"ประสบการณ์บางอย่าง....ไม่สามารถหาได้ในตำราเรียน"

การเรียนรู้ใช่สิ้นสุดเพียงแค่ตัวหนังสือ แต่การณ์เรียนรู้ที่แท้จริงต้องเรียนรู้จากโลกภายนอกด้วย

"เดินไปเถิดคนกล้า…..เดินไปหาความฝันของเธอ.. ฝันให้ยิ่งใหญ่นะเธอ ก้าวเดินไปตามที่ใจต้องการเกิดเป็นคนแล้วอย่าไปกลัวความพ่ายแพ้นั้นคือพลัง…เมื่อวันวานแม้จะสิ้นหวังวันพรุ่งนี้นั้นรอเธออยู่..... กล้าไหมถามใจเธอเองสุขทุกข์ก็ตัวเธอเอง ชีวิตนี้เป็นของเธอเอง ก้าวเดินไปตามที่ใจต้องการ……..."

ดิฉันเป็นอีกคนที่อยู่ในกลุ่มฮักนะเชียงยืน ตั้งแต่วันนั้น วันที่พี่ๆเขาทำค่ายสรุปและคืนข้อมูลแก่ชุมชน พี่ๆเขาได้ชวนดิฉันมาทำโครงการลดมลพิษพื้นชีวิตดินด้วย จึงทำให้แอนได้เขามาอยู่ในกลุ่มฮักนะเชียงยืน ต้องขอบคุณพี่ๆและคุณครูเพ็ญศรีเป็นอย่างสูง ที่ให้แอนได้เขามาทำอะไรดีๆเพื่อคนอื่นเพื่อสังคม เดียวจะเล่าให้ฟังต่อไปค่ะ

โครงการลดมลพิษฟื้นชีวิตดินของเราก็มีกลุ่มเป้าหมายอยู่ในบ้านแบก ซึ่งไม่ใช่บ้านของดิฉันเหมือนกันค่ะ เป็นโครงการที่เด็กๆเยาวชนทำเพื่อรณรงค์สร้างความตระหนังให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีในการทำการเกษตรนะค่ะ แอนก็ได้เข้ามาเป็นกลุ่มแกนนำของเยาวชนฮักนะเชียงยืนรุ่นที่ 2 จากการชักชวนจากพี่ๆ ตอนนั้นกำลังเรียนอยู่ ม 3 ทุกอย่างก็เป็นไปได้ด้วยดีค่ะ เราก็ได้รับทุนสนับสนุนจากหลายๆที่ มีการจัดค่ายหลายๆครั้ง

และโครงการนี้ก็เป็นโครงการที่พัฒนาเยาวชนพัฒนาทักษะกระบวนการคิดต่างๆ ทำให้ได้ทักษะการแก้ปัญหาการร่วมกิจกรรมกับสังคมซึ่งหาได้ยากในห้องเรียน ทำให้โรงเรียนของเรามีการเริ่มต้นที่จะพัฒนาเยาวชนเชื่อมกับหมู่บ้านเชื่อมกับชุมชน ทำให้โรงเรียนได้ใกล้ชิดกับชุมชนมากขึ้น อย่าที่ว่า คุณธรรมดี มีวินัยใฝ่ศึกษา พัฒนาชุมชน และถ้าจุดเริ่มต้นเล็กที่เยาวชนก็จะทำให้ประเทศชาติเรามีเยาวชนดีๆที่รักษ์บ้านเกิดของตัวเอง เพราะสิ่งที่เราทำคือวิถีชีวิตของชุมชน ทำให้เยาวชนใกล้ชิดกับวิถีชีวิตมากขึ้น

เข้าเรื่องเลยนะค่ะ สิ่งที่ได้จากการทำโครงการนี้มา 2 ปีแล้ว ทำงานเพื่อส่วนรวมแบบนี้ ทำโดยไม่ได้หวังผลเพื่อตัวเองแบบนี้ แอนเชื่อว่าคนที่ทำมาด้วยกัน พี่ๆเพื่อนๆ น้องๆ ที่ทำงานจิตอาสามาด้วยกันคงจะได้อะไรหลายๆอย่างเหมือนกันค่ะ จากคนที่ไม่เคยคิดที่จะจับไมพูด จากคนที่ไม่คิดว่าจะได้เป็นกระบวนกรก็ได้มาทำอะไรแบบนี้ ทำให้แอนได้ทักษะที่ไม่มีในห้องเรียน ความรู้ที่หาไม่ได้จากการฟังครูสอนในห้องเรียน มันเป็นความสุขที่ไม่รู้จะอธิบายยังไงค่ะมันเป็นความรู้จริงๆเป็นทักษะในการใช้ชีวิตจริงๆได้รู้สภาพโลกสภาพการใช้ชีวิตจริงๆซึ่งสอนไม่ได้เรียนไม่ได้ในห้องเรียน บางคนกล่าวว่ามาทำงานแบบนี้เหนื่อยบ้างไหม ทำไปทำไม ทำแล้วได้อะไร อยากบอกเขามากๆเลยค่ะว่า สิ่งที่ได้ ทักษะที่ได้ คุณไม่สามารถหาได้ในห้องเรียน คุณไม่สามารถหาได้ในตำรา ถ้าคุณไม่ได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง เหมือนที่พ่อบอกแอนว่าการเรียนในหนังสือกับชีวิตจริงมันไม่เหมือนกัน ถ้าไม่เชื่อลองเอาคนที่ตั้งใจเรียน เรียนแต่หนังสือ แต่ความจริงแล้วเขาไม่เคยทำอะไรที่ตัวหนังสือนั่นบอกได้ ปัญหาในชีวิตจริง ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เขาคนที่เรียนแต่ในตำราอาจจะแก้ไขปัญหาไม่ได้เท่าคนที่เคยมีทักษะการเรียนรู้บนสภาพปัญหาก็ได้ เขาจึงกล่าวว่าความรู้และทักษะใหม่ๆ ไม่ได้มีแค่ในตำรา นั่งคิดแล้วมีความสุข รู้สึกว่าตัวเองมีความคิดมากขึ้น เหมือนไม่ใช่เด็กๆที่อายุเท่ากัน มีความกล้าคิดกล้าพูด คือได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มขึ้น อาจจะเป็นเพราะครูเพ็ญศรีชอบให้ทุกคนออกความคิดเห็น รับฟังทุกความคิด ทุกเหตุผล คำหนึ่งที่ครูชอบพูดคือ ไม่มีอะไรผิด เหมือนมันทำให้กล้าที่จะคิดมากขึ้นคะ แต่บางคนเขาไม่เข้าใจก็ยากที่จะเข้าใจนะค่ะ แต่แอนเข้าใจ คือตอนนี้แอนรู้สึกได้ว่าแอนเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นค่ะ ขอบคุณคุณครูมากนะค่ะที่ทำให้หนูเป็นแบบนี้

ความรู้และประสบการณ์ต่างๆไม่จำเป็นต้องอ่านแค่เพียงในตำรา ประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมจะสอนเราเอง ใจเราจะเป็นคนเก่งคนดีได้แค่ไปเรียนหนังสือ แต่เราจะเรียนรู้ได้มากขึ้น ถ้าลองออกมามองโลกในมุมมองใหม่ ใช่เพียงแต่มองโลกในแค่เพียงตัวพิมพ์ที่เขาพิมพ์ไว้

…ในทุกจุดที่เรายืนอยู่….ในทุกที่ ทุกสถานการณ์ โอกาสดีสามารถเกิดขึ้นได้ ถ้าเราเปิดให้กว้างทั้งดวงใจและดวงตา….อยากรู้ว่ามันเป็นไปได้แค่ไหน….ก็ต้องทุ่มแรงทำให้มากกว่าความเป็นไปไม่ได้ แล้วเราจะรู้ขอบเขตของเราในที่สุด เมื่อพบเจอปัญหาที่แก้ไม่ตก ก็พักผ่อนชมนกชมไม้ข้างทางสักครู่ แล้วจะมีเรี่ยวแรงผจญกับปัญหาและสิ่งที่เข้ามาในชีวิตต่อไป คิดหาวิธีแก้ไขปัญหานั้นให้ดีที่สุด…..แอน พรไพรินทร์


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความในใจที่ใผ่ฝัน



ความเห็น (0)