(88) ขอบคุณผู้บริหารค่ะ

ช่วง 20-30 ปีก่อนหน้านี้ สังคมของเราเล็กกว่านี้มาก หลังเลิกงานเราจะถอดชุดทำงานและหัวโขนที่ใส่มาทั้งวันออก เปลี่ยนเป็นเสื้อยืด-กางเกงวอร์ม รองเท้าผ้าใบ แล้วมาออกกำลังกายด้วยกัน

ดิฉันขอนำภาพผู้บริหารโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์มาอวดหน่อยเถอะค่ะ ทั้ง 4 ท่านในภาพ เป็นต้นเหตุของบทความนี้

20 ธ.ค.57 วันนี้เราชาวสาธารณสุข มีกิจกรรมแข่งขันกีฬาสาธารณสุขสัมพันธ์ จังหวัดอุบลราชธานี ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานีค่ะ ช่วงบ่ายแก่ๆ หลังจากเราชนะเลิศวอลเลย์บอลหญิง-ชายด้วยคะแนนแบบขาดลอย ดิฉันรู้สึกเหนื่อยมากเพราะมาร่วมกิจกรรมตั้งแต่เช้า จึงโทรศัพท์ให้สามีที่เพิ่งออกเวรมารับไปพักเอนหลังที่บ้านสักหน่อย มีแรงแล้วค่อยกลับมาเชียร์ใหม่

ความที่เพลียกายแต่ไม่เพลียใจ ยังรู้สึกห่วงใยชาวพระศรีฯ เรา discussion กันไปตลอดทางถึงอนาคตทิศทางกิจกรรมการกีฬาของหน่วยงาน เริ่มด้วยการแสดงความเป็นห่วงว่าชัยชนะของปีนี้จะเป็นโอกาสสุดท้าย เพราะนักกีฬาส่วนใหญ่อายุมากกว่า 50 ปีแล้ว เราไม่สามารถฝึกนักกีฬารุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทนได้ทัน .. แล้วไง? ก็แค่กีฬา ไม่ใช่ภารกิจหลักของเราเสียหน่อย

เพราะไม่ใช่แค่นั้น .. มันสะท้อนถึงภาวะสุขภาพและบุรรยากาศองค์กรของเราโดยตรงด้วยค่ะ ช่วง 20-30 ปีก่อนหน้านี้ สังคมของเราเล็กกว่านี้มาก หลังเลิกงานเราจะถอดชุดทำงานและหัวโขนที่ใส่มาทั้งวันออก เปลี่ยนเป็นเสื้อยืด-กางเกงวอร์ม รองเท้าผ้าใบ แล้วมาออกกำลังกายด้วยกัน บ้างเล่นฟุตบอล วอลลเล่ย์ บาสเกตบอล หรือเดิน/วิ่งเป็นกลุ่มตามอัธยาศัย พวกผู้ชายมักรวมกลุ่มกัน ผู้หญิงก็จะพ่วงเด็กๆ จูงมือวิ่งเล่นแล้วป้อนข้าวไปด้วย มีแข่งขันอะไรเราก็ไปเชียร์กัน เมื่อพ่อหรือแม่ลงแข่งขัน เด็กๆ ก็จะถูกรวบรวมต้อนใส่ท้ายรถกระบะตามไปเชียร์ด้วย บ่อยครั้งที่มีผู้บริหารยืนเชียร์อยู่ข้างสนาม จนเป็นภาพชินตา

มาบัดนี้ องค์กรเราใหญ่ขึ้น มีความซับซ้อนมากขึ้น .. จากเดิม หากเห็นหน้าเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็จะเห็นหน้าพ่อแม่ปู่ย่าตายายลอยมาทั้งตระกูล เราจึงทักทายกันอย่างลูกหลาน .. ปัจจุบัน ความรู้สึกนั้นเปลี่ยนไป เรามีบุคลากรหนุ่มสาวรุ่นใหม่เวียนเข้า-ออกเสมอ เรายกมือไหว้ทักทายกันเป็นประเพณีนิยม แต่เรารับไหว้โดยตอบตนเองไม่ได้ว่า "ลูกใครหว่า" ความผูกพันแบบเครือญาติเริ่มจางลง เราห่างเหินกันมากขึ้น ภาพการออกกำลังกายร่วมกันหลังเลิกงานเลือนหายไป กิจกรรมทุกอย่างที่เคยทำด้วยใจ เริ่มพึ่งพิงเงินงบประมาณมากขึ้น .. หากไม่มีเงิน ก็ไม่มีกิจกรรม

ปีนี้ดิฉันจึงรู้สึกชื่นชมระคนแปลกใจที่ผู้บริหารหลายท่าน(กว่าทุกปี) มาร่วมกิจกรรมกับเรา ตั้งแต่กิจกรรมแรกเดินขบวนพาเหรด แล้วอยู่เชียร์ข้างสนามทุกการแข่งขันโดยพร้อมหน้า ดิฉันกับคนข้างตัวตั้งสมมติฐานว่าหากนักกีฬาหน่วยงานอื่นพัฒนาฝีมือดีขึ้นกว่าปีนี้ ความเก๋าของนักกีฬาบ้านเรา(บนร่างที่ชราและเสื่อมโทรม)คงต้านไว้ไม่อยู่ กิจกรรมแข่งขันกีฬาสาสุข' สัมพันธ์ปีนี้คงเป็นโอกาสสุดท้ายที่เราชาวพระศรีจะมาแข่งขันและเชียร์กีฬาร่วมกันทั้งครอบครัวด้วยความมันส์(ในชัยชนะ) .. น่าเห็นใจครอบครัวเล็กๆ เกิดใหม่ ที่พ่อ แม่ ลูก เพิ่งจะมาเชียร์ร่วมกันเป็นครั้งแรกในปีนี้นะคะ

คุณก็รู้นี่นะ ว่าผู้บริหารน่ะมีความสำคัญในการสร้างความผูกพันขององค์กรแค่ไหน! ที่พร่ำพรรณามาทั้งหมดนี้ ก็เพียงเพื่อจะบอกว่า .. ขอบคุณกำลังใจจากผู้บริหาร และขอบคุณล่วงหน้าสำหรับการฟื้นฟูกิจกรรมการออกกำลังกายและกีฬา ทั่วทั้งองค์กร

ในภาพฝันที่เพิ่งจะเปิดเผยวันนี้ค่ะ.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องดีดีที่อยากเล่า



ความเห็น (0)