Within Tokyo 20-25 December 2014 ตอนที่ 1 เตรียมตัว การเดินทาง ที่พัก และกว่าจะหาที่พักเจอ...

Piyawan
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

Within Tokyo 20-25 Dec 2014

ห่างหายไปนานกับบันทึกการเดินทางท่องโลกใบน้อยนี้...อันเนื่องจากความวุ่นวายหลายประการในการดำรงชีพ ตอนนี้ได้เวลากลับสู่โหมดเดิมแล้วค่ะ เจาะลึกโตเกียวครั้งนี้เป็นการเดินทางฉบับครอบครัวเหมือนเดิม โดยตั๋วโปรโมชั่นการบินไทย ค่าตั๋วเครื่องบินไกลับ 3 คน 50,430 บาท (คนละ 16,810 บาท) โดยพวกเราเดินทางกันจากเชียงใหม่เย็นวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2014 เนื่องจากเจ้าตัวเล็กเพิ่งสอบมิดเทอมเสร็จ ก็ต้องรอกันก่อน จากนั้นก็เดินทางจากลำปางสู่เชียงใหม่ เพื่อไปขึ้นเครื่องที่สนามบินเชียงใหม่ไปยังสุวรรณภูมิ โชคดีที่ไปทันเนื่องจากรถติดม้ากกก

ถึงสุวรรณภูมิ ก็เข้าพักที่ ทองทารีสอร์ท ราคา 3 คนก็พันนิดๆ เค้ามีรถรับส่งจากที่พักถึงสนามบินค่ะ ก็เลยเลือกที่นี่ ที่พักเป็นตึกสูง 5 ชั้น ไม่มีลิฟต์ค่ะ ต้องหอบกระเป๋าไปกันเอง...แต่เนื่องจากใกล้สนามบินและมีที่กินอาหารอยู่ใกล้ๆ ก็เลยหยวนๆ ห้องพักกว้าง สะอาด ถือว่าให้ผ่านค่ะ และที่สำคัญ มีรถรับส่งไปสนามบิน ออกทุกครึ่งชั่วโมงด้วยค่ะ

เช้าวันเสาร์ต้องตื่นกันตั้งแต่ตีสีกว่าๆ เพราะต้องขึ้นเครื่องไปสนามบินนาริตะตอน 8.00 น. ดังนั้นก็ต้องไปให้ถึงสนามบิน 6.00 น. ก็เลยนัดขึ้นรถจากที่พักตอน ตี 5 ครึ่ง ถึงสนามบินก็ทำการเช็คอิน และผ่าน ตม. ให้เรียบร้อย แล้วก็รอขึ้นเครื่อง

เครื่องบินเป็น Air bus A380 เครื่องใหญ่ ที่นั่งสบาย มีจอให้ความบันเทิงด้านหน้าด้วย

ขาไปนี่ บินประมาณ 6 ชั่วโมง เวลาที่ญี่ปุ่นไวกว่าบ้านเรา 2 ชั่วโมง พอไปถึงสนามบินนาริตะก็ปาเข้าไปบ่าย 4 โมงเย็นแล้วค่ะ นี่เลย สนามบิน ฝนกำลังตกเชียว

มีที่ให้ถ่ายรูปในสนามบินด้วยค่ะ

กว่าจะผ่าน ตม รับกระเป๋า ก็ราว 5 โมงเย็นแล้ว พอออกมาได้ก็จัดการไปซื้อตั๋วรถไฟเข้าโตเกียว เพื่อจะไปยังที่พัก ตั๋วรถไฟที่ซื้อจะเป็นยี่ห้อ Keisei Narita SKY ACCESS วิ่งตรงไม่ต้องต่อรถเปลี่ยนขบวนและราคาไม่แพง ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่จองที่พักราคาประหยัดในย่านยอดนิยมอย่าง Asakusa โดยซื้อตั๋วได้ตรงทางออกจากห้องผู้โดยสารขาเข้าเลย ราคาผู้ใหญ่ 1290 เยน เด็ก ครึ่งราคา ตอนนั้นได้รถไฟเที่ยว 17.24 น. ไปถึงสถานีอาซากุสะเลย ถึงเวลา 18.22 น. คือใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ขณะรอรถไฟ มีเพื่อนรอเยอะเลย

