ความหวังในการปฏิรูปการศึกษาไทย

ที่สำคัญ เด็กไทยจะเติบโตขึ้นเป็นคนที่รู้จักตัวเอง เห็นศักยภาพและความถนัดของตนเอง มีความมั่นใจตนเอง และในขณะเดียวกัน ก็มีความเคารพคนอื่น เคารพความแตกต่าง เมื่อโตขึ้นเป็นวัยรุ่น จะไม่เบื่อเรียน ชีวิตจะไม่เฉไฉไปในทางเสื่อมเสีย เด็กติดยา ตั้งครรภ์วัยรุ่น เด็กแว้น และเด็กเดินสู่อบายมุข อื่นๆ จะน้อยลงมาก นี่คือความหวัง และความเชื่อ ในผลของการปฏิรูปการศึกษาไทย ไปสู่การเรียนรู้แบบนักเรียนเรียนโดย การลงมือปฏิบัติ และคิดทบทวนไตร่ตรอง ครูทำหน้าที่ตั้งเป้า ออกแบบการเรียนรู้ และโค้ช / อำนวยความสะดวกในการเรียน


วันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๗ ที่จังหวัดลพบุรี ผมรู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้น ว่าโรงเรียนไทย ครูไทย เปลี่ยนแปลงได้ หลังจากไปเห็นที่ สมุทรสาครจันทบุรีภูเก็ต และ ศรีสะเกษ โดยที่จังหวัดศรีสะเกษเป็นเปลี่ยนแปลงโดย โครงการโรงเรียนสุขภาวะ ที่เหลือเกิดจากโครงการพัฒนาครูด้วยระบบหนุนนำต่อเนื่อง (Teacher Coaching) และยังมีโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ที่เน้นการเรียนรู้แบบ RBL (Research-based Learning) อีกด้วย

โครงการเหล่านี้ มุ่งเปลี่ยนการศึกษาไทย จากการศึกษาเพื่อสร้างผู้ตามแห่งศตวรรษที่ ๑๙ มาเป็น การศึกษาเพื่อสร้างผู้นำแห่งศตวรรษที่ ๒๑ คือเปลี่ยนจากการสอนแบบถ่ายทอดความรู้ มาเป็นการเรียนรู้แบบที่ นักเรียนลงมือปฏิบัติ และคิด เปลี่ยนจากการสอนให้เชื่อครู เชื่อผู้อื่น ให้ฝึกคิดและเชื่อหลักฐานจากการทดลอง หรือการปฏิบัติของตนเอง เปลี่ยนครูจากครูสอน มาเป็นครูฝึก

วันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๗ คณะกรรมการชี้ทิศทางของโครงการ TC ไปเยี่ยมชื่นชมโครงการของจังหวัด ลพบุรี ดำเนินการโดย มรภ. เทพสตรี โดย ดร. ทรงศรี ตุ่นทอง เป็นหัวหน้า และ ศน. วิจิตรา เจือจันทร์ เป็นทีมงานจากเขตพื้นที่การศึกษาที่เข้มแข็งมาก ดร. เจือจันทร์ จงสถิตอยู่ หัวหน้าโครงการ TC ชมว่า ที่นี่มีความร่วมมือระหว่างทีม โค้ชชิ่ง ของมหาวิทยาลัย กับทีมของศึกษานิเทศก์ และเขตพื้นที่อย่างใกล้ชิดกันมาก

การประชุมตอนครึ่งวันเช้า ที่ มรภ. เทพสตรี เป็นการแสดงนิทรรศการของ ๒๐ โรงเรียน และนำเสนอ ต่อที่ประชุมใหญ่โดยผู้อำนวยการโรงเรียน ๕ ท่าน แล้วผู้ทรงคุณวุฒิที่ไปเยี่ยมให้ความเห็น และข้อแนะนำ

