สมาคมฌาฯนำคุณค่าสู่สังคม

"พี่หนาน"
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

๗/๒/๒๕๕๘

*********

สมาคมฌาฯนำคุณค่าสู่สังคม

ภาพประกอบบันทึกจากเว็บไซต์ http://tv.truelife.com

สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ หรือที่เรียกกันเล่นๆ ว่า "สมาคมฌาฯ"ไม่ใช่ "สมาคมชา" ที่หมายถึงพืช ที่นำยอดอ่อนมาต้มเป็นเครื่องดื่มนะครับ ขอเรียกให้สั้นกว่านี้อีกหน่อยว่า "สมาคม" ก็แล้วกัน ที่หมู่บ้านของผมบรรพบุรุษรุ่นก่อนได้พากันทำการสงเคราะห์ศพหรือให้ความช่วยเหลือศพผู้ตายแบบชาวบ้านๆ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สงเคราะห์ เห็นอกเห็นใจกัน ผ่านผิดผ่านถูกมามากต่อมาก เริ่มมาประมาณปี พ.ศ. ๒๕๒๕-๒๖ ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ปี พ.ศ. ๒๕๓๔ จึงขออนุญาตจัดตั้งเป็นสมาคมอย่างเป็นทางการ เรียกว่า "เอาเข้าระบบ" ว่างั้นเถอะ ตอนแรกนั้น จดทะเบียนกับพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๑๗ ตามความในมาตรา ๑๒ เกี่ยวกับการขอจดทะเบียนสมาคม จากวันนั้นถึงวันนี้สมาคมที่หมู่บ้านผมก็ผ่านประสบการณ์แบบล้มลุกคลุกคลานกันมา พอถึงวันนี้ได้ ๒๓ ปีแล้ว แต่ผมก็ยังเห็นว่ายังไม่ก้าวหน้าเข้าที่เข้าทางเท่าที่ควร

การก่อตั้งสมาคมไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากอะไรมากมาย เพียงแต่เราศึกษาตามพระราชบัญญัติให้เข้าใจก็จะไม่เกิดปัญหาใด ปัจจุบันสมาคมปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๔๕ แยกเป็นสองฝ่ายคือ "ฝ่ายรัฐ รัฐวิสาหกิจ" กับ "ฝ่ายเอกชนหรือชาวบ้านทั่วไป" หมู่บ้านผมอยู่ในกลุ่มหลังนี้ แต่ทั้งสองฝ่ายก็ใช้ พ.ร.บ.เดียวกัน เพียงแต่ฝ่ายรัฐจะมีระเบียบของกระทรวงฯกำกับไว้อีกทีหนึ่ง

สิ่งสำคัญที่ พ.ร.บ.การฌาปนกิจฯบ่งบอกหรือแนะนำให้ทำตามที่สำคัญเหมือนกันนั้น จักขอนำหลักการบริหารแบบ ๔ M มาเป็นหลักในการเขียนอธิบาย ดังต่อไปนี้...

M ๑ Man

บุคคลหรือบุคลากร ประกอบด้วยคนสำคัญหลายกลุ่ม ดังนี้...

๑.ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งสมาคม หรือคณะกรรมการดำเนินการ ต้องมีไม่น้อยกว่า ๗ คน และมีคุณลักษณะดั่งที่กำหนดไว้ในกฏหมายเกี่ยวกับการสมัครเป็นเจ้าหน้าที่หรือพนักงานต่างๆ ของรัฐ เช่น มีอายุ ๒๕ ปีขึ้นไป การศึกษาไม่ต่ำกว่าประถมศึกษาปีที่สี่(อันนี้ควรมีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงได้แล้ว) ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เป็นภิกษุ สามเณร ไม่เป็นกรรมการสมาคมหลายแห่งเป็นได้เพียงที่เดียว เป็นต้น

ในกลุ่มนี้ประกอบด้วยตำแหน่ง นายสมาคม อุปนายกสมาคม เลขานุการสมาคม นายทะเบียนสมาคม เหรัญญิกสมาคม และคณะกรรมการ ในส่วนที่เหลือ

