แกะรอยดินสไลด์

เห็นหญ้าคา หญ้าแพรก อย่านอนใจสำรวจดิน เห็นสาบเสือ อย่าลืมดูดินไหล ใคร่ครวญก่อนทำลาย

สำรวจดงหญ้าแพรก หญ้าคา และสาบเสือไปเรื่อยๆ ได้เหงื่อเยอะดี พอใจที่ได้แดดช่วยสร้างวิตามินดีให้ด้วย ที่อยากได้พืชคลุมดินเพื่อกันแรงกระแทกของเม็ดฝนและลม ธรรมชาติก็คัดเลือกพันธุ์และช่วยปลูกให้แล้ว

ได้เห็นร่องรอยการชะล้างพังทลายของดินหลายแห่ง สภาพที่กัดเซาะไม่เหมือนกัน บ้างลึกเว้าลงไปเป็นแอ่งดินตื้นๆ บ้างเป็นร่องดิน บ้างดินถล่มไหลจนเป็นพื้นดินต่างระดับ ส่วนที่เป็นร่องลึกมีอยู่บ้าง เล็กบ้างใหญ่บ้าง ลึกที่สุดราวๆหนึ่งเมตร บอกให้รู้ว่าความลาดชันของดินมีเยอะอยู่

เห็นสภาพก็คงต้องมีความรู้ต่อ จะปรับสภาพดินให้ทนทานต่อการชะล้างกัดเซาะหรือถูกพัดพาให้เคลื่อนที่โดยแรงน้ำได้อย่างไร

มีทั้งวิธีใช้พืชช่วยและวิธีกล ที่นักวิชาการดินเสนอให้ใช้ปรับสภาพที่ดินบนพื้นที่ความลาดเทสูงเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน จัับประเด็นมาเป็นหลักได้ว่าให้ปลูกพืชหรือทำคันดินขวางความลาดชันตรงที่ดินชันไม่มาก ให้ปรับดินเป็นขั้นบันได มีคูน้ำรับน้ำไว้ถ้าดินชันมาก

ตรงพงหญ้าและสาบเสือ มีพื้นลาดชันแทรกอยู่หลายช่วง พบดินที่ฝนชะเว้าเป็นแอ่งอยู่หลายหย่อม แอ่งขวางทางลาดชันของพื้นที่ในลักษณะคอยรับน้ำที่ไหลลงมา มีคันดินเตี้ยๆเป็นขอบ บนคันดินมีหญ้าคาและสาบเสืองอกอยู่ เรียงรายตามแนวขวางทางลาดชัน

สิ่งที่เห็นเข้าหลักการปรับสภาพดินเพื่อป้องกันดินพังทลายที่นักวิชาการว่าในที่ลาดชันน้อย อืม ธรรมชาติไม่ได้ช่วยปลูกพืชคลุมดินไว้ให้เท่านั้น แต่ช่วยปรับสภาพดินเพื่่อป้องกันดินพังทลายให้แล้วด้วย

ในคำอธิบายเกี่ยวกับดินถล่ม มีอยู่ว่า น้ำที่ซึมลงในชั้นดินบนที่ลาดเป็นตัวการเปลี่ยนคุณสมบัติของดินที่เป็นของแข็งเปลี่ยนไปเป็นของไหลได้ จากแรงดันของน้ำที่เพิ่มขึ้นในชั้นดินโดยเฉพาะในช่วงที่ฝนตกหนัก เมื่อไรมีฝนตกต่อเนื่องกัน และมีน้ำฝนสะสมมากกว่า ๑๕๐ มิลลิเมตรขึ้นไป ชั้นดินบางแห่งอาจเกิดดินถล่มได้ โดยเฉพาะตรงจุดที่ใกล้ๆมีรอยดินแยกเป็นร่อง

กระบี่มีฝนตกทั้งปีราวๆ ๑๔๗ วัน มีน้ำฝนเฉลี่ยประมาณ ๒,๐๖๙.๘ – ๒,๒๖๓.๑ มิลลิเมตรต่อปี เคยมีฝนตกนานถึง ๒๔ ชั่วโมงด้วย วัดได้น้ำฝน ๑๖๗.๘ มิลลิเมตร ข้อมูลนี้บอกให้รู้ว่ายามหน้าฝน มวลน้ำที่ไหลผ่านลงมาในพื้นที่มีมากไม่ใช่ย่อย

ความชันเจอมวลน้ำก็มีโอกาสมากที่จะทำให้ดินแยกเป็นร่อง มีรอยดินแยกบนดินผืนนี้ ปลายรอยแยกบางแห่งมีดินหล่นลงไปกองให้เห็นเป็นหย่อมๆ พินิจขอบดินเห็นความแตกต่างที่ทำให้สะดุดใจ ขอบดินที่มีหญ้าคางอกอยู่ หรือมีแต่หญ้าแพรกงอกอยู่เท่านั้นที่เห็นดินหล่นลงไปกองอยู่ในพื้นดินที่ต่ำกว่า ขอบดินไหนที่มีสาบเสือยืนต้นอยู่ ดินอยู่ดี ไม่มีดินหล่น งั้นสาบเสือก็ถูกคัดเลือกมาทำหน้าที่ป้องกันดินถล่มด้วยซิ

อย่างนี้ ขอสรุปไว้เตือนใจดีกว่าว่า "เห็นหญ้าคา หญ้าแพรก อย่านอนใจสำรวจดิน เห็นสาบเสือ อย่าลืมดูดินไหล ใคร่ครวญก่อนทำลาย"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้โลกกว้าง



ความเห็น (0)