ตามเวลาเป๊ะค่ะ รถไฟญี่ปุ่น ขบวนค่อนข้างว่าง มีที่นั่งเพียบเพราะเป็นต้นทางน่ะสิ

ถึงสถานี Asakusa ให้ออกไปที่ทางออกที่ 4 ต้องยกกระเป๋าขึ้นบันไดด้วยล่ะ ชันน่าดูเหมือนกัน กระเป๋าใครกระเป๋ามัน ยกกันเองเลย ตอนนั่งรถไฟออกมาจากสนามบิน โห ญี่ปุ่นมืดแล้ว 5 โมงกว่าๆ มืดแล้วค่ะ ฝนก็ตกด้วย ภาวนาว่าไปถึงสถานีอาซากุสะแล้วขอให้ฝนหยุดตก...ไม่มีผลเลย ฝนก็ยังคงตกอยู่ เราลากกระเป๋าเดินออกมายังทางออก 4 ดูแผนที่โรงแรม แล้วก็ตัดสินใจควักร่มออกมา 3 อัน แจกคนละอัน กาง แล้วลากกระเป๋าเดินฝ่าสายฝนออกมากันเลย อากาศตอนนั้นก็หนาวเย็นอยู่แล้ว ยังจะฝนตกอีก ก็เลยควักถุงมือหนังออกมากใส่พอประทังได้บ้าง เจ้าตัวเล็กก็ใจสู้น่าดู พ่อแม่ลากกระเป๋า เด็กก็ลากกระเป๋าของตัวเอง มีข้างนึงลากกระเป๋า อีกมือกางร่ม พากันเดินไปยังที่พัก เดินตามแผนที่ไปเรื่อยๆ ซักพักก็ถึงค่ะ หาไม่ยากเลย แต่ก็เล่นเอากระเป๋าเปียก รองเท้าเปียกโชกไปหมดเลย ที่พักเราจองไว้ที่ Khaosan world Asakusa Hostel (カオサンワールド浅草ホステル) โดย agoda.com จ่ายไปก่อนแล้วทั้งหมด 17,850.52 บาท พักจำนวน 5 คืน ตกคืนละ 3,570 บาท ห้องพักที่เลือกไว้เป็น Family room นอนได้ 4 คน มีห้องน้ำในตัว โดยจากข้อมูลใน Agoda ที่พักของเราจะใกล้กับ Asakusa Metro Station (0.7 km/9 min walk) Narita International Airport 54.0 Km Top attractions in the area : Sensoji Temple (0.4 Km/5 min walk) Asakusa Distict (0.5 Km/ 6 min walk) Asakusa-Jinja (Asakusa Shrine) (0.5 Km/6 min walk) เวลา Check out : 11.00 am Check in : 03.00 pm เป็นอาคาร 6 floors 17 Rooms จากรีวิวของคนที่เคยมาพักส่วนใหญ่จะบอกว่า สะดวก ทำเลดีกมาก จากที่พักเดินไป Sensoji temple สบายๆ อยู่ใกล้ริมแม่น้ำ sumida ด้วย ถ้าจะไป Nikko ก็ใกล้กับสถานีรถไฟ Tobu Nikko

