ค่ายร่วมอาสาพัฒนา มข.-มช. ครั้งที่ 23 (2)

ค่าย มข.-มช. ครั้งที่ 23 (2)
วันคริสมาสต์ ตามธรรมเนียมคริสเตียน ชาวพุทธไทยคงต่างตื่นเต้นและหลายๆโรงเรียนคงมีกิจกรรมรื่นเริงส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ การให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมต่างชาติ มิใช่เรื่องผิดแผกแหวกแนว ด้วยพลวัตน์ของวัฒนธรรม ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และพัฒนาการของสังคม สอนให้พวกเราต้องก้าวข้ามการแบ่งชนชั้นเชื้อชาติศาสนา แต่หลักชีวิตตำเป็นจะต้องมีไม่โคลงเคลงโอนอ่อน เพราะจำต้องมียึดเหนี่ยวจิตใจการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมจึงจะทำให้มนุษยชาติดำรงอยู่ได้ 25 ธันวาคม จึงเป็นหนึ่งในวันสำคัญของสากลโลก เฉกเช่น วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7/8 วันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลกในทางพุทธศาสนา กิจกรรมเหล่านี้หากมองข้ามเรื่องการแบ่งชนชั้นศาสนา ก็เห็นจะมีความสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ มิใช่แต่รังสรรค์กิจกรรมบันเทิงเริงใจ จนลืมหลักใหญ่ใจความของกิจกรรมเสริมทักษะให้ผู้เรียน เกิดความรู้จากกิจกรรม
ค่าย มข. มช. ครั้งที่ 23 ในรุ่งเช้าวันที่ 25 ธันวาคม 2557 ก็รวมตัวกันที่อาคาร อมช. เพื่อทำพิธีเปิดกิจกรรมค่าย โดย รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษาของทั้งสองมหาวิทยาลัย จากนั้นก็มุ่งหน้าออกจาก มช. มุ่งหน้าสู่ โรงเรียนบ้านขุนลาว อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ห่างจากเชียงใหม่สัก 60 กว่ากิโลเมตร เดินทางถึงค่ายประมาณ 10 โมงค่อน 11 โมง นักศึกษาฝ่ายสถานที่ก็จัดเตรียมสถานที่รับประทานอาหาร (นักศึกษา มช. บางส่วนล่วงหน้ามาทำค่ายรออยู่ก่อนแล้ว) เที่ยงครึ่งจัดแจงทานกลางวันกันที่ลานกลางสนามโรงเรียนบนยอดเขาสูงหลังหมู่บ้าน
นักเรียนยังเรียนอยู่ตามปรกติ แต่ไม่ครึกครื้น เพราะนักเรียนมีจำนวนไม่มาก ไม่แน่ใจว่ามีกิจกรรมคริสมาสต์เฉกเช่นโรงเรียนอื่นหรือไม่ เด็กๆนักศึกษา ดูจะยังไม่สนิทกัน เพิ่งพบหน้าค่าตากันไม่นาน มีศิษย์เก่าของค่ายอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่เด็กใหม่ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป
วันนี้เราเดินทางมาถึง ก็จัดกลุ่มแบ่งหน้าที่กันทำงานตามหัวหน้ากลุ่มโครงงาน มีโครงงานเกษตร โครงงารโยธา(ก่อสร้าง) โครงงานฯ อื่นๆและฝ่ายต่างๆ สวัสดิการ นันทนาการ ปกครอง ตามหน้าที่ของค่าย แล้วก็ต่างกันลงมือทำงาน สนุกสนาน เหนื่อยเมื่อยบ้างแต่ก็เห็นความสุขใจของชาวค่ายที่ต่างก็อาสามาทำงานเพื่อส่วนรวม พร้อมกับการเรียนรู้เรื่องนอกห้องเรียน ผมไม่มีอะไรทำ ปวดเข่าปวดขาจากการหกล้มเข่าถลอกแผลใหญ่พอดู ปวดมากทั้งเดินทางมาและก้าวเดินไม่ปกติ แขนซ้ายก็ปวดจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ปวดมาสองสามวัน ข้างซ้ายแขน ข้างขวาขาเข่า ดูจะทุลักทุเล กระเป๋าสัมภาระติดรถกลับเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ จึงไม่ได้ทำอะไร ไม่มีสมบัติติดตัว นอกจากกล้อง ไอแพด และเงินสักเล็กน้อย มื้อกลางวันเด็กๆทำอาหารน้อยไม่พอกันทาน ผมลงเขาไปร้านก๋วยเตี๋ยว