ดีจากภายใน

มีแนวคิดมาจาก U-Theory ในหนังสือบัดเดี๋ยวนี้ (Presencing) ซึ่งประพันธ์โดย Peter Senge ซึ่งเป็นวิธีการใช้พัฒนาผู้นำ เพื่อมุ่งสู่อนาคตที่ต้องการ

ดีจากภายใน

Inside-out

พันเอก มารวย ส่งทานินทร์

[email protected]

28 พฤศจิกายน 2557

บทความนี้ นำมาจากเรื่อง ดีจากภายใน (Inside-Out: Stories and Methods for Generating Collective Will to Create the Future We Want) ประพันธ์โดย Tracy Huston มีที่แนวคิดมาจาก U-Theory ในหนังสือบัดเดี๋ยวนี้ (Presencing) ซึ่งประพันธ์โดย Peter Senge ซึ่งเป็นวิธีการใช้พัฒนาผู้นำ เพื่อมุ่งสู่อนาคตที่ต้องการ

Huston ใช้ประสบการณ์มากมายจากการเล่าเรื่อง และการทำกิจกรรมกลุ่มของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อการเปลี่ยนแปลงระบบ ที่เริ่มจากภายในออกมา

ผู้ที่ต้องการเอกสารแบบ PowerPoint (PDF file) สามารถศึกษาและ Download ได้ที่ http://www.slideshare.net/maruay/inside-out-36749367

ก.จุดเริ่มต้น (The Starting Point) เพื่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืน ควรเริ่มจากภายในออกมา

5 ข้อเสนอแนะที่ให้เริ่มจากภายในออกมา (Five Practical Reasons)

1. อุปนิสัยเดิมทำให้เรามีข้อจำกัด (Habits hardwire us into limited ways of being) เรามักใช้โครงสร้างแบบลำดับชั้น (Hierarchical constructs) เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ในอนาคต (วิธีการนี้ที่มีทั้งข้อดีและข้อด้อยคือ โครงสร้างแบบลำดับชั้นที่มีอยู่ อาจทำให้เกิดการตอบสนองที่ไม่ทันกาล เพื่อแก้ไขอุปนิสัยนี้ เราต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดและมุมมอง ที่เริ่มมาจากภายใน)

2. เราเชื่อมั่นในสิ่งที่เราคิดว่าเรารู้ (We base our self-worth on what we know) เราชื่นชมผู้เชี่ยวชาญ และคัดสรรว่าจ้างผู้นำที่คาดว่าจะมีคำตอบ แต่นี่คือกับดัก (ทฤษฎีว่าด้วยความซับซ้อน (Complexity Theory) แสดงให้เห็นว่า ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ความรู้สึกจากข้างในจะสามารถช่วยเราได้ และช่วยให้เราได้พัฒนาตนเองอีกด้วย)

3. เรารู้สึกสบายใจเมื่ออยู่ได้ในบริเวณที่จัดไว้ให้จำเพาะตัว (We are most comfortable working in silos) ด้วยโครงสร้างที่ต่างคนต่างอยู่ ทำให้เราแยกตัวจากผู้อื่น (แต่สิ่งที่สมควรทำคือ การทำงานแบบสหสาขา (cross-functionally and across boundaries) เพื่อเติมเต็มให้แก่กันและกัน)

4. เรานิยมการครองอาณาเขตและการมีอำนาจเหนือผู้อื่น (We like to hold on to territory and power over others) ผลการวิจัยพบว่า เมื่อได้รับการแต่งตั้ง ผู้คนมักหวงอำนาจ (เพื่อหาหนทางใหม่ ผู้ที่มีอำนาจ ควรรู้จักการแบ่งปันอำนาจ ความรู้สึกที่ดีมาจากภายใน จะช่วยให้รู้จักการปล่อยวาง)

5. เราสร้างป้อมปราการเพื่อให้เรารู้สึกเข้มแข็ง (We invest in fortresses as if these will make us strong) เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับโครงสร้างทางกายภาพ (ความเข้มแข็งที่แท้จริงต้องมาจากภายใน ที่มีความตั้งมั่นและพากเพียรไม่ท้อถอย)