ดร. ทรงศรี บอกว่าการประชุมของโครงการ TC ลพบุรีครั้งนี้ มี ๒ วัน คือวันที่ ๒ ตุลาคม ผอ. และครูแกนนำของ ๒๐ โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการมาประชุมปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิธีดำเนินการ และผลที่เกิดขึ้น เพื่อนำเอาผลของการประชุมปฏิบัติการมานำเสนอต่อคณะกรรมการชี้ทิศทางในวันรุ่งขึ้น คือวันที่ ๓ ตุลาคม

ดร. ทรงศรีบอกว่า ทั้ง ๒๐ โรงเรียนต้องการเสนอผลงานของเขาต่อคณะที่ไปเยี่ยมชื่นชม ขอให้ไปชมให้ทั่วทุกนิทรรศการ

ข้อสรุปที่เราได้ คือ ข้อกำหนดของทีม มรภ. เทพสตรี ที่ให้โรงเรียนที่เข้าร่วมต้องนำโดยผู้อำนวยการ โรงเรียน เป็นการออกแบบจัดการการเปลี่ยนแปลงที่ถูกต้อง คือผู้บริหารต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผู้บริหารโรงเรียนต้องถือคุณภาพของผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน เป็นเป้าหมายหลักของการบริหาร

เราได้เห็นว่า โรงเรียนในโครงการได้เปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้ของนักเรียน และรูปแบบการสอนของครู ได้จริงๆ และโรงเรียนชั้นประถม เปลี่ยนแปลงง่ายกว่าโรงเรียนชั้นมัธยม ยิ่งโรงเรียนขนาดเล็ก ยิ่งเปลี่ยนแปลง ง่าย สาเหตุที่ชั้นมัธยมเปลี่ยนแปลงยากกว่า คงจะเป็นเพราะ การออกแบบการเรียนรู้ในระดับชั้นมัธยม ครูต้องแม่นหลักการและเนื้อหาของสาระวิชา

ผมมีข้อสังเกตว่า ครูมักสอนตามเนื้อหาวิชา ไม่สันทัดในการโยงเนื้อหาวิชาเข้ากับชีวิตจริง การพัฒนาครูควรเน้นประเด็นนี้ให้มาก โดยจัดให้มีคลังของ CBL (Case-Based Learning) / PBL (Problem-Based Learning) และมีการจัด workshop ฝึกการออกแบบการเรียนรู้แบบ CBL/PBL และฝึกการโค้ช ในการเรียนแบบนี้

เมื่อเด็กโตขึ้น เริ่มพัฒนาความเป็นตัวตน หรืออัตลักษณ์ของตนเองชัดเจนขึ้น เด็กจะต้องการเรียนสิ่งที่ มีความหมาย หรือมีประโยชน์ต่ออนาคตของตนเอง การรู้ความหมายหรือคุณค่าของวิชาที่เรียน จะเป็นพลังจูงใจ ให้ตั้งใจเรียน ให้มีมานะบากบั่นต่อการเรียน

ความท้าทายของครูชั้นมัธยม คือการศึกษาหาวิธีการออกแบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง โจทย์ที่เอามาเป็นแบบฝึกหัดต้องไม่เป็นทฤษฎีล้วนๆ ต้องเป็นโจทย์ที่เสมือนจริง คือเริ่มจากสถานการณ์ ที่นักเรียนพบในชีวิตประจำวัน โยงเข้าสู่กิจกรรมหรือปัญหา ที่ครูนำมาใช้เป็นโจทย์ให้นักเรียนเรียนรู้ สาระวิชานั้นๆ

