ชุมชนกุดเรือคำ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร เป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีความหลากหลายในทุกๆ ด้าน ทั้ง ความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ เศรษฐกิจ รายได้ และวัฒนธรรม ความแตกต่างเหล่านี้ส่งผลต่อนักเรียนในโรงเรียนบ้านกุดเรือคำ

วิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไปของนักเรียนและคนในชุมชน โดยเฉพาะด้านความเป็นอยู่และโภชนาการ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากสังคมเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประกอบกับค่านิยมการบริโภคอาหารที่เปลี่ยนไป เช่น อาหารฟาสฟูดส์ หรืออาหารขยะ ทำให้เด็กนักเรียนมีพฤติกรรมด้านโภชนาการที่ไม่เหมาะสม

โรงเรียนบ้านกุดเรือคำ จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนจำนวน 668 คน ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลด้านโภชนาการประจำปี 2555 พบว่านักเรียนมีปัญหาภาวะทุพโภชนาการทั้งขาดและเกิน มากถึง 164 คน คิดเป็นร้อยละ 24.73 และนักเรียนอีกร้อยละ 57 รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ และที่น่าตกใจ คือ ร้อยละ 80 ชอบรับประทานอาหารทึ่มีรสหวาน ขนมกรุบกรอบและน้ำอัดลม

ดังนั้นโรงเรียนบ้านกุดเรือคำ จึงได้จัดทำโครงการ "โภชนาการดี ชีวีปลอดภัย" ขึ้น ซึ่งอยู่ในชุด โครงการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชนเพื่อสุขภาวะเด็กและเยาวชน โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม (สำนัก 6) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ดำเนินโครงการจำนวน 64 โครงการหลัก ในกว่า 300 โรงเรียน ทั่วทุกภูมิภาค โดยเป็นโครงการที่เน้นกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างสถานศึกษาและชุมชน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ยั่งยืน มีประเด็นปัญหาที่เกี่ยวกับสุขภาวะของเด็กและเยาวชนในพื้นที่เป็นตัวตั้ง ครอบคลุมปัจจัยเสี่ยง 4 ด้าน คือ เหล้า บุหรี่ อาหารที่ปลอดภัย และสุขภาวะทางเพศ ซึ่งแต่ละโรงเรียน แต่ละชุมชน แต่ละพื้นที่มีประเด็นปัญหาที่แตกต่างกันและมีทุนทางสังคมรวมทั้งบริบทปัญหาที่ไม่เหมือนกัน การสร้างองค์ความรู้และความร่วมมือจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาของแต่ละชุมชนได้

"โครงการโภชนาการดี ชีวีปลอดภัย มุ่งหวังและเสริมสร้างนักเรียนมีความรู้ ได้ตระหนัก เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและค่านิยมการบริโภคอาหารที่ปลอดภัยและถูกหลักโภชนาการ ตลอดจนลดการบริโภคอาหารรสหวาน มัน เค็ม" นายเกษม ทัศวงษา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกุดเรือคำ บอกถึงเป้าหมายของโครงการนี้

นอกจากนี้แล้วยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมและเป็นการจัดกิจกรรมที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร สร้างแกนนำนักเรียน และส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม ตลอดจนเพื่อส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามาส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมเพื่อลูกหลานของเขาเอง

ชุมชนกุดเรือคำ กำลังพัฒนาเข้าความเป็นชุมชนเมือง สิ่งที่ส่งผลตามมาคือ เรื่องอาหารและเรื่องสุขภาพวะของเด็ก เราก็จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และสะท้อนไปถึงชุมชนให้รับรู้ด้วย ว่าอะไรที่จะเกิดประโยชน์ต่อเด็กต่อสังคม โดยเน้น 2 กิจกรรมหลัก คือ เรื่องการรบริโภคอาหาร และสิ่งแวดล้อม โดยการบูรณการเข้ากับทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยมีชุมชนมาร่วมวางแผนทุกขั้นตอน เป็นการบูรณการเรื่องสุขภาพ โดยให้ชุมชน ผู้ปกครอง ครู องค์กรต่างๆ มีส่วนร่วมทุกกระบวนการ ว่าอยากให้เราสอนอะไรบ้าง ให้ชุมชนกำหนดกรอบแล้วเราก็ดำเนินกิจกรรม