ตามแผนที่นี่เลยค่ะ

ไปถึงก็เอาร่มไว้ข้างนอก วางไว้เลยค่ะ ไม่หาย staff ของโรงแรมนี้เป็นวัยรุ่น ภาษาอังกฤษดีทีเดียว ส่งใบจองและ passsport ให้เค้าใช้เวลาไม่นานก็เช็คอินเสร็จ จากนั้นเค้าจะพาเราไปแนะนำห้องอาหาร ห้องสันทนาการต่างๆ และพาไปที่ห้อง โรงแรมที่นี่มีลิฟต์ ค่อนข้างสะดวกสบาย มีห้องพักผ่อนทุกชั้น มีเก้าอี้นวด ไปใช้บริการมาแล้ว โอทีเดียว ในห้องมีเตียงที่นอนได้ 2 คน จำนวน 2 เตียง ผนังห้องสีสันฉุดฉาดมากมายเลยค่ะ มีผ้าปูที่นอนวางให้ 4 ผืน (คือ ต้องปูเอง) ไม่มีผ้าเช็ดตัว แต่เค้ามีให้เช่า (อ่านมาก่อนแล้วก็เลยเตรียมไปเอง) และมีปลั๊กแปลงไฟขายด้วย ห้องอาบน้ำแยกจากห้องส้วม ขนาดกระทัดรัด มีสบู่แชมพูบริการ และมีไดร์เป่าผมให้ในห้องด้วยค่ะ อ้อ เค้าไม่มาทำห้องให้นะคะ ต้องรักษาความสะอาดกันเอง ห้องที่ได้เป็นห้อง 405

ห้องอาหารของเค้ามีที่ชั้น 1 มีอุปกรณ์ให้หมดเลย กาต้มน้ำ ไมโครเวฟ hot plate จานชาม ช้อน อุปกรณ์การกิน และมีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่ออินเตอร์เนต อีกประมาณ 4 เครื่อง ชากาแฟ ฟรี และมีตู้กับข้าว ตู้เย็นสำหรับเก็บของกิน โดยถ้าเราเอาของกินไปไว้ให้เขียนหมายเลขห้อง และเขียนวันที่เช็คเอาท์ใส่กระดาษวางไว้กับของกินของเรา ส่วนถ้วยชาม แก้วน้ำ กินเสร็จแล้วก็ล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้ง แล้วเอาไปเก็บไว้ที่เดิม

กว่าจะเสร็จกระบวนการทั้งหมด ก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่าๆ แล้วค่ะ คงจะไม่ออกไปไหนแล้วเพราะว่าเหน็ดเหนื่อยเอาการ แต่ความหิวยังอยู่เนื่องจากยังไม่ได้กินอาหารเย็นกันมาเลย บนเครื่องจะมีอาหาร 1 มื้อ และอาหารว่างอีก 1 มื้อก่อนเครื่องลงประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ แค่นั้นเอง ก็เลยออกไปหาของกินกันอีกรอบ แถวๆ นั้นมีเบนโตะขายเจ้านึงค่ะ ราคาเป็นมิตรมากเลย กล่องละประมาณ 250 เยน เท่านั้นเอง แต่บางกล่องก็อาจจะแพงกว่านั้นนิดหน่อยแล้วแต่อาหาร อย่างข้าวหน้าปลาไหลก็ประมาณ 450 เยน หรือเบนโตะที่มีพวกปลาด้วยก็จะประมาณ 350 เยน ก็เลยอุดหนุนซะเลยค่ะ ค่าเบนโตะกิน 3 คน 918 เยน เองค่ะ จากนั้นแวะเซเว่น ซื้อของกินพวกขนม น้ำ อีกเล็กน้อย แล้วก็กางร่มกลับที่พักเพื่อไปกินอาหารที่ห้องอาหารของเค้ากัน

ร้านเบนโตะแนะนำค่ะ ราคาเป็นมิตรสุดสุด

ที่พักนี่มี wifi ใช้ฟรีค่ะ แต่พอคนใช้เยอะๆ ก็จะออกอาการช้าหรือ knock ไปเลยก็มี (ในห้องพัก) แต่ wifi ในห้องอาหาร หรือห้องสันทนาการ นี่ใช้ได้ตลอดเลย ไวด้วยค่ะ

หมดแรงข้าวญี่ปุ่นแล้วค่ะวันนี้ เดินทางทั้งวัน วันแรกของทริปมักจะเป็นแบบนี้เสมอ คือเดินทางกลางวันไม่ให้ถึงที่หมายดึกเกินไป ต้องเผื่อเวลาหาที่พักให้เจอด้วย นอนแต่หัววันเพื่อจะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการท่องเที่ยววันถัดไป เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน learn2travel



ความเห็น (0)

HTTP/1.0 204 No Content server: Cowboy date: Tue, 22 Oct 2019 08:14:32 GMT content-length: 0