๒. สมาชิกสมาคม มีอายุตั้งแต่ ๒๐ ปีขึ้นไปหรือบรรลุนิติภาวะ(ข้อนี้ควรมีการปรับได้แล้วเช่นกันเพราะบุคคลเช่นไรก็ตายเหมือนกัน เด็ก เยาวชนก็ตายได้) ไม่กำหนดว่าสิ้นสุดเท่าไหร่ มีร่างกายแข็งแรง ไม่ทุพพลภาพไม่เป็นบุคคลล้มละลาย มีความสามารถในการหาเงินสงเคราะห์ส่งสมาคม(อันนี้ว่าเอาเองครับ)ไม่จำกัดว่าต้องมีจำนวนเท่าใดเป็นหมื่นก็ได้

๓.นายทะเบียนเดิมนายทะเบียนคือ "ผู้ว่าราชการจังหวัด" การติดต่อขออนุญาตจัดตั้งก็ติดต่อที่ศาลากลางจังหวัดต่อมาเมื่อปีที่ผ่านมา(๒๕๕๗) มีการโอนย้ายงานมาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือ เทศบาลและอบต. สมาคมที่หมู่บ้านผมจึงมีความสะดวกในการติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ อบต. มากขึ้นและ "นายทะเบียน" คนใหม่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก "นายกเทศมนตรี" และ "นายกองค์การบริหารส่วนตำบล" ใช่ไหมครับ(ไม่แน่ใจว่าเรียกตำแหน่งทางเทศบาลตำบลถูกหรือเปล่า)

๔.พนักงานเจ้าหน้าที่พนักงานเจ้าหน้าที่คือ "ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล"และ "ปลัดเทศบาลตำบล"

๕.นายทะเบียนกลาง หมายถึง "ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว" เป็นส่วนงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เมื่อเวลามีปัญหาการทำงานถึงที่สุดก็จะมีการสอบถามหรือ หารือนายทะเบียนกลางเป็นสำคัญนะครับ...หลักๆ ของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (Man) ก็น่าจะมีประมาณนี้...

ส่วน "เจ้าหน้าที่" ของสมาคมนั้น มีการแต่งตั้งกันในภายหลัง...ครับ


M ๒ Money

การเงินของสมาคมนี้หลัก ๆ ตาม พ.ร.บ.การฌาปนกิจฯแล้ว ประกอบด้วยส่วนสำคัญ ๓ ส่วน คือ...

๑.เงินค่าสมัครสมาคมมีการกำหนดเงินค่าสมัครกันเองว่า เวลาเข้าใหม่นั้น จะเก็บค่าสมัครคนละเท่าไหร่ดีที่ประชุมใหญ่ตกลงยังไงก็ถือเอาตามนั้น แต่ต้องไม่ขัดกับกฏกระทรวงฯ ที่กำหนดไว้นั่นคือ ไม่เกิน ๑๐๐ บาท ที่สมาคมหมู่บ้านผมเก็บคนละ ๑๐ บาทสำหรับคนในหมู่บ้านส่วนคนที่ย้ายเข้ามาเป็นสะใภ้หรือเขยต่างบ้านเก็บคนละ ๕๐ บาทครับ

๒.เงินค่าบำรุงสมาคมมีการกำหนดเก็บเงินค่าบำรุงเท่าไหร่ก็ได้จะเป็นเดือน หรือเป็นปีก็ได้ถือตามที่ประชุมใหญ่ตกลง แต่ก็ไม่ให้เกินที่กฎกระทรวงกำหนดไว้เหมือนกัน คือ ไม่เกินเดือนละ ๕ บาทและปีละ๕๐ บาทที่สมาคมหมู่บ้านผมเก็บค่าบำรุงปีละ ๑๐ บาทต่อสมาชิก ๑ คนครับ

๓.เงินสงเคราะห์ศพ หรือ เงินสงเคราะห์ล่วงหน้าคือเงินที่เรียกเก็บจากสมาชิกเมื่อมีการตายเกิดขึ้น จะกำหนดเก็บกันคนละเท่าไหร่ก็ได้ ตามมติของที่ประชุมใหญ่แต่ก็ไม่ให้เกินกฏกระทรวงฯที่กำหนดไว้อีกเช่นกันกฎกระทรวงกำหนดเอาเกณฑ์ของสมาชิกที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันเป็นเกณฑ์คือ