หมดหนึ่งชาม ร้านก๋วยเตี๋ยว(ร้านขายของชำ) มีทุกอย่าง ที่สำคัญติดคูน้ำที่ไหลมาจากน้ำตกต้นน้ำบนเขาเหนือหมู่บ้าน ตรงข้ามคูน้ำที่ไหลให้ได้บรรยากาศ มีร้านกาแฟน่านั่งบรรยากาศสุดๆ แต่วันนี้ยังไม่ได้ลองลิ้มรสเพราะเก็บไว้ทานวันถัดไป หลังมื้อกลางวันผมเดินไปรอบๆหมู่บ้านสำรวจหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อโด่งดังไปทั่วโลกเรื่องกาแฟอินทรีย์ รักษาป่า รักษาธรรมชาติ ต้นกาแฟมีให้เห็นทุกซอกมุม ปลูกรอบรั้วบ้าน แซมสวนครัว สวนป่า หมู่บ้านตามเนินเขาดูจะมีเสน่ห์มิใช่น้อย วัดตั้งอยู่กลางบ้าน สวยสไตล์ล้านนาผสมไทยรัตนโกสินธ์ มีพระสงฆ์จำพรรษาเพียงรูปเดียว วัดสะอาดสอ้าน ลานวัดหน้าโบสถ์ให้ชาวบ้านใช้เป็นสถานที่ตากเมล็ดกาแฟ ผมเดินหมายมุ่งจะไปตามหาน้ำตกต้นแม่น้ำลาว กลับเจอเพื่อนต่างสายพันธุ์ สุนัขพันธุ์ทางที่ทุกๆหลังคาเรือนเลี้ยงไว้ ขับลำนำเสียงประสานไปทั่ว ดั่งจะต้อนรับชาวต่างถิ่น แต่งกายแปลกตา สวมหมวกหิ้วกล้องรอบหมู่บ้าน มีสุนัขเจ้าถิ่นเดินตามและคำรามใส่ดุดัน ไม่กัด แต่เห่าไม่ปล่อย บ้างเดินตามบ้างวิ่งแซงหน้าดักรอเห่าต้อนรับ ตลอดทาง เรียกเสียงจากสุนัขทุกบ้านให้ออกมาร่วมวงเห่าบ้าง ร่วมวงคำรามและวิ่งไล่ฟัดหมายกัดเอาบ้าง แต่ด้วยเป็นคนไม่กลัวจึงพยายามสร้างมิตรพิชิตศัตรู แต่ดูจะไม่เป็นผล แต่กัดฟันกะเผลกขาเดินต่อไป แต่ไปคนเดียวดูจะวังเวง จึงถอยร่นกลับมาให้เจ้าถิ่นเห่าไล่หน้าลีดหลัง และปีนขึ้นภูเพื่อขึ้นมาโรงเรียนสถานที่จัดค่าย มาดูน้องๆทำงานและไปช่วยโครงงานเกษตร ด้านล่างภู หลังศูนย์การเรียนรู้ชุมชน พอเสร็จกิจโครงงาน จึงชวนน้องซีเกม ไปเดินชมหมู่บ้านในเส้นทางเดิม หมายจะไปให้ไกลกว่าครั้งแรก ชาวบ้านที่มาช่วยงานก่อสร้าง(อาคารอเนกประสงค์)ทะยอยกลับบ้าน เดินบ้าง ขับรถมอเตอร์ไซค์บ้าง ผมกับน้องเดินไปพบสุนัขมากมาย แต่ดูเเป็นมิตรกว่าเก่า มีเพียงสองสามตัวที่โห่ร้องต้อนรับขับไล่ เดินขึ้นเขาไป เจอแต่สวนกาแฟ แซมสวนป่า ผักสวนครัว ผลไม้ สวยมาก แต่เดินขึ้นไปเรื่อยๆ ดูไม่มีทีท่าว่าจะมีน้ำตกตรงหน้า มีชาวบ้านเดินสวนมาจึงไต่ถามหาน้ำตก ได้ความว่ามาผิดทาง ว้า! จึงวกกลับเข้าหมู่บ้าน อดเจอน้ำตกดั่งใจหวัง แต่ไม่เป็นไร ในความเสียโอกาส ก็ได้รับประสบการณ์เที่ยวชมสวนกาแฟ ได้บรรยากาศอีกแบบ แต่ก็แผลที่เข่า กลับมาก็นั่งรอเวลาทานมื้อค่ำ กับอากาศเย็นๆสบายๆบนภู
หลังทานมื้อค่ำ มีกิจกรรมแนะนำตัว ชี้แจงกฎ กติกาค่าย ชาวบ้านเริ่มทยอยมาร่วมค่าย เริ่มจับสลาก พ่อแก้ว แม่ขวัญ (พ่อฮักแม่ฮัก) ดูชาวบ้านและนักศึกษาตื่นเต้น สนุกสนานพูดคุยกันนานสองนาน จากนั้นสักสามทุ่มนักศึกษาก็เริ่มเล่นเกมเพื่อสานสัมพันธ์ สนุกสนานก่อนประชุมสรุปค่าย และพักผ่อนในความหนาวเย็นบนเทือกเขาอุณหภูมิไม่ถึงสิบองศาฯ
แม้ความหนาวเหน็บรุมเร้ากาย แต่หาได้พรากความอุ่นใจของชาวค่ายไม่
เมื่อเธอเสียสละ เธอจึงได้รับ....เสียสละการนอนอุ่นอยู่ห้องหอมาหนาวเย็นบนภู กลับได้รับความอบอุ่นทางใจจากชาวค่ายและชาวบ้าน

บนเขา โรงเรียนบ้านขุนลาว เชียงราย
คืนวันคริสมาสต์ ที่ชาวค่ายลืมสากล กลับสู่สามัญ แม้ไม่สมบูรณ์ แต่สมใจ
สีมอดินแดง รายงาน


25 ธันวาคม 2557

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น



ความเห็น (0)