ความลับ: ผู้นำที่ยิ่งใหญ่รู้และปฏิบัติ

ความลับของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ คือ การรับใช้ โดยมีคำย่อคือ SERVE

ความลับ: ผู้นำที่ยิ่งใหญ่รู้และปฏิบัติ

The Secret: WHAT GREAT LEADERS KNOW —AND DO

พันเอก มารวย ส่งทานินทร์

[email protected]

15 พฤศจิกายน 2557

บทความนี้ นำมาจากหนังสือเรื่อง The Secret: WHAT GREAT LEADERS KNOW —AND DO ประพันธ์โดย Ken Blanchard และ Mark Miller จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ Berrett-Koehler Publishers, Inc. San Francisco, 2007

ผู้ที่สนใจเอกสารแบบ PowerPoint (PDF file) สามารถศึกษาและ download ได้ที่ http://www.slideshare.net/maruay/the-secret-31081812

ผู้นำคือใคร

  • ผู้นำคือ ผู้บังคับบัญชา
  • ผู้นำคือ ผู้ที่ลูกน้องต้องรายงานด้วย
  • ผู้นำคือ ผู้ที่ทำสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นได้
  • ผู้นำคือ ผู้ที่ดำรงตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย มีหน้าที่รับผิดชอบผลลัพธ์ของผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชา

เกี่ยวกับผู้นำ

  • ผู้นำมีความเชื่อว่า การพัฒนาผู้นำ เป็นกลยุทธ์สำคัญที่สุดขององค์กร เพราะองค์กรจะรุ่งเรืองหรือตกต่ำ ขึ้นกับภาวะผู้นำ
  • ผู้นำเป็นผู้ฟังที่ดี
  • ผู้นำเป็นผู้ที่อ่อนน้อม มักกล่าวว่า จะให้ผมรับใช้คุณได้อย่างไร

ภาวะผู้นำ เสมือนก้อนภูเขาน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในทะเล มีส่วนที่อยู่เหนือน้ำ และส่วนที่อยู่ใต้น้ำ

  • สิ่งที่อยู่ใต้น้ำคือคุณลักษณะของผู้นำ สิ่งที่อยู่เหนือน้ำคือทักษะการนำ
  • ภาวะผู้นำจึงแบ่งได้ 2 ส่วนคือ การเป็นผู้นำ (Being) และการกระทำอย่างผู้นำ (Doing)

ความลับของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ คือ การรับใช้ โดยมีคำย่อคือ SERVE

ผู้นำมีคำถามที่สำคัญ ที่ใช้ถามตนเองอยู่เสมอว่า เราเป็นผู้นำที่รับใช้ผู้อื่น หรือ เป็นผู้นำที่ทำเพื่อตนเอง (Am I a serving leader or a self-serving leader?) การเป็นผู้นำที่รับใช้ผู้อื่นไม่มีการสิ้นสุด คุณจะมีแนวทางต่าง ๆ มากมายที่จะช่วยเหลือผู้อื่น เมื่อคุณได้ทำ ทักษะการเป็นผู้นำแบบผู้รับใช้จะได้รับการพัฒนา ส่งผลให้คุณเป็นผู้นำที่ดีขึ้น

1. อักษร S หมายถึงการมีวิสัยทัศน์ (See the Future) หรือ เห็นภาพในอนาคต

ภาวะผู้นำคือ การนำผู้คนจากที่แห่งหนึ่งไปสู่ที่อีกแห่งหนึ่ง ข้อสำคัญคือ ทุกคนในทีมต้องรู้จุดหมายปลายทางด้วย

การมองไปในอนาคต

  • วิสัยทัศน์ที่ดี จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจ มีแรงมีกำลังที่จะมุ่งสู่อนาคตที่สดใส เป็นแรงผลักดันให้ทุกคนแสดงพฤติกรรมออกมา
  • ถ้าผู้นำไม่มีแรงปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะมุ่งสู่ภาพในอนาคตนั้น ทั้งทีมก็คงปล่อยวางด้วย
  • การมองภาพอนาคต และบอกเล่าให้คนอื่นเข้าใจได้ด้วย เป็นบทบาทที่สำคัญของผู้นำ

การมองไกลและมองใกล้

การมองไกล (Heads Up) คือการมองไปในอนาคต และต้องดูทิศทางที่จะไปด้วย ผู้นำต้องเจียดหาเวลาเพื่อมองภาพในอนาคต สามารถอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจ และเห็นภาพในอนาคตนั้นตามไปด้วย รวมถึงการพิจารณาดูโอกาสและอุปสรรค ที่อาจจะเกิดขึ้น

ส่วนการทำให้วิสัยทัศน์เป็นจริงเรียกว่า มองใกล้ (Heads Down) การให้บุคคลมีส่วนร่วมสร้างวิสัยทัศน์ จะทำให้พวกเขาเกิดความมุ่งมั่น แต่เป็นหน้าที่ของผู้นำที่ต้องสร้างวิสัยทัศน์ให้สำเร็จ

คำถามกระตุ้นเพื่อคิด

  • จุดมุ่งหมายของทีมคุณคืออะไร
  • อีก 5 ปีข้างหน้า คุณต้องการให้ทีมของคุณเป็นอย่างไร
  • สมาชิกในทีมของคุณ มีกี่คนที่ตอบได้ว่า ทีมต้องการประสบผลสำเร็จในเรื่องอะไร
  • ค่านิยมที่ต้องการให้ทีมมีพฤติกรรมแสดงออกคืออะไร
  • คุณมีวิธีการสื่อสารวิสัยทัศน์ให้เพื่อนร่วมทีมอย่างไร

ค่านิยม

  • ถ้าค่านิยมมีการเผยแพร่ให้รู้ทั่วกัน จะทำให้เป็นสิ่งที่สามารถทำซ้ำได้ ระลึกได้ เกิดผลดี และ ส่งผลลัพธ์ด้านบวก
  • ค่านิยมเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเสาหลักของวัฒนธรรมองค์กร ที่ผู้นำต้องการสร้างขึ้นมา (เช่น ลูกค้าต้องมาก่อน การให้ความร่วมมือกัน การเป็นผู้ช่วยเหลือ การมีความคิดสร้างสรรค์ )
  • โปรดระลึกไว้ว่า ค่านิยม คือความเชื่อที่ผลักดันให้เรามีพฤติกรรมในการแสดงออก (Values are the beliefs that drive our behavior.)

2. คำย่อของ E คือ สร้างความผูกพันและพัฒนาผู้อื่น (Engage and Develop Others)

การทำงานให้สำเร็จ ต้องอาศัยบุคลากรที่อยู่รอบข้างด้วย คือบุคลากรที่มีความผูกพัน เป็นบุคลากรที่ถูกคน (right people) และถูกกับบทบาทหรืองานที่ทำ (in the right roles)

ความผูกพัน

ความผูกพันมี 2 องค์ประกอบ สิ่งแรกคือการคัดเลือก (Selection) ควรคัดเลือกบุคคลที่ถูกคนและถูกกับงาน ถ้าเลือกผิดคน นั่นคือภาวะผู้นำที่เกิดความผิดพลาด ประการที่สองคือการได้ความร่วมมือทั้งตัวและหัวใจ (hands, heads and hearts)

ถ้าบุคลากรเกิดความผูกพัน ประเด็นใดที่ผู้นำเสนอ บุคลากรก็จะให้การสนับสนุน อยู่ข้างเดียวกับผู้นำ

สิ่งแวดล้อมในการสร้างความผูกพัน

ในอดีต มีเงื่อนไขอะไรบ้างที่ทำให้คุณรู้สึกผูกพันอยู่กับงาน เช่น การมีเป้าประสงค์ชัดเจน ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี มีข้อมูลสารสนเทศเมื่อต้องการ เจ้านายไว้วางใจ นายคอยอยู่ให้กำลังใจ รู้สึกได้มีส่วนร่วม ได้เรียนรู้และได้เติบโตขึ้น (สรุปคือ รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและได้รับการยอมรับ)

การพัฒนาผู้อื่น

  • ผู้นำที่ดี มีการลงทุนในการพัฒนาบุคลกร
  • แผนพัฒนาบุคลากร (Personal Development Plan) หรือบางองค์กรใช้คำว่า แผนพัฒนาเป็นรายบุคคล (Individual Development Plans, or IDPs) เป็นแผนในสร้างการเรียนรู้และการเจริญเติบโต มีการฝึกอบรมและสร้างโอกาสพัฒนา การหาแหล่งความรู้หรือการศึกษาให้กับบุคลากร
  • ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ จะคอยมองหาคนเก่ง (talented people) เข้ามาทำงานในองค์กร

คำถามเพื่อกระตุ้นความคิด

  • คุณใช้เวลามากเท่าใด ในการเสาะหาคนเก่งมาร่วมงานด้วย
  • อะไรคือคุณสมบัติที่ต้องการ ของบุคคลที่คุณมองหาอยู่
  • คุณสร้างความผูกพันให้กับทีมงานได้ดีเพียงใด
  • คุณได้ทำอะไรบ้างเพื่อสร้างความผูกพัน ให้ระบุมา 10 ประการ
  • คุณได้ทำอะไรที่ทำให้ทีมงานมั่นใจว่า เมื่อถึงเวลาการปฏิบัติงาน คุณจะคอยอยู่ช่วยเหลือพวกเขา
  • คุณมีส่วนช่วยกระตุ้นการพัฒนาบุคลากรอย่างไร

การยกระดับจุดแข็ง

  • ผู้นำควรวิเคราะห์ว่า บุคคลผู้นั้นมีอะไรเป็นจุดแข็ง ได้อยู่ในตำแหน่งที่ใช้จุดแข็งอย่างเหมาะสมหรือไม่ ถ้าคิดว่าอยู่ถูกตำแหน่งแล้ว ให้คิดต่อไปว่าเขาสมควรได้รับการพัฒนาหรือฝึกอบรมอะไรเพิ่มเติม และเขารู้ตัวหรือไม่ว่า มีความรับผิดชอบในเรื่องอะไรบ้าง
  • ถ้าวางคนได้ถูกตำแหน่ง การพัฒนาบุคลากรไม่ใช่เรื่องยาก
  • การได้ยกระดับจุดแข็งของผู้อื่น เป็นงานที่ผู้นำสมควรภาคภูมิใจ (Helping people leverage their strengths is one of the most rewarding parts of the leader's role.)

3. R คือ การค้นพบใหม่อยู่เสมอ (Reinvent Continuously)

พลังของภาวะผู้นำเกิดจากความปรารถนาได้รับใช้ผู้อื่น อย่าลืมถามตนเองอยู่เสมอว่า เราเป็นผู้นำที่รับใช้ผู้อื่น หรือทำเพื่อตนเอง (Am I a serving leader or a self-serving leader?)

การค้นพบใหม่อยู่เสมอ

  • ระดับแรก คือ บุคคล ผู้นำสนใจที่จะเพิ่มพูนความรู้และทักษะของตนเองอยู่เสมอ ผู้นำที่ดีจะเป็นผู้เรียนรู้ที่ดี
  • ระดับที่สอง คือ ระบบและกระบวนการ ผู้นำคิดเสมอว่า จะทำงานให้ดีขึ้น มีความผิดพลาดน้อยลง ทำงานได้เร็วขึ้น และทำให้ถูกลงได้อย่างไร
  • ระดับที่สาม คือ องค์กร ปัจจุบันองค์กรต้องมีความคล่องตัวและมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง เพราะสภาพแวดล้อมทางธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

คำถามเพื่อกระตุ้นความคิด

  • ตอนนี้คุณเป็นพี่เลี้ยงให้กับใครอยู่
  • คุณอ่านหนังสือหรือฟังเทปเรื่องอะไรอยู่
  • ระบบหรือกระบวนการที่คุณดูแลรับผิดชอบอยู่ มีอะไรที่ต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อทำให้มีผลงานที่ดีขึ้น
  • โครงสร้างหน่วยที่คุณเป็นผู้นำอยู่ มีอะไรที่ต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อทำให้มีผลการดำเนินการที่ดีขึ้น

4. V หมายถึง การให้คุณค่ากับผลลัพธ์และความสัมพันธ์ (Value Results and Relationships)

ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ทำทั้งสองอย่าง ไม่เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะทั้งสองประการเป็นปัจจัยให้เกิดความยั่งยืน

ผลลัพธ์และสร้างความสัมพันธ์

  • บททดสอบของผู้นำ มี 2 ประการคือ ผลลัพธ์เป็นอย่างไร และมีผู้ติดตามมากน้อยเท่าใด เพราะถ้าไม่มีผู้ติดตาม ผลลัพธ์ระยะยาวเกิดขึ้นได้ยาก
  • ผู้นำต้องมีความคาดหวังสูงทั้งผลลัพธ์และสร้างความสัมพันธ์
  • ถ้าเราดูแลลูกค้าและบุคลากรของเราให้ดี กำไรและผลประกอบการที่ดี จะเป็นตัวบ่งบอกถึงการทำหน้าที่ของผู้นำ

การให้คุณค่ากับผลลัพธ์

  • ผู้นำต้องมีความคาดหวังต่อผลลัพธ์สูง และมีเป้าประสงค์ที่ชัดเจน
  • การแก้ปัญหาที่ทำให้ผลดำเนินการออกมาไม่ดี เป็นความรับผิดชอบอย่างสูงของผู้นำ
  • และเมื่อทำงานได้สำเร็จ ควรมีการเลี้ยงฉลอง
  • การให้คุณค่าต่อความสัมพันธ์

John Maxwell กล่าวว่า ผู้คนจะไม่ให้ความร่วมมือ จนกว่าเขาจะรู้ความในใจของคุณ (People will not give you their hand until they can see your heart.)

ความสำเร็จ

  • ผู้นำต้องเข้าใจคำนิยามของคำว่า ความสำเร็จ ถ้าความสำเร็จขึ้นกับผลลัพธ์และความสัมพันธ์ ก็ต้องกล้าเสี่ยงกับการสร้างความสัมพันธ์
  • ถามตนเองว่า นอกจากหน้าที่การงานแล้ว เราจะช่วยเหลือเรื่องอื่น ๆ ของเขาได้อย่างไร โดยรู้จักชีวิตของเขานอกเหนือจากชีวิตการทำงานด้วย หัดถามว่า มีเรื่องอื่นที่ต้องการให้ช่วยหรือไม่
  • ผู้คนไม่สนใจว่าคุณรู้เรื่องมากเพียงใด จนกว่าเขาจะรู้ว่าคุณเอาใจใส่เขามากเพียงใด (People don't care how much you know, until they know how much you care.)

คำถามเพื่อกระตุ้นความคิด

  • คุณมุ่งเน้นเรื่องผลลัพธ์อย่างจริงจังเพียงใด
  • มีผู้คนเท่าใด ที่บอกว่าคุณได้ทุ่มเทเอาใจใส่ดูแลเขาเป็นพิเศษ
  • ใน 30 วันที่ผ่านมา คุณมีการแสดงออกถึงการทำงานได้สำเร็จอย่างไร

5. E หมายถึง การดำรงคุณค่าในตน (Embody the Values)

ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ทุกคนต้องสร้างความไว้วางใจ (Trust) ให้เกิดขึ้นกับผู้ที่ติดตาม วิธีสร้างความไว้วางใจของผู้นำมีหลายหลาก วิธีหนึ่งคือ การยึดถือค่านิยมของตนไว้อย่างมั่นคง

ความไว้วางใจ

  • ภาวะผู้นำที่แท้จริงสร้างอยู่บนความไว้วางใจ (Trust)
  • ผู้นำต้องยึดมั่นในค่านิยมที่ตนเองมีความเชื่อ
  • ความไว้วางใจเกิดจากการสร้างขึ้นมา ผู้นำที่ไม่มีผู้ไว้ใจ ไม่มีทางได้เป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ เพราะผู้คนจะเดินตามผู้นำที่เขาไว้วางใจได้เท่านั้น
  • คุณต้องยึดมั่นในหลักการเพื่อจะได้นำอย่างมีประสิทธิผล

เปลี่ยนใจ

  • การจะเป็นผู้นำแบบผู้รับใช้ หรือจะเป็นผู้นำเพื่อตนเอง เกิดจากการเรียนรู้ โดยมีผู้ชี้นำหรือมีผู้เป็นแบบอย่างให้ดู
  • ส่วนการตัดสินใจเลือกว่าต้องการเป็นผู้นำประเภทใดนั้น ขึ้นอยู่กับใจ ไม่ได้ขึ้นกับเวลา ผู้นำที่เป็นแบบผู้รับใช้ จะขึ้นกับการเปลี่ยนใจ (change of heart) ของตนเองว่า จะทำเพื่อตนเองหรือจะทำเพื่อผู้อื่น

คำถามเพื่อกระตุ้นความคิด

  • คุณมีแนวทางการนำค่านิยมขององค์กรให้ทีมปฏิบัติได้อย่างไร
  • ในระยะ 30 วันที่ผ่านมานี้ คุณมีวิธีสื่อสารค่านิยมองค์กรให้กับทีมอย่างไร
  • คุณมีวิธีการปรับปรุงการปฏิบัติงานประจำวัน ให้มีความสอดคล้องกับค่านิยมขององค์กรได้อย่างไร
  • คุณมีวิธีการให้รางวัลกับผู้ที่ปฏิบัติตามค่านิยมอย่างไร

ตัวอย่างของผู้นำแบบผู้รับใช้

  • Nelson Mandela
  • Jimmy Carter
  • Martin Luther King, Jr.
  • Jesus of Nazareth