(ก) หากมีสมาชิกจำนวนไม่เกิน๒๕๐๐ คน ให้เก็บได้ ๑๐๐ บาท คนน้อยเก็บมากได้

(ข) หากมีสมาชิกจำนวนเกิน๒,๕๐๐ คน แต่ไม่เกิน ๕,๐๐๐ คน ให้เก็บได้ ๕๐ บาท คนเริ่มมากก็มีการเก็บลดลง

(ค) หากมีสมาชิกจำนวนเกิน๕,๐๐๐ คน แต่ไม่เกิน๑๐,๐๐๐ คน ให้เก็บได้ ๓๐ บาท มีสมาชิกมากแล้วก็ให้เก็บลดลง ถือคนมากเป็นเกณฑ์

(ง) หากมีสมาชิกเกิน๑๐,๐๐๐ คน ขึ้นไป ก็ให้เก็บได้ จำนวน ๒๐ บาทหรือไม่เกิน ๒๐ บาทคนหนึ่งหมื่นคน เก็บคนละ ๒๐ บาทก็เป็นจำนวนเงินถึง สองแสนบาทแล้ว

เงินสงเคราะห์ส่วนดังกล่าวเมื่อจะนำมาจ่ายให้กับสมาชิกที่เสียชีวิต จะต้องมีการหักเปอร์เซ็นต์เข้ามาไว้เป็นส่วนของค่าใช้จ่ายหรือส่วนของสมาคมอีกครั้งหนึ่งนะครับก็ว่ากันตามการหักเงินสงเคราะห์ศพของกฏกระทรวงกำหนดอัตราการหักเงินสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๔๗ อีกเหมือนกัน คือ…

(ก) หากมีสมาชิกไม่เกิน๒,๕๐๐ คน เก็บเงินได้เท่าไหร่ก็ตามคณะกรรมการสามารถหักเงินได้ไม่เกินร้อยละ๙ บาท

(ข)หากมีสมาชิกเกิน ๒,๕๐๐ คนแต่ไม่เกิน๕,๐๐๐ คนคณะกรรมการสามารถหักเงินได้ไม่เกินร้อยละ ๘ บาท

(ค)หากมีสมาชิกเกิน๕,๐๐๐ คน แต่ไม่เกิน๑๐,๐๐๐ คนคณะกรรมการสามารถหักเงินได้ไม่เกินร้อยละ ๖ บาท

(ง)หากมีสมาชิกเกิน ๑๐,๐๐๐ คนคณะกรรมการสามารถหักเงินได้ไม่เกินร้อยละ ๔ บาท

ยกตัวอย่าง สมาคมของหมู่บ้านผมมีสมาชิกทั้งหมดจำนวน ๒,๓๐๐ คน อยู่ในเกณฑ์แรกคือ ไม่เกิน ๒,๕๐๐ คน เมื่อเราเรียกเก็บเงินสงเคราะห์คนละ ๒๐ บาท ก็จะได้จำนวนเงิน ๔๖,๐๐๐ บาท ทางคณะกรรมการสมาคม สามารถหักเงินสงเคราะห์ได้ไม่เกินร้อยละ ๙ บาท จะหักต่ำกว่านี้ก็ได้(ตามตกลงกัน) หากหักร้อยละ ๙ ก็จะสามารถหักได้ไม่เกิน ๔,๑๔๐ บาท เป็นต้น หรือมองอีกมุมหนึ่ง เงินสงเคราะห์ที่ผู้เป็นสมาชิกที่เสียชีวิตจะพึงได้เมื่อหักเข้าสมาคมแล้ว เท่ากับ ๔๑,๘๖๐ บาท จะไม่ได้จำนวนเต็มทั้งหมดหวังว่าท่านผู้อ่านคงพอเข้าใจนะครับ...

เกณฑ์ต่าง ๆ ตามกฎกระทรวงฯ ทั้งสองดังกล่าวมา ขณะนี้กำลังมีการสอบถามความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์และเอกสารดาวน์โหลด ว่า สมควรจะมีการปรับเงินขึ้นกันอีกหรือไม่สำหรับผมเห็นว่า "ไม่ควรปรับอย่างยิ่ง" ครับ


M ๓ Materials

เครื่องมือ วัสดุหรืออุปกรณ์ ในการประกอบการฌาปนกิจสงเคราะห์ที่สำคัญมองเป็นลำดับตั้งแต่เริ่มแรกไปคือ...

