ค่ายร่วมอาสาพัฒนา มข.-มช. ครั้งที่ 23 (3)

ค่าย มข.-มช. (3)
กิจกรรมในเช้า สาย บ่าย เย็น คล้ายๆกันกับวานนี้ โครงงานต่างๆ แต่ละฝ่ายถูกสลับสับเปลี่ยนคนให้ได้เรียนรู้ ต่างตรงตัวหลักของฝ่าย ฝ่ายเกษตรยกแปลงปลูกผักสวนครัว ฝ่ายโยธาดูจะเป็นฝ่ายที่ต้องเร่งกว่าฝ่ายอื่นเพราะเป็นงานหลักของค่าย บ่ายแก่ๆทุกฝ่ายเสร็จกิจก็ต้องระดมกันมาช่วยขนดินหินปูนทรายในฝ่ายโยธา เย็นย่ำอัสดงชาวค่ายไปอาบน้ำหรือทานข้าวที่บ้านพ่อแก้วแม่ขวัญ ข้าวแกงที่ค่ายเหลือบานเบอะ ชาวค่ายกลับมาร่วมกิจกรรมที่ค่ายตอนทุ่มตรง ชาวบ้านมาร่วมชมเชียร์ ก่อกองไฟผิงที่ลานหน้าโรงเรียน ทำข้าวหลามกินกันรอบกองไฟในยามดึก หลังเสร็จกิจ ปล่อยทุกคนนอน ฝ่ายโยธายังเร่งงานในยามค่ำคืนเช่นวานก่อน อากาศอันหนาวเย็นหาได้พรากเอาความสุขในการตั้งใจใฝ่เพียรไม่

สายๆผมไปลัดเลาะชมน้ำตกและไร่กาแฟบนภูเขา เที่ยวชมชาวบ้านจัดการเมล็ดกาแฟหลังการเก็บเกี่ยว เที่ยงมาทานก๋วยเตี๋ยวกลางหมู่บ้าน พอตกบ่ายติดรถ มช. ที่จะเข้าตลาดไปชมน้ำพุร้อนของเยียงป่าเป้า กลับมาก็เดินเที่ยวชมหมู่บ้านในซอกมุมยามเย็น วิถีชีวิตของคนสูงวัยในหน้าหนาวทำได้เพียงห่มอุ่น นั่งตามระเบียง และยิ้มต้อนรับทักทายชาวค่ายที่เดินผ่านไปผ่านมาอย่างมีไมตรีจิต ส่วนวัยกลางคนก็ทำหน้าที่หุงหาอาหารต้อนรับลูกหลานชาวค่าย เด็กเล็ๆมีไม่มาก เพราะจำนวนนักเรียนมีเพียง 36 คน ส่วนวัยมัธยมต้องไปเรียนในตัวอำเภอหรือจังหวัด หมู่บ้านนี้สุนัขมากจริงๆ มีทุกหลังคาเรือน บ้านไม้เรือนเก่ายังมีให้เห็นอยู่มาก พอๆกับเรือนใหม่ไทยประยุกต์ ลดหลั่นตามเนินเขา เมื่อกาแฟ เป็นชีวิตและจิตวิญญาณของคนขุนลาว ทุกบ้านจึงมีเล็ดกาแฟตากให้เห็น กรรมวิธีและเทคโนโลยียังเป็นแบบง่าย ผึ่งแดดตากร้อนหลังกระเทาะเอาเปลือกสดสีแดงออก แช่น้ำ ขัดเมือก ตากแดดหลายวันให้แห้ง ก่อนนำส่งขาย เมล็ดหลังปอกลอกเปลือกแดงสดออก สีขาวโพลนจังละรานตาอยู่ทั่วไป แม้กระทั่งลานวัด หมู่บ้านนี้ร้านค้ามีไม่มาก เท่าที่สังเกตมีสองสามร้าน โรงโม่กาแฟ(เครื่องปอกเปลือกกาแฟ) มีอยู่ไม่มาก ชาวบ้านใช้เครื่องจักรขนาดเล็กเสียมากกว่า แต่เครื่องใหญ่ดูจะมีประสิทธิภาพดีกว่า เปลือกสดกาแฟสีแดงฉานทิ้งนานเปลี่ยนสีเป็นดำกองทิ้งเกลื่อนไปทั่ว ยังไม่มีวิธีจัดการกับวัสดุเหลือทิ้ง หากนำไปทำปุ๋ยชีวภาพน่าจะดีไม่น้อย เพราะกองทิ้งก็ดูจะเน่าสลาย แต่กว่าจะสลายก็ส่งกลิ่นฉุนๆไปทั่ว หากหมู่บ้านจะผันไปเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศเกษตรก็เห็นจะต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน พืชเศรษฐกิจก่อนหน้าจะเป็นกาแฟคือการปลูกต้นเมี่ยง (ใบชา)เพื่อขายใบสด แต่ความนิยมดูจะลดลงด้วยอุปสงค์ตลาดที่เปลี่ยนไป การส่งเสริมปลูกกาแฟอินทรีย์มาแทนที่ แต่ยังเห็นการปลูกพืชอื่นๆ เช่า เสาวรส ตามเนินเขา มีพืชผักสวนครัวไม่มาก มีฟักแม้ว มะละกอ ส้มโอ อยู่ประปราย ผัก ผลไม้ทั่วๆไปของชุมชน ยังไม่มีคำตอบว่าข้าวเอามาจากไหนอย่างไร ยังไม่ความหาคำตอบ คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ รถจักรยานยนต์ดูจะสำคัญต่อชีวิตและอาชีพในการปีนป่ายขึ้นเขาเพื่อสัญจรและขนส่งผลผลิตจากไร่สู่ครัวเรือน รถยนต์ก็มีอยู่ถ้วนทั่ว คลองน้ำธรรมชาติมีอยู่สองสามสายไหลผ่านกลางหมู่บ้าน บ้านไม้ เสน่ห์อันชวนหลงใหลในเมืองหนาว ยังชวนให้ยลยิน การดูแลกันด้วยระเบียบกติกาของชุมชนยังเป็นเรื่องสำคัญ ผู้ใหญ่บ้านหรือพ่อหลวงยังมีบทบาทต่อชุมชน กฎหมายป่าในเขาอุทยานและเขตอนุรักษ์ยังบังคับใช้ แต่สิ่งที่ดูจะเข้มขลังกว่าคือกฎของชุมชนในการจัดสรร การใช้ประโยชน์หรือการดูแลผืนป่าในเขตอุทยาน ผืนป่าจึงห้ามซื้อขาย แต่ก็น่าจะมีอยู่บ้างที่นายมุนรุกคืบยึดครองด้วยเงินตรา ซื้อเอาผืนป่าและจิตวิญญาณของมนุษย์ไปได้บ้างในขุนลาว อากาศอันหนาวเย็น บางบ้านยึดอาชีพเพราะกล้าไม้เมืองหนาว ไม่ดอกไม้ประดับขายมีอยู่หลังคาเรือน สนามเด็กเล่นเสร็จเป็นรูปเป็นร่าง ยังแต่หอประชุมและสนามเปตอง ในรุ่งเช้าคงได้ทำงานกันต่อ เพื่อเรียนรู้ และแบ่งปัน

ณ ขุนลาว
26 ธันวาคม 2557

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น



ความเห็น (0)