กระบวนการวิจัย​( อาจารย์ สุภัชชา พันเลิศพาณิชย์)

กระบวนการวิจัย


กระบวนการวิจัย

อาจารย์ สุภัชชา พันเลิศพาณิชย์

แนวคิดกระบวนการวิจัย

การวิจัยเป็นกระบวนการที่เชื่อมโยงความคิด สิ่งที่ต้องการทราบถึงปัญญาข้อเท็จจริงเข้าด้วยกันโดยอาศัยกระบวนการที่เป็นระบบ มีแบบแผนชัดเจนที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างความรู้เดิมและองค์ความรู้ที่ได้ใหม่อย่างเป็นระเบียบตามระเบียบวิธีวิธีและนำเอาวิธีทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับการศึกษาเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่เราต้องการทราบในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง สิ่งนี้เราเรียกว่า กระบวนการวิจัย( อาจารย์ นภาภรณ์ จันทรศัพท์และคณะ วิธีการวิจัยเบื้องต้น โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พิมพ์ครั้งที่๖ ๒๕๔๙ หน้า๒๑-๒๒)

ดังนั้น กระบวนการวิจัย(research process)จึงหมายถึง การจัดลำดับขั้นตอนของการวิจัยให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้นจนสำเร็จช่วยให้นักวิจัยมองเห็นภาพรวมของการวิจัยอย่างชัดเจน สามารถทำการวิจัยเป็นขั้นตอนด้วยความรบรื่นมีความมั่นใจ และไม่หยุดชะงัก เมื่อมีข้อสงสัยหรือขั้นตอนใดไม่สมบูรณ์สามารถตรวจสอบและแก้ไขให้สมบูรณ์ได้((เทคนิควิจัยทางสังคมศาสตร์ ศาสตราจารย์ดร.สิน พันธุ์พินิจ ๒๕๔๗ หน้า๖๒ สำนักพิมพ์จูนพับลิชชิ่ง จำกัด)

สรุป กระบวนการวิจัย เป็นกรอบความคิดของการทำวิจัยแต่ละเรื่อง จากความรู้ แนวคิด ความเชื่อและประสบการณ์โดยใช้วิจารณญาณอย่างละเอียดรอบคอบเพื่อให้ได้เครื่องมือที่ดีและมีคุณค่าต่อการวิจัย

กรอบแนวคิดในการวิจัย(Concepual Framework)

นงลักษณ์ วิรัชชย(๒๕๔o)ได้ให้ความหมายกรอบแนวคิดการวิจัย(Concepual Framework)ไว้ว่า หมายถึง แบบจำลองที่นักวิจัยสร้างขึ้นโดยใช้ทฤษฎีและผลการวิจัยในอดีตเพื่อแทนความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ระหว่างปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในธรรมชาติและนำไปตรวจสอบว่ามีความสัมพันธ์เชิงประจักษ์หรือไม่ เพียงใด(ศ.ดร. สุวิมล ว่องวานิช เทคนิคการสร้างกรอบความคิดของการวิจัย;ข้อบกพร่องที่พบบ่อย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ณ.ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ๒๕๕๑ หน้า๑)

กรอบแนวคิดการวิจัย(Concepual Framework)หมายถึงกรอบของการวิจัยในเรื่องของเนื้อหาสาระที่ประกอบด้วยประเด็นต่างๆที่ต้องการศึกษาและระบุความสัมพันธ์ของเรื่องต่างๆในประเด็นที่ต้องการศึกษาเหล่านั้นซึ่งสุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์(๒๕๔o)ได้สรุปที่มากรอบแนวคิดการวิจัยไว้๓แหล่งคือ ๑.ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ๒.ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ๓.แนวคิดจากผู้วิจัยเองซึ่งได้มาจากความคิดและประสบการณ์ของผู้วิจัยกับสิ่งที่ต้องการศึกษาและวิธีนำเสนอ( ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ.หลักการวิจัยทางสังคม กรุงเทพ เจริญดีมั่นคงการพิมพ์,๒๕๕๓หน้า๑๓๒-๑๓๓ )ดังนั้น การสร้างกรอบแนวคิดจึงเป็นเรื่องที่ผู้วิจัย กำหนดและวางไว้เป็นแนวทางและในการวิจัยแต่ละประเภทย่อมมีขั้นตอนแตกต่างกันไปแต่ในทางปฎิบัติ การวิจัยต้องทำตามกรอบแนวคิดที่วางไว้อย่างรอบคอบ ละเอียดและรัดกุมเพื่อให้ได้ผลการวิจัยที่ถูกต้องเชื่อถือได้(ยุทธ ไกยวรรณผศ.ดร., กุสุมา ผลาพรม ผศ.ดร. พื้นฐานการวิจัย กรุงเทพ ศูนย์สื่อเสริมกรุงเทพ,๒๕๕๓ หน้า๓๘)

