GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ความทรงจำdede ที่.....อิตาลี

ความทรงจำdede ที่.....อิตาลี

30 เม.ย49 เวลา 19.00น ไปที่สนามบินพิษณุโลกเพื่อที่จะเดินทางไปเที่ยวอิตาลี บังเอิญได้พบเพื่อนซี้ หลายคนซึ่งมาจากอุตรดิตถ์  ก็ทักทายกันดังลั่นยังกะนกกระจอก ไม่มีใครยอมใคร เพื่อนๆจะเดินทางไปเที่ยวที่ออสเตรเลีย ส่วนเราจะไปเที่ยวที่อิตาลีกับครอบครัว จากนั้นก็เดินทางไปถึงดอนเมือง ปรากฎว่าไกด์ทริปที่จะไปออสเตรเลียกับเพื่อนๆมารับที่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ หลังจากรอรับกระเป๋าเรียบร้อย ไกด์ก็คิดว่าเราจะไปด้วย ช่วยเข็นกระเป๋ามารอรถบัสเพื่อไปอาคาร1 เพื่อนๆขี้เกียจรอรถ จึงเข็นกระเป่าเดินตามทางไปที่อาคาร1 คุณไกด์ก็เลยต้อนรับเราเป็นอย่างดี ปรากฏว่าลูกทัวร์ของตัวเองเดินไปตากหาก ความมาแตกตอนไปถึงอาคาร 1 ปรากฏว่าเพิ่งรู้ตัวว่าจับลูกทัวร์ผิดซะแล้ว ความจริงก็ตั้งใจจะบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าเราไม่ใช่ลูกทัวร์ เราจะไปอิตาลี แต่ความที่ไกด์พูดเก่ง....มาก พูดจนไม่เปิดโอกาสให้เราได้ชี้แจง ทำให้เราได้คิดว่า...ถ้าฟังคนอื่นบ้าง ก็คงจะไม่เข้าใจผิด.......ตอนนั้นคิดอยู่ในใจเหมือนกันว่า ตลอดทริปที่ออสเตรเลียของเพื่อนคงเมื่อยหูน่าดู......

  เวลา 22.00 น เราพบกับกรุ๊ปที่ไปเที่ยว ทริปนี้มีทั้งหมด24คน ก็กำลังพอดีไม่โตจนเกินไป และเป็นทริปที่เป็นนักเที่ยวจริงๆ เพราะทุกคนรู้ว่าเที่ยวเป็นกรุ๊ปแบบนี้สำคัญคือตรงเวลา ทำให้การเที่ยวสนุกสนานไม่ต้องหงุดหงิดรอกันเหมือนตอนที่ไปเที่ยวที่เซี่ยงไฮ้ หลังจากเช็คอินเรียบร้อยแล้ว เราก็มุ่งสู่อิตาลีด้วย เที่ยวบินที่ TG 944 ใช้เวลาบิน ทั้งหมดประมาณ 11 ชั่วโมง ก็มาถึงท่าอากาศยาน ลีโอนาโด ดาร์วินชี กรุงโรม ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอิตาลี เวลาประมาณ6.35น (เวลาท้องถิ่น เวลาจะต่างจากไทยประมาณ 6 ชั่วโมง)สนามบินก็ไม่ได้ใหญ่โตมากมายดูเล็กกว่าดอนเมืองเราเสียอีก แต่ผู้คนเดินทางมาเที่ยวที่นี่มากมาย ขั้นตอนการตรวจหนังสือเดินทางก็ไม่ยุ่งยาก สะดวกและรวดเร็วดี จากนั้นนั่งรถบัสมุ่งหน้าตรงไปที่ โคโลเซี่ยม และที่นี่เรามีไกด์ท้องถิ่นเป็นชาวอิตาลี อัธยาศัยดี พูดภาษาอังกฤษช้าๆชัดแบบคนไทยพอฟังรู้เรื่องบ้าง รูปร่างเล็ก สูงอายุ เป็นนโยบายที่ดีของอิตาลีที่สนับสนุนให้ผู้สูงอายุหลังจากเกษียณแล้วก็มารับJob เป็นไกด์หารายได้เสริมและช่วยให้พบปะผู้คนได้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ซึ่งป้าไกด์ของเราก็สนุกสนานแลมีความสุขระหว่างที่พาพวกเราทัวร์