ด้าน นางสาววราภรณ์ เขตโสภา ครูผู้รับผิดชอบโครงการ บอกถึงโจทย์ของโครงการดังกล่าวนี้ ว่า เราคิดว่า ทำยังไงให้เด็กได้รับประทานอาหารที่ถูกสุขอนามัยและมีคุณค่าทางโภชนาการ ทำยังไงให้มีคนสื่อสารเรื่องที่เราคิดออกไปสุ่ชุมชน จึงได้ระดมความิดเห็นทุกภาคส่วนทั้งองค์กร ชุมชน แล้วจัดตั้งกลุ่มขึ้นมา เช่น อสม. รพสต. เพื่อให้ความรู้เด็ก แล้วเด็กที่เป็นแกนนำก็จะไปอบรม อสม.น้อย เมื่อได้ความรู้ก็นมาถ่ายทอดกับเพื่อน เช่น เสียงตามสายภาคในโรงเรียนเป็นต้น

หลังจากนั้นก็จะเป็นส่วนของการรจัดการเรียนการสอนทั่วไป จัดทำหนังสือส่งเสริมสุขภาพ ตั้งแต่อนุบาลถึง ป.6 เพื่อเป็นเอกสารประกอบหลักสูตร นอกจากนี้ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการผลิตสื่อการเรียนการสอน โดยเฉพาะบทเรียนไอทีที่มีเนื้อหาการส่งเสริมสุขภาพและเรื่องของโภชนาการที่เหมาะสมทุกระดับชั้น ซึ่งเริ่มจากการวิเคราะห์หลักสูตร ดูตัวบ่งชี้ในสุขศึกษา แล้วดูว่าโครงการเราไปสัมพันธ์ตรงไหน ครูก็จะวิเคราะห์ แล้วทำเป็นหลักสูตร แล้วจัดเป็นกิจกรรมให้เด็กได้ร่วมด้วย เรียนรู้ผ่านสื่อที่จะใช้ในการเรียนการสอนด้วย เช่น ระดับชั้นอนุบาลยังอ่านไม่ได้เราก็ให้วาดรูป ที่สื่อว่าอาหารดีหรือไม่ดี เราใช้สุขศึกษาเป็นตัวตั้งจากนั้นจึงบูรณาการไปยังวิชาอื่นๆ

ในส่วนกิจกรรมอื่นๆ ที่เราได้ส่งเสริมควบคู่โครงการ เช่น การฝึกปฎิบัตินำกิจกรรมอาหารดีมีประโยชน์เข้ามาในมื้ออาหารกลางวัน เน้นพวกปลอดสารพิษ และส่งเสริมการปลูกผักปลอดสารพิษ การทำน้ำหมักชีวภาพ เด็กได้ทำในโรงเรียนเอง ชุมชนก็ได้มาเรียนรู้และนำไปทำในชุมชนด้วย กิจกรรมเด็กไทยใส่ใจสุขภาพ เน้นเรื่องการออกกำลังกายโดยการนำศิลปะแม่ไม้มวยไทยมาประกอบเพลงเพื่อการออกกำลังกาย

"เมื่อดำเนินโครงการแล้วมาได้ระยะหนึ่ง พบว่า เด็กมีโชนาการที่ดีขึ้น ใส่ใจเองอาหารและสุขภาพมากขึ้น รู้ว่าอะไรควรกินไม่ควรกิน มีพฤติกรรมการบริโภคดีขึ้นกว่าแต่เดิม" นางสาววราภรณ์ กล่าว

ส่วนหนึ่งที่โครงการจะสำเร็จได้ คือการมีส่วนร่วมของเด็ก โดยมีกลุ่มเยาวชน อย. ร่วมเป็นตัวขับเคลื่อน ติดตามนักเรียนกลุ่มเป้าหมายของโครงการโภชนาการดี ชีวีปลอดภัย ที่เป็นนักเรียนอ้วนและผอม ในการควบคุมอาหาร และออกกำลังกายตามที่กำหนด และรายงานผลให้คุณครูที่ปรึกษาทุกเดือน

ด.ญ.กุลภัสสร์ กองสิงห์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หัวหน้ากลุ่ม อย.น้อย บอกว่า กิจกรรมโภชนาการดี ชีวีปลอดภัย มีการเรียนการสอนตั้งแต่อนุบาล ถึง ป.6 โดย กลุ่ม อย.น้อย จะมีกิจกรรมออกกำลังกาย กิจกรรมปลูกผักปลอดสารพิษ กิจกรรมการทำน้ำหมักอเนกประสงค์ ซึ่งหนูและเพื่อน ๆ อีก 7 คน ได้ไปอบรมที่ จ.สกลนคร และโรงพยาบาลวานรนิวาส เป็นผู้นำอนามัย นำนักเรียนออกกำลังกาย ดูแลนักเรียนช่วยคุณหมอเวลาที่คุณหมอมาตรวจสุขภาพและมาอบรมให้ความรู้เรื่องสุขภาพกับนักเรียนในโรงเรียน โครงการนี้มีประโยชน์มาก ถ้าทุกคนทำตามไปตลอด ก็จะทำให้ทุกคนมีสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง ไม่อ้วนเกินไป และไม่ผอมเกินไป ทุกคนก็จะไม่เป็นโรคอะไร และก็จะสวยจะหล่อด้วยค่ะ

ขณะที่ ด.ช.ธีรทัศ เที่ยงพา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 นักเรียนกลุ่มเป้ามหาย บอกว่า ผมน้ำหนักเกินครับ คุณครูให้ผมปฏิบัติตามคู่มือตามที่คุณครูแจกให้ ให้ผู้ปกครองเซ็นรับรองด้วย จะมีข้อมูลการรับประทานอาหารและออกกำลังกายตามที่กำหนด ช่วงน้ำหนัก ส่วนสูงทุกเดือน คุณครูจะให้รางวัลสำหรับคนที่สามารลดน้ำหนักได้มากสำหรับคนอ้วน และคนผอมที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น

ตอนแรกผมก็ว่าไม่ดีครับ เพราะไม่ได้เล่นกับเพื่อนต้องไปออกกำลังกายกับคุณครู และไม่ได้กินอาหารตามที่ชอบ แต่พอทำไปบ่อย ๆ ผมว่ามันก็สนุกดี ทำให้ร่างกายแข็งแรง และมีเงินเก็บจากที่ไม่ได้ซื้อขนม ก็ทำให้ทำมีเงินฝากกับคุณครูเพิ่มขึ้น น้ำหนักผมลดลงแล้วครับ จะทำต่อไปเรื่อย ๆ ครับ เพราะในโรงเรียนมีนักเรียนอ้วนเพิ่มมากขึ้นครับ

โครงการนำร่องจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชน ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2554-2555 และในปี2556-2557 นี้ได้ทำต่อเนื่อง คือโครงการติดตามและสนับสนุน ชุดโครงการการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชน เพื่อสุขภาวะเด็กและเยาวชน

ผศ.ดร.พิณสุดา สิริธรังศรี หัวหน้าโครงการติดตามฯ กล่าวว่าการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชน มีข้อกำหนดที่ทุกโครงการจะต้องมี8 หลักการ คือ ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจ ร่วมดำเนินการ ร่วมรับผิดชอบ ร่วมแก้ปัญหา ร่วมติดตามผล แล ะร่วมชื่นชม ซึ่งต่อเนื่องมาจากโครงการที่แล้ว เรามีข้อกำหนดว่าทุกอย่างที่ผู้รับทุนจะจัดการศึกษา ต้องไปฟังเสียงชุมชนก่อน ก็คือระดมความเห็น ร่วมเสนอความต้องการ เราต้องการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมทุกขั้นตอน

การที่เราให้โรงเรียนคิดเองทำเองร่วมกับชุมชนก็จะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจและประสบความสำเร็จมากกว่า คำสั่งมาจากส่วนกลาง ถ้ารอส่วนกลางงบประมาณโรงเรียนไม่เพียงพอต่อการพัฒนาการเรียนการสอนของเด็ก เพราะเพียงค่าค่าสาธารณูปโภคก็หมดแล้ว แล้วคำสั่งจากส่วนกลางที่ลงมาก็ไม่เข้ากับพื้นที่ชุมชนนั้น ๆ

ปัจจุบัน สพฐ.ก็มีหลักสูตรให้ไปคิดร่วมกับชุมชน แต่พอไม่มีเงินสนับสนุนก็ไม่มีเรื่องพอที่จะดึงชุมชน แต่ชุดโครงการดังกล่าววนี้ เราก็เชิญประชาชนมาประชุม ทำให้ชาวบ้านเข้าโรงเรียนมากขึ้น มาคิดร่วมกัน ทำร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อลูกหลานของท่านเอง เด็กก็มีความสุขกับการเรียนรู้เพราะว่าเด็กเขาเสนอเอง เขาก็คุยกับครู บางกิจกรรมก็เปิดรับสมัครเด็กตามความสมัครใจ เกิดกระบวนการกลุ่ม การศึกษาทิศทางนี้ที่จะทำให้การศึกษาไทยประสบความสำเร็จ