ เช่น จังหวัดอาจหมายถึงจังหวัดทั้งหมดที่มีในประเทศไทยหรือจังหวัดหมายถึง จังหวัดที่มีในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งในประเทศไทย

๓.คำศัพท์ที่มีความหมายไม่แน่นอน เช่น ค่านิยม ความเชื่อ เจตคติ พฤติกรรม เป็นต้น

๔.เป็นข้อความวลียาวๆเช่น นิสิตหมายถึงผู้ที่กำลังศึกษาปีที่๔ ปีการศึกษา ๒๕๕๖ คณะวิทยาการจัดการในมหาวิทยาลัยม.นเรศวร

ประโยชน์ที่จะได้รับ

บางสถาบันตัดออกเพราะมีกล่าวไว้ในข้อเสนอแนะการนำผลการวิจัยไปใช้ ลักษณะการเขียนของแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกันไปจึงขอเขียนไว้เป็นแนวทาง ดังนี้

๑.ต้องเขียนถึงข้อค้นพบสิ่งใหม่ที่ได้จากงานวิจัยหรือข้อค้นพบที่ยืนยันความรู้เดิม และต้องเขียนระบุให้ชัดเจน

๒.ผลการวิจัยเป็นแนวทางแก้ปัญหาอะไร สามารถนำผลการวิจัยไปใช้แบบใด อย่างไร มีประโยชน์ต่อหน่วยงานใด ต้องเขียนให้ละเอียด กระชับ มีใจความสำคัญและควรเขียนไว้เป็นข้อๆเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่าย

๓.เป็นตัวอย่างและแนวทางให้นักศึกษาหรือคนรุ่นหลังใช้ศึกษาทั้งรูปแบบและวิธีการ รวมถึงการศึกษาค้นคว้าวิจัยต่อไป

การเขียนประโยชน์ของการนำผลการวิจัยไปใช้ควรคำนึงถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยก่อนคือต้องระบุว่าผลการวิจัยนั้นเป็นประโยชน์หรือแก้ไขในหน้าที่การงานของผู้ทำวิจัยอย่างไร เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของผู้ทำวิจัยอย่างไร และเป็นประโยชน์ต่อวิชาชีพต่อผู้วิจัยอย่างไร ดังนั้นภาษาเขียนจึงสำคัญ ว่าต้องอยู่ในประเด็นที่เขียน เขียนแบบเฉพาะเจาะจงและเขียนเน้นการแก้ปัญหาเป็นหลัก ผู้ทำวิจัยจึงต้องฝึกฝนวิธีการเขียนให้ชำนาญ เรียนรู้การอ่านและเทคนิคการเขียนจากงานวิจัยหลายๆเรื่อง หลายๆสถาบันแล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ นำมาเขียนเป็นรูปแบบตัวเองและในการเขียนที่ดีต้องให้รู้สึกผู้อ่านคล้อยตามและเห็นด้วยกับในสิ่งที่เราเขียน

ขอขอบคุณแหล่งที่มาคะ

(คู่มือการวิจัย การเขียนรายงานการวิจัยและวิทยานิพนธ์ ศ.บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ ฉบับปรับปรุงครั้งที่๑o โรงพิมพ์เรือนแก้ว ๒๕๕๓หน้า๘๑-๑o๔)

หมายเลขบันทึก: 585573เขียนเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2015 00:13 น. ()แก้ไขเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2015 00:15 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี