บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 4 วันที่ 16 สิงหาคม 2557

หัวข้อ KM ( Knowledge Management) การจัดการความรู้

ความรู้และความเข้าใจที่ได้จากเรียนและการศึกษาเพิ่มเติม

จากการที่ได้เรียนและศึกษาเพิ่มนั้น พบว่า การจัดการความรู้ (KM = Knowledge Management) คือ การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กร ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสาร มาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด โดยที่ความรู้มี 2 ประเภท คือ 1) ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์หรือสัญชาติญาณของแต่ละบุคคลในการทำความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดหรือลายลักษณ์อักษรได้โดยง่าย เช่น ทักษะในการทำงาน งานฝีมือ หรือการคิดเชิงวิเคราะห์ บางครั้ง จึงเรียกว่าเป็นความรู้แบบนามธรรม 2) ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่สามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้ โดยผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่าง ๆ และบางครั้งเรียกว่าเป็นความรู้แบบรูปธรรม

เนื่องจากการทำงานในองค์กรที่ผ่านมาได้ประสบกับปัญหาต่างๆ มากมาย ซึ่งปัญหาต่างๆ ที่เป็นสาเหตุให้องค์กรจำเป็นต้องมีการจัดการความรู้ มีดังต่อไปนี้

1.ข้อมูลหรือสารสนเทศต่างๆ ที่มีการให้บริการ ซึ่งจะต้องมีลักษณะถูกต้อง ทันสมัย เชื่อถือได้ ยังไม่สามารถบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพสามารถบริการได้ทันท่วงที

2.ความรู้ หรือทักษะบางอย่างในการทำงานจะเป็นความรู้ที่เป็นของบุคคลเฉพาะคนเท่านั้นบุคคลอื่นๆ ที่ทำงานร่วมกันไม่สามารถที่จะทำงานบางอย่างได้ ถ้าหากว่าไม่มีบุคคลคนนั้น

3.ไม่สามารถนำความรู้จากตัวบุคคล มาจัดเก็บไว้ให้เป็นระบบเพื่อนำไปใช้ประโยชน์กับองค์กรได้

4.ไม่มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน ถ่ายทอดความรู้วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศในหน่วยงาน

สรุปได้ว่า เหตุผลที่ต้อง มีการจัดการความรู้ เนื่องด้วยการจัดการความรู้เป็นแนวคิดการจัดการสมัยใหม่ที่มองคนในองค์กรเป็นสินทรัพย์อันมีค่าเนื่องจากกระแสยุคโลกาภิวัฒน์ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรต้องมีการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง ทำให้คนในองค์กรมีประสิทธิภาพ และคุณภาพ ต้องสามารถทำงานได้เองอย่างรอบด้าน และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ มีความมุ่งมั่นต่อองค์กร ทำงานอย่างมีเป้าหมายซึ่งจะต้องเป็นคนที่มีสมรรถนะสูง เพื่อที่จะสามารถผลักดันให้องค์กรสามารถอยู่รอดได้ในสภาวะแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก รวดเร็ว นั่นคือองค์กรต้องมีความสามารถในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และการจัดการความรู้ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้เกิดการสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร ให้กลายเป็นความสามารถในแข่งขันที่ยั่งยืนต่อไป

การนำความรู้ไปใช้ในการพัฒนาตนและการปฏิบัติงาน

  • 1.นำไปช่วยลดขั้นตอนในการทำงานได้ เช่นเมื่อมีปัญหาในการทำงานเกิดขึ้นผู้ปฏิบัติงานก็จะสามารถหาแนวทางหรือวิธีการแก้ปัญหาได้รวดเร็ว โดยค้นคว้าจากผลการจัดการความรู้ในเรื่องนั้น ๆ ได้

2. นำไปช่วยให้ครูผู้สอนไม่ต้องทำงานด้วยการลองผิดลองถูก

3. นำไปช่วยให้ครูผู้สอนสามารถขจัดปัญหาที่ตนกำลังเผชิญได้ โดยวิธีเรียนรู้แนวทางแก้ปัญหาจากผู้ที่มีประสบการณ์มาก่อน

4.นำไปช่วยให้ครูที่จะแสวงหาความรู้มีช่องทางการเข้าถึงความรู้ที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว และช่วยย่นระยะเวลาและระยะทางในการสื่อสารได้มากขึ้น

5.นำไปใช้เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูผู้สอนกับการสร้างนวัตกรรมใหม่ โดยการเรียนรู้ต่อ ยอดจากความรู้ที่ฝังในตัวตนของผู้ที่มีประสบการณ์การทำงาน มาก่อน

6.นำไปช่วยให้เกิดแหล่งความรู้ในสถานศึกษาหรือ องค์กรที่สามารถเรียกใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว และ เผยแพร่ให้หน่วยงานอื่นได้รับรู้และได้ศึกษาค้นคว้าต่อไป

7.นำไปช่วยให้องค์กรหรือสถานศึกษาเกิดวัฒนธรรมการทำงานของคนใน องค์การปรับเปลี่ยนจากเดิมมาสู่การมีวินัยในตนเอง มีการศึกษาค้นคว้า เรียนรูตลอดชีวิตยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นมีพลังในการคิด

บรรยากาศการเรียน

อาจารย์ได้ถ่ายทอดความรู้ให้เรื่อง การจัดการความรู้ ให้กับนักศึกษามีการแสดงความคิดเห็น และความรู้ในประเด็นต่างๆ และส่วนห้องเรียนก็สะอาด น่าเรียน สื่ออุปกรณ์ในการเรียนก็สะดวกเรียบร้อยดี และทั้งนี้ อาจารย์ได้ให้นักศึกษาไปศึกษาเพิ่มเติมในเรื่อง องค์ประกอบของการจัดการความรู้มีอะไรบ้าง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อนุทิน_สิปปวิชญ์



ความเห็น (0)