ข. ความรู้สึกจากภายใน (The Interior of the Self) กระบวนการและโครงสร้างไม่สามารถก่อเกิดการปฏิบัติ ต้องอาศัยบุคคล

ผลดีของการรวมความรู้สึกจากภายใน 4 ประการ (4 Collectives Interior)

1. มีความรู้สึกร่วมที่ชัดเจน (There is a very clear and shared sense of a common situation) สถานการณ์ (situation) เป็นบริบทสำคัญที่ทำให้เกิดการกระทำ ก่อเกิดเป็นจุดมุ่งหมาย หรือ วิสัยทัศน์ (สถานการณ์รวมถึง เวลา สถานที่ เหตุการณ์ และบุคคล ทั้งที่เป็นปัจจุบันและอดีตที่ผ่านมา สถานการณ์เป็นตัวกำหนดให้เราต้องผูกพันกัน มีความเข้าใจร่วมกัน มีความจำเป็นต้องลงมือทำร่วมกัน)

2. มีความรู้สึกผูกพัน และปรารถนาร่วมกันในการลงมือปฏิบัติ (There is a collective will to engage in the situation – a shared sense of determination that transcends the ordinary, calls us into action) เมื่อเกิดวิกฤต ทำให้เราต้องลงมือทำในสิ่งที่สำคัญโดยเร่งด่วน ตามพันธสัญญาที่เป็นความหวังร่วมกัน (ความหวังร่วม เกิดจากมีความปรารถนา ความเชื่อ และความต้องการร่วมกัน ทั้งในระดับการปฏิบัติและจิตวิญญาณ ความหวังร่วม ต้องร่วมมือกัน จึงจะมีพลัง)

3. ไม่มีสิ่งใดมาเป็นอุปสรรคต่อความต้องการนั้น ๆ (There are no structural obstacles – people are free to do what is needed, unencumbered by formal rules and protocols) ลักษณะทางกายภาพหรือกระบวนการ ไม่ใช่สิ่งกีดขวางในการร่วมมือกัน ในการจัดการกับวิกฤตที่เผชิญอยู่ (มนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักรที่จะควบคุมได้ มนุษย์มีความสามารถในการจัดระเบียบรูปแบบ ของความจำเป็น ได้ด้วยตนเอง)

4. เราต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน (We remember we need each other – not soloists but ensemble performers) เราไม่สามารถทำได้สำเร็จเพียงลำพัง (ต้องร่วมมือกันและกัน เพราะเรามีความหวังร่วมกัน)

ค. แนวทางการดึงความดีจากภายในออกมา (Many Instruments, Playing a Shared Song ) เครื่องดนตรีหลากชิ้น เล่นเป็นเพลงร่วมกัน

De-mechanization Methods เป็นการรับรู้รับทราบความเป็นจริง โดยใช้ทุกประสาทสัมผัส และไม่มีการตัดสินถูกผิดตามความเชื่อที่ปรุงแต่งของเรา (หลายคนใช้โยคะหรือการทำสมาธิ เพื่อเป็นการเชื่อมโยงระหว่างกายและจิตภายใน เช่นเดียวกับศิลปินที่ปล่อยกายและใจ ให้ดูดดื่มไปกับการรับรู้ของระบบสัมผัสอย่างเสรี) ต่อไป จะเป็นตัวอย่างที่ใช้ในการปลดปล่อยละวาง ความเป็นตัวตนของตนก่อนเข้าสู่กิจกรรมที่เป็นเนื้อหาหลัก

ก่อนเริ่มกิจกรรม (ใช้เวลา 5 นาที)

  • นั่งหรือนอนราบในท่าที่สบาย หลับตาให้สนิทตลอดรายการ หายใจลึก ๆ ช้า ๆ เข้าทางจมูก ออกทางปาก 2-3 รอบ
  • จากนั้นให้นึกถึงดวงแก้วใสและอบอุ่นลูกเล็ก ๆ วิ่งโคจรจากปลายเท้าซ้ายขึ้นมาตามขาผ่านกระดูกสันหลังไปไหล่ซ้าย แขนซ้าย มือซ้าย ปลายนิ้ว แล้วเลื่อนไปที่ท้ายทอย ขึ้นบนศีรษะ ผ่านหน้าผาก ใบหน้า ตาซ้าย ตาขวา จมูก ปาก คาง ลำคอ ไปไหล่ขวา แขนขวา มือขวา นิ้วมือ ขึ้นมาไหล่ขวา ไปตามสันหลัง ลงไปขาขวา เข่าขวา เท้าขวา ข้อเท้าขวา นิ้วเท้าขวา ลืมตาช้า ๆ (จบ)

ฝึกการรับรู้ร่างกาย

  • นั่งบนเก้าอี้ ให้ถือหนังสือ 1 เล่ม หลับตาให้สนิทตลอดการฝึก
  • ยืนช้า ๆ ให้รับรู้การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อทุกมัดที่ทำหน้าที่ ค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้า 1 ก้าวช้า ๆ ให้รู้สึกการทำงานของร่างกายทุกส่วน ก้าวอีก 1 ก้าว ช้า ๆ รับรู้ความรู้สึก ปล่อยหนังสือจากมือ ใช้ทุกประสาทรับรู้หนังสือตก ค่อย ๆ ก้มลงหยิบหนังสือโดยไม่เปิดตาอย่างช้า ๆ รับรู้การทำงานของร่างกาย ค่อย ๆ ยืนขึ้นช้า ๆ รับรู้ความรู้สึกของร่างกาย ลืมตาช้าๆ (จบ)
  • ต่อไปตลอดวัน ให้พยายามฝึกรับรู้การเคลื่อนไหวของร่างกาย

การปลดปล่อยอารมณ์เสีย

  • แทนที่จะแสดงอารมณ์ออกมา ให้ปรับเปลี่ยนอารมณ์เป็นการแสดงออกทางกายแทน
  • วิธีการ นั่งสบาย ๆ หลับตา ปิดเปลือกตาแน่น ๆ แล้วปล่อย 9 ครั้ง ทำจมูกบานแล้วหุบ 9 ครั้ง ทำปากจู๋แล้วแยกเขี้ยว 9 ครั้ง
  • หายใจเข้ายาวทางจมูก ให้รู้สึกถึงในท้อง คือท้องพอง แล้วปล่อยลมหายใจออกทางปาก หายใจเข้ารู้ว่าหายใจเข้าถึงพุง หายใจออกทางปาก เน้นการรู้สึกถึงลมหายใจเข้าออก
  • สักพัก จะรู้สึกถึงการได้ปลดปล่อยความเครียด จิตใจจะสบาย

กิจกรรมกลุ่ม

  • กิจกรรมกลุ่มที่แนะนำให้ทำนี้ เพื่อพัฒนาแรงบันดาลใจร่วมกัน และสร้างพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง
  • โดยเฉพาะกรณีมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่ม ที่ต้องอาศัยความร่วมมือกันแบบข้ามขอบเขต เพื่อสร้างสิ่งแตกต่างไปจากเดิมได้อย่างยั่งยืน

1. Situation: Observation and Perception

  • แบ่งผู้เข้าประชุมกลุ่มละ 6-10 คน
  • ให้แต่ละคนวาดภาพ (หรือบรรยาย) สถานการณ์ปัจจุบันขององค์กร หรือสิ่งแวดล้อม ในมุมมองของแต่ละคนออกมาเสนอให้คนในกลุ่มฟัง โดยไม่มีการตัดสินถูกผิด
  • ผู้ประสานงาน (Facilitator) พยายามรวบรวมสิ่งที่ทุกคนนำเสนอออกมาเป็นภาพรวมที่เป็นความจริงร่วมกัน (Shared Current Reality) โดยใช้เทคนิค Café dialog เพื่อได้เป็นภาพรวมของกลุ่ม
  • แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอ

2. Shared Will and Roll Creation

  • แต่ละกลุ่มทบทวนภาพสถานการณ์ร่วมของกลุ่ม
  • เลือกใช้การตั้งสติ จากวิธีก่อนเข้าสู่กิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง
  • สมาชิกกลุ่มแต่ละคน ให้หลับตาแล้วนึกว่าตนเองอยู่ในภาพนั้น แล้วถามตนเองว่า เราต้องการอะไร หรือเราตั้งใจจะทำอะไร ให้นึกต่อไปว่าตนเองได้ทำในสิ่งที่ต้องการนั้น
  • แต่ละคนวาดภาพที่ตนได้คาดหวังไว้ แล้วนำเสนอให้คนในกลุ่มฟัง จากนั้นนำภาพติดไว้ที่ฝาผนัง
  • ผู้ประสานงาน รวบรวมแนวคิดหรือคำบรรยาย พยายามปรับรูปภาพของกลุ่มให้เป็นที่ยอมรับ
  • เขียนบทบาทหรือหน้าที่ ของแต่ละกลุ่มของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ว่ามีส่วนในการขับเคลื่อนระบบใหม่อย่างไร มีปฏิสัมพันธ์หรือต้องทำงานร่วมมือกับใครบ้าง มีบทบาทในการสนับสนุนอย่างไร เช่นเดียวกับเครื่องดนตรีหลากชิ้น ที่ร่วมกันเล่นเพลงเดียวกัน
  • ตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลงาน

ง. กำหนดอนาคตที่เราต้องการ ทีละส่วน (One Square Mile) การเริ่มต้นใหม่ อาจเป็นหนทางออกของปัญหาที่ติดขัดมานาน

  • การเริ่มต้นใหม่ ให้สมมุติว่ามีพื้นที่เปล่าๆ อยู่ 1 ตารางไมล์
  • ให้ถามตนเองว่า จริง ๆ แล้ว เราต้องการอะไรบ้างที่จำเป็น แล้วสิ่งที่ต้องการนั้น จะทำให้ความหวังเกิดเป็นจริงได้อย่างไร
  • ระดมสมอง หาวิธีการใหม่ที่ไม่ซ้ำกับของเดิมที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดรูปแบบโครงสร้างหรือกระบวนการ โดยถามว่า ต้องใช้ใคร เขาต้องการสิ่งใดบ้าง ทำอย่างไรเขาจึงจะรู้สึกปลอดภัยและมีความสุข ต้องมีสิ่งแวดล้อมอย่างไรในการสนับสนุนเขา โดยพยายามมองนอกกรอบ
  • นำความคิดมาวาดลงในกระดาษ หาวิธีทำให้เป็นจริง แล้วนำเสนอ

สรุป ดีจากภายใน เป็นการทำกิจกรรมกลุ่มของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อการเปลี่ยนแปลงระบบ ที่เริ่มจากภายในออกมา เป็นการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืน

****************************

  • ข้อคิดเห็นสะท้อนกลับ
    • ดีจังเลยค่ะอาจารย์ กระตุกเตือนใจ กาย และการปฏิบัติของตนเองได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ Meditation ค่ะ นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับหลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการดำเนินธุรกิจด้วยค่ะ เช่น ระเบิดจากข้างใน แก้ปัญหาที่จุดเล็ก การมีส่วนร่วม ความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกัน และรู้ รัก สามัคคี ขอบพระคุณอาจารย์มากๆ อีกครั้ง ที่อาจารย์ได้แบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์ต่างๆ มาโดยตลอดค่ะ ตามหลักการแบ่งปัน ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านเลยค่ะ พรรณี
  • ขอบพระคุณครับท่าน ได้ข้อมูลดีดีมาใช้งานอีกชุดแล้วครับท่าน JJ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Work and Life



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณที่แบ่งปันค่ะ ^____^