๑.พระราชบัญญัตการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.๒๕๔๕ ควรทำการศึกษาอย่างถ่องแท้เข้าใจโดยทั่วถึงกัน โดยเฉพาะคณะกรรมการชุดแรก หรือผู้ก่อการจัดตั้งสมาคม ควรศึกษาให้ดีและมีแนวคิดความรู้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน

๒.ข้อบังคับของสมาคม ควรเขียนล้อกับพระราชบัญญัติฯ ข้อบังคับแต่ละข้อไม่คขัดแย้งกับพระราชบัญญัติ และถือเป็นแผนที่หรือจะเรียกว่า "คู่มือการทำงานของคณะกรรมการ" ก็ได้เพราะเวลามีปัญหาจะได้เปิดดูว่า ถูก ผิด อย่างไรหรือไม่

๓.ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนสมาคม หากไม่ได้จดทะเบียนก็ไม่สามารถเปิดดำเนินการสมาคมได้หากทำก็ต้องยกเว้นคำว่า "สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์..." และก็ผิดกฏหมายการจัดตั้งเป็นสมาคมด้วย

๔.ระเบียบของสมาคม ระเบียบก็เขียนแยกออกมาจากกฎหมาย ประกาศกระทรวงฯ และข้อบังคับอีกที เช่น ระเบียบ...ว่าด้วยการจ่ายค่าเบี้ยประชุม ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพานหนะ และค่าที่พักให้แก่คณะกรรมการสมาคมเพราะกฏหมายกำหนดไว้ว่าคณะกรรมการสมาคมไม่มีเงินเดือน ทำงานด้วยใจเบี้ยต่าง ๆ ดังกล่าวควรจ่ายคนละเท่าไหร่ วันละเท่าไหร่ ก็ต้องกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจนนอกจากเจ้าหน้าที่ของสมาคมเท่านั้น ที่มีเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา อีกอย่างที่ควรกำหนดไว้คือ ค่าพวงหรีด ค่าสวดพระอภิธรรมหรือค่าพิธีกรรมทางศาสนาแต่ละครั้งหรือแต่ละศพก็ต้องเขียนเป็นระเบียบด้วยเช่นกัน

๕.สถานที่ทำงาน เมื่อมีใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนมีข้อบังคับ มีระเบียบแล้วก็ต้องมีสถานที่ทำงาน กำหนดในที่สาธารณะ บ้าน วัด สหกรณ์หรือสถานที่ทำงานในหน่วยราชการ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนั้นที่ทำงานก็ต้องมีเครื่องมือพร้อม ตู้เก็บเอกสาร โรงเย็น โต๊ะ เต็นท์ เก้าอี้ สัญลักษณ์ ป้ายชื่อ แผนผังองค์กร เป็นต้น ไม่ใช่ลอยไปลอยมา หาที่ทำงานไม่ได้นั่นอาจเป็นการหลอกลวงหรือต้มตุ๋นกันก็ได้การโฆษณาบอกว่าสามารถรับสมาชิกได้ทั่วประเทศนั้นจึงน่าจะเข้าข่ายผิดกฏหมายหรืออนุโลมตามระเบียบกระทรวงฯว่าด้วยคุณสมบัติของกรรมการสมาคมที่ว่า (๔)มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในจังหวัดที่จดทะเบียนตั้งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้นสมาชิกของแต่ละสมาคมก็ไม่ควรที่จะรับบุคคลนอกเขตจังหวัดเช่นกัน(ควรทำความเข้าใจ)

๖.เอกสารสำคัญ แบบฟอร์มต่างๆ ที่ทางการกำหนดไว้ให้ ต้องนำมาใช้ให้ถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์ของงานแต่ละอย่างแต่ละชนิด

ดังกล่าวมานี้น่าจะถือว่าครบและเป็นหลักทางด้านเครื่องมือ วัสดุหรืออุปกรณ์ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์แล้วนะครับ


M ๔ Management

การจัดการหรือการดำเนินการ ก็ต้องกระทำโดยยึดหลักประชาธิปไตยเป็นแนวทาง หรือเป็นหลักในการจัดการ ตามความคิดเห็นของผมขอเสนอแนวทางดังนี้...