  โคโลเซี่ยม เป็นสนามประลองกำลังแบบตัวต่อตัวของนักรบในสมัยโบราณ  และยังใช้เป็นสถานที่ต่อสู้ระหว่างคนกับสิงโต เมื่อเห็นโคโลเซี่ยมแล้วเราถึงกับตลึงความสวยงามและทึ่งมาก คิดว่าคนสมัยก่อนมีความชาญฉลาดเป็นอย่างมาก จนน่าสันนิษฐานว่าลิฟท์ที่เราใช้ในปัจจุบันน่าจะเกิดตั้งแต่สมัยนี้ เพราะเค้าใช้ขนสัตว์ที่จะมาต่อสู้กับนักรบโบราณ การออกแบบสร้างน่าสนใจมาก โรมันฟอรัม ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการเมือง และธุรกิจสมัยโบราณ       ผ่านลานแข่งม้าเซอร์คัส   แม็กซีมุส ทำให้เราได้จินตนาการถึงความรุ่งเรืองในอดีต 2,000กว่าปี

  กรุงโรมเป็นที่ตั้งศูนย์กลางคริสจักรโรมันคาธอลิก และในอดีตผู้นำคริสจักรแต่ละองค์ที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประมุขทางศาสนาล้วนแล้วแต่ห็นคุณค่าของศิลปกรรม ซึ่งก็เหมือนของไทยเราในอดีตถ้าจะดูความรุ่งเรือง ดูได้ที่วัดวาอารามที่สร้างขึ้นแต่ละยุค อาณาจักรโรมันก็เช่นกัน ยุคที่เจิญรุ่งเรืองก็มีการสนับสนุนให้มีการสร้างศิลปกรรมขนาดใหญ่ ประมาณปี  คศ  1495-1527          นับเป็นยุคทองของศิลปกรรมสมัยเรเนสซองส์ เมื่อได้รับการสนับสนุนเปิดโอกาสให้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ จึงมีผลให้เกิดศิลปินชั้นเยี่ยมมากมาย ที่ได้รับการยกย่องว่า มีความสามารถสูงสุดมีอยู่ 3 คน คืด ลิโอนาร์โด ดาวินซี่ ไมเคิลแองเจลโล และราฟาเอล แต่ละคนสร้างผลงานความคิดริเริ่มสร้างสรรและการแสดงออก ซึ่งผลงานปรากฎที่กรุงโรม จนทำให้ชาวโลกยกย่องและยอมรับว่าโรมเป็นเมืองหลวงทางศิลปะและวัฒนธรรมของยุโรป  เป็นที่มาของความคิดที่ว่าเราต้องมาเยือนที่นี่สักครั้งหนึ่ง

   จากนั้นเราก็ได้เข้าเยี่ยมชมที่ กรุงวาติกัน หรือนครรัฐวาติกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในห้ารัฐอิสระของทวีปยุโรปที่ได้รับเอกราชจนตราบทุกวันนี้ และถือว่าเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในโลก และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นศูนย์กลางศาสนาโรมันคาทอลิค และเป็นที่ประทับขององค์สันตะปาปา ประมุขของศาสนา มีผู้คนมากมายมารอเข้าชมความงามของของมหาวิหารเซ็นปีเตอร์( ST. PETER 'S)  เราต้องรอคิวเพื่อเข้าชม แถวยาวประมาณ 1 กิโลเมตรใช้เวลารอเกือบชั่วโมง ระหว่างที่เข้าแถวรอนั้นเกือบถึงประตูทางเข้า มีฝรั่งกลุ่มหนึ่งมาลัดคิวป้าไกด์ของเราก็โวยวายและต่อว่าพวกที่ลัดคิวปรากฎว่า ฝรั่งที่รอเข้าซึ่งยืนต่อจากพวกเราก็สนับสนุนด้วยการโห่ไล่พวกลัดคิว พวกเราเลยหันมามองหน้ากันแล้วพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเอ้า ฝรั่งก็โห่เป็นเหมือนกันนะเนี่ย มาถึงประตูทางเข้าวิหารมีการตรวจรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทั้งเอกซเรย์กระเป๋าเหมือนที่สนามบินเลย  หลังจากเข้ามาภายในวิหารรู้สึกว่าที่ยืนรอเข้าเป็นชั่วโมงนั้นสุดคุ้ม  เพราะภายในถูกตกแต่งไว้ด้วยงานศิลปะอย่างสวยงามทั้งศิลปะที่ฝาผนัง ปติมากรรม ช่าง เป็นงานศิลปะที่ประเมินค่ามิได้ มีเวลาเหลือบางเล็กน้อยเราออกมายืนตรงบริเวณลานหน้าวิหาร แล้วนึกถึงภาพที่เราดูข่าวจากทีวีตอนคัดเลือกสันตะปาปาที่เค้ารอดูควันที่พุ่งออกจากโบสถ์ทำให้เข้าใจบรรยากาศอีกแบบ