การสร้างกรอบแนวคิดการวิจัย

การสร้างกรอบแนวคิดการวิจัยเริ่มตั้งแต่การกำหนดประเด็นวิจัย(research issues)ที่ต้องการศึกษาก่อนอย่างกว้างๆแล้วจึงศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยที่เราต้องการศึกษาซึ่งมีทั้งมโนทัศน์ ทฤษฎีและตัวแปรที่ศึกษารวมถึงผลการวิจัยที่ผู้อื่นศึกษามาแล้วที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยที่เราศึกษาอยู่ ในการทำวิจัยแต่ละครั้งจุดสำคัญของการศึกษาเอกสารโดยเฉพะช่วงต้นของการวิจัยเชิงปริมาณต้องให้ความสำคัญกับตัวแปรที่กำหนดต้องทำให้ชัดเจนทั้งนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลไปใช้ในการกำหนดกรอบแนวคิดการวิจัยสำหรับแหล่งข้อมูลของเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยสามารถศึกษาได้จาก ตำรา รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ บทความวิจัย บทความวิชาการที่อาจจะอยู่ในรูปแบบที่มีการจัดพิมพ์เป็นหนังสือหรือเผยแพร่ในสื่ออิเลคทรอนิกส์นักวิจัยจึงต้องรู้จักใช้คำค้นที่สำคัญ(key Words)ในการสืบค้นและเอกสารนั้นต้องมีคุณภาพน่าเชื่อถือเป็นที่ยอมรับเช่น ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร หรือผลิตโดยองค์กรที่เป็นที่ยอมรับเพราะว่าจะทำให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เมื่อได้ข้อมูลที่มีคุณภาพแล้วต้องนำมาจัดไว้เป็นหมวดหมู่หรือประเภท อาจจำแนกเป็นนิยาม ตัวแปร ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับตัวแปรหลักของการวิจัยจากนั้นนักวิจัยลงมืออ่าน วิเคราะห์ จับประเด็น สรุปประเด็นสำคัญในแบบบันทึกหรือกระดาษที่เตรียมไว้ ต่อมานำข้อมูลวิเคราะห์และสังเคราะห์ โดยให้ความสำคัญกับเอกสาร ทฤษฎี ผลการวิจัยเพื่อกำหนดโครงสร้างความสัมพันธ์ของตัวแปรตามประเด็นที่กำหนดและในบางกรณีอาจต้องไปปรับประเด็นวิจัยใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับการวิจัยในเรื่องที่เราศึกษา การนำตัวแปรมาเป็นกรอบแนวคิดการวิจัย ส่วนใหญ่มักนำเสนอเป็นแผนภาพประกอบคำบรรยายที่แสดงความเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรว่ามีที่มาอย่างไรเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยทั่วไป การวิจัยเชิงวิชากรมักมีอยู่ ๕บทและบทที่๒เป็นเรื่องของเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยเพราะกรอบแนวคิดที่ดีต้องมาจากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องและงานวิจัยของผู้อื่นการนำเสนอกรอบแนวคิดการวิจัยจึงควรอยู่ในบทที่๒แต่มักจะพบว่านำเสนออยู่ในบทที่๑ซึ่งอาจจะทำให้ผู้อ่านหรือตัวนักวิจัยเองเกิดข้อสงสัยและไม่เข้าใจภาพรวมของผลการศึกษา จนส่งผลต่อการกำหนดตัวแปรที่ต้องการศึกษาเพราะว่าความรู้ที่รองรับในการนำเสนอยังไม่เพียงพอ(ศ.ดร. สุวิมล ว่องวานิช เทคนิคการสร้างกรอบความคิดของการวิจัย;ข้อบกพร่องที่พบบ่อย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ณ.ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ๒๕๕๑หน้า๔-๕)