๑.ระดมสมองของผู้เริ่มก่อการจัดตั้ง อย่างน้อยต้องไม่ต่ำกว่า ๗ คน มากกว่าได้ศึกษาพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๔๕ กฎกระทรวงฯ ระเบียบกระทรวงฯ ประกาศกระทรวงฯ ที่เกี่ยวข้องด้านต่าง ๆ เสร็จแล้ว

ช่วยกันเขียนข้อบังคับของสมาคมที่ร่วมกันจัดตั้งตามมาตรา ๑๓ ของ พ.ร.บ. ในประเด็นที่ต้องมี คือ ชื่อสมาคม ตราหรือสัญลักษณ์ วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสำนักงานและวันเวลาเปิดทำการ วิธีการรับสมาชิกและขาดจากสมาชิก อัตราเงินค่าสมัคร ค่าบำรุง เงินสงเคราะห์ เงินสงเคราะห์ล่วงหน้า และวิธีการชำระเงิน ข้อกำหนดเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของสมาชิก วิธีการจ่ายเงินค่าจัดการศพ การใช้จ่ายและการเก็บรักษาเงิน ข้อกำหนดเกี่ยวกับการประชุมใหญ่ ข้อกำหนดเกี่ยวกับจำนวนกรรมการการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ และการประชุมของคณะกรรมการ ควรเขียนไว้อย่างชัดเจนให้ครบทุกประเด็นในรายละเอียด รวมทั้งระเบียบของสมาคมหลังการประชุมใหญ่ แทรกเอาไว้ด้วยจำนวน ๓ เล่ม

๒.ขออนุญาตจัดตั้งสมาคมตามข้อบังคับ เสร็จแล้วดำเนินการประชุมใหญ่เพื่อชี้แจงให้ชาวบ้านหรือสมาชิกเข้ามาสมัคร อาจประชุมก่อนขออนุญาตหรือหลังขออนุญาตก็ได้ เมื่อรับสมาชิกแล้วก็ประชุมใหญ่กันอีกครั้ง เมื่อสมาชิกทุกคนเข้าใจและรับทราบข้อตกลงระเบียบการต่าง ๆ แล้ว เริ่มดำเนินการจัดทำเอกสารตามแบบฟอร์มที่ทางกระทรวงฯกำหนดไว้ให้ได้ทันที

๓.กำหนดการเก็บเงินและจ่ายเงินค่าต่าง ๆ เตรียมการหาซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นดังกล่าวมาแต่เบื้องต้น เช่น โต๊ะ เต็นท์ ตู้ใส่เอกสาร โลงเย็น เก้าอี้ เท่าที่จำเป็นเข้าสำนักงานสมาคมจากนั้นก็จัดคณะกรรมการดูแลในแต่ละอย่าง กำหนดหมายหรือลงรหัสชื่อขอสมาคมเอาไว้ให้เรียบร้อย

๔.คณะกรรมการแต่ละท่านปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งหรือได้รับการแต่งตั้งกันในกลุ่มมาเป็นลำดับ เช่น นายกสมาคม อุปนายก เหรัญญิก เลขา นายทะเบียน ผู้ช่วยนายทะเบียน กรรมการ จนครบวาระคราวละ ๒ ปี เมื่อครบแล้วก็ให้ประชุมใหญ่เลือกตั้งกันใหม่ พร้อมทั้งแจ้งต่อนายทะเบียนเพื่อเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการด้วย

๕.จัดทำเอกสารรายงานนายทะเบียนที่อยู่ใกล้เคียง ตลอดครึ่งปีและสิ้นปี พร้อมกับเก็บเอกสารที่สำคัญของสมาคมไว้ให้ดีอย่างน้อยต้อง ๑๐ ปี ที่สมาคมบ้านผมไม่รู้เหลือเอกสารอยู่ครบหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน

๖.กำหนดการประชุมใหญ่ประจำปี อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง เพื่อรับฟังและสะท้อนปัญหาการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ถือเอามติของที่ประชุมใหญ่เป็นสำคัญ หากมีปัญหาจนหาข้อยุติไม่ได้ สอบถามพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือนายทะเบียน สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ตามลำดับขั้นตอนต่อไป