Nelson Mandela เขาถูกจำคุกโดยการตัดสินที่ผิดพลาดถึง 28 ปี เมื่อถูกปลดปล่อยออกมา เขาไม่ได้โกรธแค้น เมื่อเขาเป็นอิสระ เขาปรารถนาจะช่วยผู้อื่น และได้เชิญพัศดี มาร่วมงานในพิธีสาบานตน ในการเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของประเทศอาฟริกาใต้ เพราะเขาเป็นผู้มีวิสัยทัศน์

Jimmy Carter เขาไม่ได้เป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ตอนเป็นประธานาธิบดีของอเมริกา หลังจากพ้นตำแหน่ง เขาได้อุทิศตน เป็นหัวหน้าทีมสร้างบ้านให้กับผู้ยากไร้นับพันหลัง เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ในการเจรจาช่วยเหลือเพื่อสร้างความสงบสุขให้เกิดบนโลกนี้ เขาเป็นตัวอย่างของผู้นำที่เสียสละ และปรารถนาช่วยเหลือผู้อื่น

Martin Luther King, Jr. เขาเป็นผู้นำของชาวผิวสีในอเมริกา ที่มีความฝันที่ยิ่งใหญ่ คือ สักวันหนึ่ง ผู้คนจะไม่ถูกตัดสินด้วยผิวของสี แต่ขึ้นกับคุณสมบัติที่เขามี (a dream that one day people wouldn't be judged by 'the color of their skin, but by the content of their character) เขาเป็นผู้มองไปในอนาคต สร้างความผูกพัน และยึดมั่นในค่านิยม

Jesus of Nazareth พระองค์ได้เลือกสาวก 12 คน แล้วพัฒนาพวกเขา ให้เป็นผู้นำในการเผยแพร่ศาสนา หลังจากพระองค์สิ้นชีวิตแล้ว พระองค์มีหัวใจของการรับใช้ เมื่อผู้คนถามพระองค์ว่านำอย่างไร ทรงตอบว่า โดยการติดตาม เมื่อผู้คนถามว่าจะเป็นที่หนึ่งได้อย่างไร ทรงตอบว่า โดยการเป็นคนสุดท้าย พระองค์เป็นสัญลักษณ์ของผู้นำแบบผู้รับใช้ ในการทานอาหารค่ำมื้อสุดท้าย พระองค์ได้ทำการล้างเท้าให้กับเหล่าสาวกและกล่าวว่า จงทำกับผู้อื่นเช่นเดียวกับที่เราทำกับพวกเธอในตอนนี้ (Just as I have done for you, you must do for others.)

สรุป ผู้ที่ต้องการเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ต้องเป็นผู้ที่ปรารถนาจะช่วยผู้อื่น โดย SERVE

  • อักษร S คือ เขาต้องเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ (See the Future) สามารถอธิบายให้ผู้อื่นได้เห็นจุดหมายและข้อดีได้
  • อักษร E ตัวแรกใน SERVE หมายถึง การสร้างความผูกพันและการพัฒนา (Engage and Develop Others) ความผูกพันมีสองส่วนคือ การคัดเลือกถูกคนให้ถูกกับงาน และการได้ทั้งตัวและหัวใจ (hands, hearts and heads)
  • อักษร R คือการค้นพบใหม่เสมอ (Reinvent Continuously) สิ่งที่ผู้นำจะต้องกระทำ 3 ระดับ คือ 1.) ระดับบุคคล หมายถึงผู้นำต้องมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา 2.) ค้นพบระบบและกระบวนการในการทำงานให้ดีขึ้น 3.) โครงสร้างองค์กร ที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนตามสภาพสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง
  • อักษร V คือการให้คุณค่ากับผลลัพธ์และความสัมพันธ์ (Value Results and Relationships) ผู้นำต้องให้ความสำคัญทั้งคู่ การสร้างความสัมพันธ์เกิดได้โดย การตั้งใจฟัง ให้เวลา ใส่ใจ และชื่นชมความพยายามของบุคคล
  • อักษร E ตัวสุดท้ายคือการยึดมั่นในค่านิยม (Embody the Values) ถ้าเราสูญเสียความน่าเชื่อถือ ศักยภาพผู้นำจะมีจำกัด นั่นคือ ผู้นำไม่เพียงแต่พูด แต่ต้องแสดงตนเป็นตัวอย่างในค่านิยมนั้น

คำคม

การได้ช่วยผู้อื่นประสบความสำเร็จในการเป็นผู้นำรุ่นต่อไป ถือว่าเป็นเกียรติยศของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ (The ability to develop capable successors is a hallmark of great leaders.)

************************

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน leadership



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากครับอาจารย์ จะติดตามอ่านนะครับ...