สรุป กรอบแนวคิดการวิจัย มาจากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยอธิบายขั้นตอนการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการกำหนดกรอบแนวคิดของการวิจัยและต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดเอกสารที่เกี่ยวข้องต้องเหมาะสมสัมพันธ์กัน ถ้าไม่เหมาะสม สัมพันธ์กัน นักวิจัยต้องศึกษาค้นคว้าหรือบางกรณีอาจ เปลี่ยนประเด็นที่ต้องการศึกษาใหม่ โดยศึกษาจากเอกสารที่มีคุณภาพ เป็นที่น่าเชื่อถือหรือมีหน่วยงานที่มีมาตรฐานรองรับ ทั้งนี้เพื่อให้ได้ผลการวิจัยที่ถูกต้อง ตรงประเด็น มีความน่าเชื่อถือซึ่งกรอบแนวความคิดการวิจัยโดยทั่วไปมักนำเสนอในรูปแบบแผนภาพประกอบคำบรรยายแต่นักวิจัยยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนมักจะนำขั้นตอนการวิจัยมาสร้างแผนภาพ เชื่อมโยงขั้นตอนการวิจัย ตั้งแต่ ขั้นตอนการกำหนดปัญหา การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง การกำหนดประชากร กลุ่มตัวอย่าง การสร้างเครื่องมือการวิจัย การเก็บรวบรวมการวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูลและการจัดทำรายงาน แผนภาพดังกล่าวนี้เป็นขั้นตอนการวิจัยไม่ใช่กรอบแนวคิดการวิจัย(ศ.ดร. สุวิมล ว่องวานิช เทคนิคการสร้างกรอบความคิดของการวิจัย;ข้อบกพร่องที่พบบ่อย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ณ.ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ๒๕๕๑หน้า ๑๔)

กรอบแนวคิดการวิจัยเชิงปริมาณได้มาจากกรอบแนวคิดเชิงทฤษฎี(theoretical framework)ที่เป็นแผนภาพแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร

กรอบแนวคิดการวิจัยเชิงคุณภาพเป็นแผนภาพที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างประเด็นที่นักวิจัยต้องการศึกษา( นงลักษณ์ วิรัชชัย;๒๕๔๘) การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย ส่วนส่งเสริมและพัฒนาการวิจัย ภารกิจบริหารจัดการผลงาน งานวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.)หน้า๔ )จะเห็นได้ว่า กรอบแนวคิดการวิจัยเป็นขั้นตอนหนึ่งในการเขียนโครงร่างการวิจัย (Research proposal)ที่นักวิจัยมีการเตรียมการหรือวางแผนไว้ล่วงหน้าที่ทำให้ผู้วิจัยทราบขั้นตอนและรายละเอียดในแต่ละขั้นตอนของการทำวิจัยและ ยังใช้เป็นเครื่องมือในการพิจารณาขออนุมัติทำวิจัย หรือขอทุนสำหรับทำวิจัยอีกด้วย

สิ่งสำคัญที่สุดในการเขียนโครงร่างการวิจัยที่ดี ก็คือความรู้และความเข้าใจอย่างถ่องแท้ของผู้ที่จะการวิจัยว่าจะทำวิจัยเรื่องอะไร มีวัตถุประสงค์อะไร จะใช้ระเบียบวิธีการศึกษาอะไรและอย่างไร และงานวิจัยนั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง ซึ่งหากผู้ที่ทำวิจัยไม่มีความชัดเจนในเรื่องต่างๆเหล่านี้ แล้ว ก็ยากที่จะเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยที่ดีได้

โครงร่างการวิจัย ควรมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้

๑.ชื่อเรื่อง

๒.ความสำคัญและที่มาของปัญหาการวิจัย

๓.วัตถุประสงค์ของการวิจัย

๔.คำถามของการวิจัย

๕.ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

๖.สมมติฐาน* และกรอบแนวความคิดในการวิจัย*

๗.ขอบเขตของการวิจัย

๘.การให้คำนิยามเชิงปฏิบัติที่จะใช้ในการวิจัย*

๙.ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย

๑๐.ระเบียบวิธีวิจัย

๑๑.ระยะเวลาในการดำเนินงาน

๑๒.งบประมาณค่าใช้จ่ายในการวิจัย

๑๓.บรรณานุกรม

๑๔.ภาคผนวก*

๑๕.ประวัติของผู้ดำเนินการวิจัย

* ไม่จำเป็นต้องมีทุกโครงการ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องสั้นกระต่ายใต้เงาจันทร์



ความเห็น (0)