๗.ดำเนินการสงเคราะห์ศพด้วยเงินสงเคราะห์ศพเมื่อมีผู้เสียชีวิต การสงเคราะห์ของสมาคมในหมู่บ้านของผมนั้น ไม่ได้สงเคราะห์กันเพียงแต่ด้านเงินอย่างเดียวแล้วก็จบเท่านั้น ยังสงเคราะห์ด้านโลงเย็น โต๊ะ เต็นท์ เก้าอี้ การประชาสัมพันธ์หรือเป็นพิธีกรศาสนพิธีที่บ้านและป่าช้า ช่วยจดรายชื่อผู้นำเงินมา "ฮอมบุญ" กับเจ้าภาพ ช่วยเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม ๑ คืน ช่วยจัดสถานที่ ที่บ้านงานและที่ป่าช้าช่วยเสิร์ฟน้ำดื่มญาติ หรือแขกที่มาจากต่างบ้าน ช่วยจัดของถวายพระ ของชำร่วยมอบให้ผู้มาร่วมงานและช่วยงานสวดมนต์(สังคหะ)หลังฌาปนกิจเรียบร้อยในตอนค่ำอีกด้วย เรียกว่า "ฌาปนกิจสงเคราะห์เต็มรูปแบบ"คณะกรรมการไม่ได้เรียกร้อง หรือร้องขอค่าแรงหรือค่าตัวกับทางเจ้าภาพเลย

เป็นการแสดงความเห็นอกเห็นใจกับผู้สูญเสียญาติอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ ด้วยการให้ความช่วยเหลือในทุก ๆ ด้าน ตามหน้าที่ และความสามารถของแต่ละบุคคลด้วยความจริงใจ เงินสงเคราะห์ศพเป็นเพียงหลักประกัน ความอุ่นใจของญาติในด้านการใช้จ่ายในงานเท่านั้น แต่หลักประกันความอบอุ่นใจสบายใจอื่นนอกจากนี้ยังได้รับกับคณะกรรมการ สมาชิกสมาคม ชาวบ้านทุกคน ที่คอยช่วยทำให้คลายความเหงา เศร้า ว้าเหว่ใจ ไร้ญาติ อีกส่วนหนึ่งด้วย...

เห็นไหมล่ะครับว่า"สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์...(บ้าน...รัฐ...)" เป็นได้มากกว่าการสงเคราะห์กันก่อให้เกิดคุณค่าที่งดงามต่อสังคมได้เป็นอย่างดี การฌาปนกิจสงเคราะห์ตามหลักบริหาร ๔ M ดังกล่าวมา หากเป็นที่สนใจก็สามารถทำการศึกษาและจัดตั้งเป็นสมาคม เพื่อให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือกันและกันได้ในโอกาสต่อไปนะครับผม…


  • หมายเหตุ

๑. หากท่านผู้รู้ท่านใดเห็นว่าข้อมูลมีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนช่วยกรุณาแจ้ง เตือน เพื่อปรับปรุงแก้ไขในโอกาสต่อไปด้วยนะครับ

๒. พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์/กฎ ,ระเบียบ,ประกาศ/ข้อบังคับ/คู่มือการฌาปนกิจสงเคราะห์ส่วนราชการ... สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์นี้... http://www.cpct.or.th/?cid=1976407

๓. เพิ่มเติมความรู้จากช่อง ๘ ร่วมกับทรูไลฟ์ย้อนหลัง เลื่อนไปที่เวลาประมาณ ๑๑ นาที

http://tv.truelife.com/detail/20150206/ch03/10.00-...



………………………………………….

ขอบคุณทุกท่านที่สนใจขอบคุณโกทูโนว์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน social and public



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

ศึกษามาอย่างละเอียดเลยนะคะ

เป็นประโยชน์ค่ะ เวลาตายลูกๆ ก็ได้เอามาทำศพ (ที่แพงขึ้นทุกวันๆ)

เขียนเมื่อ 

ขอขอบคุณคุณพี่หมอ

nui

ที่เป็นกำลังใจด้วยดีตลอดมามากนะครับ

ผมได้เข้าไปอ่านบันทึกเกี่ยวกับภาพยนตร์เปรียบเทียบมือปืนสไนเปอร์อยู่

โดยไม่ได้เข้าระบบชอบมากครับ...เดี๋ยวจะไปเยี่ยมอีกครั้งครับ

เขียนเมื่อ 

บันทึกนี้ไม่สามารถปรับย่อหน้าบันทึกได้ คือปรับย่อหน้าแล้วแต่พอเซฟก็เหมือนเดิม...

และไม่สามารถปรับสีอักษรได้ตามต้องการยังเหมือนเดิมครับ...ขอบคุณมากครับ