จากนั้นเราก็ไปทานอาหารร้านอาหารจีน ที่นี่จะตกแต่งร้านแตกต่างจากบ้านเรา เพราะบ้านเราจะตกแต่งร้านที่ดูดีหรูหราตั้งแต่เรามองข้างนอก แต่ที่นี่เรามองร้านอาหารเป็นช่องเหมือนไม่มีอะไรดูธรรมดาเหมือนร้านขายก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ แต่เข้าไปข้างในซิ หรูหราสไตล์อิตาเลียน ก็แน่ละ ที่นี่เค้าต้นตำรับงานศิลปะ  มีศิลปินดังๆหลายคน เช่น ไมเคิล แองไจโล ลีโอนาโด ดาร์วินชี  หลังขากนั้นเราก็ไปชม นำพุเทรวี ซึ่งเชื่อว่าหากอธิฐานและโยนเหรียญลงไปในสระนี้แล้ว จะมีโอกาสได้กลับมาเยือนอีกครั้ง จากนั้นเรามีเวลาเดินชอปปิ้ง ย่านการค้าใจกลางกรุงโรม บริเวณ spenish step เป็นแหล่งนัดพบของชาวกรุงโรม จะมีงานศิลปะ มีคนมานั่งวาดภาพขายเต็มไปหมด และมีชาวจีนมาเดินขายของที่ระลึก เยอะแยะ ส่วนใหญ่ดูแล้วเป็นสินค้ามาจากจีน เหมือนเดินเที่ยวที่เซี่ยงไฮ้เลย พอเดินไปถนนอีกด้านที่นี่เจอของถูกใจนักช๊อปชาวไทยเลย เพราะเป็นศูนย์รวมสินค้ายี่ห้อดัง ทั้งเครื่องหนัง เครื่องประดับ เสื้อผ้า รองเท้า ทั้งสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี ตั้งแต่ Gucci Bally Valentino Raphale Rosetti Louise vuiton Feragamo ที่เราคุ้นเคย และยี่ห้อที่เราไม่รู้จักอีกมาก สวยๆทั้งนั้น ก็เล่นเอาซะกระเป๋าฉีกตามๆกัน จากนันเดินทางเข้าพักที่โรงแรม Massimo D Azeglio พนักงานต้อนรับที่นี่ใช้ชายล้วน เค้าบอกว่าหนุ่มอิตาลีหล่อมาก เห็นจะจริงเพราะแค่พนักงานต้อนรับสาวๆยังร้องว้าว หน้ายังกะพระเอกเรื่อง ลอดออฟเดอลิง จากนั้นเราไปทานอาหารเย็นสไตล์อิตาเลียน ก็เลี่ยนเชียวละต้องเอาซอส/พริกไทยเยอะๆ ค่อยอร่อยขึ้นมาหน่อย กลับถึงโรงแรมประมาณหนึ่ง ทุ่ม ยังสว่างจ้าอยู่เลย เลยไปเดินเล่นกัน กว่าพระอาทิตย์จะตกดิน เล่นเอาประมาณ 3 ทุ่ม (

วันที่3 ของการเดินทาง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ท่องเที่ยว
หมายเลขบันทึก: 58049
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

รออ่านต่ออยู่

ว่างๆก็มาเล่าต่อนะ เอาจนเดินทางกลับนั่นแหละ อยากรู้ว่าจะมีไกด์ออสเตรเลียหลงมาคอยรับส่งกลับสายในประเทศหรือเปล่า ถ้าเป็นสุวรรณภูมิก็สบายไปแล้ว (เดินอย่างเดียว)

อ้อ ถ้า post รูปสวยๆด้วยก็จะยอดเยี่ยมไปเลย