ผมขออภัย ที่จะต้องวิจารณ์วงการศึกษาไทยตรงๆ ว่ามีการสร้างวัฒนธรรมที่มีแต่เปลือก ไม่ค่อยมี แก่นหลายอย่าง อย่างหนึ่งคือวัฒนธรรมอวดผลงาน โดยการจัดนิทรรศการ เอารูปหรือเอกสารผลงาน มาวางจนลานตาไปหมด หลายครั้งผมพลิกดูหาเนื้อข้างใน หาไม่พบสาระที่แท้จริง ในนิทรรศการครั้งนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียนสิงหฤกษ์ประสิทธิ์ ชื่อวิศนุ อดิศรชูชัย บอกผมว่า ต่อไปหากมีการจัดงานเช่นนี้อีก ท่านจะไม่จัดนิทรรศการแบบอวดผลงานอย่างที่จัดในวันนี้ แต่จะนำกระบวนการจัดการเรียนรู้ (Learning Process) ของนักเรียน มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพราะจะทำให้ได้รับความรู้อย่างแท้จริง สำหรับนำไปพัฒนางาน ผมชื่นใจมาก ที่ท่านจับประเด็นนี้ได้

ตัวชูโรงของงานในตอนเช้าคือลิเกของโรงเรียนวัดโพธิ์เก้าต้น ซึ่งอ่านได้จากข่าวหนังสือพิมพ์ปี ๒๕๕๓ ที่นี่ ซึ่งบอกว่าทางโรงเรียนฝึกศิลปะการแสดงให้เด็กมาก่อนหน้าจะเข้าโครงการ TC ผมไม่แน่ใจว่าความเด่นดัง ของลิเก จะบดบังผลลัพธ์การเรียนรู้ด้านอื่นๆ หรือไม่ แต่เดาว่าไม่ เพราะเมื่อได้พูดคุยถามปัญหาคณิตศาสตร์ กับนักแสดงชั้น ป. ๑ ก็พบว่าตอบได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ และถามนักเรียน ป. ๕ ที่แต่งเครื่องแบบนักเรียนมานั่งอยู่ เธอบอกว่าเธอก็เล่นลิเก แต่วันนี้ไม่ได้เล่น มาทำหน้าที่แต่งหน้าให้นักแสดง การโต้ตอบสะท้อนคุณลักษณะส่วน non-cognitive development ที่ดี

ตอนบ่ายเราไปเยี่ยมชมโรงเรียนชั้นประถมหนึ่งโรง คือโรงเรียนวัดสระมะเกลือ ที่มีที่ดินกว้างขวาง แต่เป็นที่ลุ่ม จึงใช้พื้นที่ทำนาเสียเลย และโรงเรียนมัธยมหนึ่งโรง คือโรงเรียนท่าวุ้งวิทยาคาร สังกัด สพม. ๕ ที่มีนักเรียน ๖๖๗ คน ครู ๔๓ คน

โรงเรียนทั้งสองเตรียมตัวให้เราไปเห็นกิจกรรมการเรียนรู้อย่างเต็มที่ โรงเรียนวัดสระมะเกลือต้องการ ให้เราเห็นวิธีจัดการเรียนรู้จากการทำนา จึงชลอการเกี่ยวข้าวไว้รอคณะของเรา ผมเห็นกิจกรรมการเรียน ก่อนเกี่ยวข้าว และระหว่างเกี่ยวข้าวของนักเรียนทั้งโรงเรียน (๕๖ คน) แล้ว มีความเห็นว่าน่าจะพาครูโรงเรียน วัดสระมะเกลือไป ลปรร. กับครู โรงเรียนรุ่งอรุณ เรื่องวิธีจัดการเรียนรู้จากกิจกรรมการทำนา แก่นักเรียนชั้น ประถม หรือจะเชิญครูและนักเรียนโรงเรียนรุ่งอรุณไปที่จังหวัดลพบุรี สักอย่างละ ๒ - ๓ คน ไป ลปรร. กับครูโรงเรียนวัดสระมะเกลือ และครู โรงเรียนอื่นที่สนใจ ผมเข้าใจว่า โรงเรียนรุ่งอรุณออกแบบการเรียนรู้ จากการทำนา ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ครบทุกหน่วยสาระ และเรียนได้ในระดับการเรียนรู้ที่สูงมาก

ที่โรงเรียนท่าวุ้งวิทยาคาร เราได้สังเกตห้องเรียน ม. ๖ วิชาคณิตศาสตร์ ชั้น ม. ๒ วิชาภาษาอังกฤษ และชั้น ม. ๕ วิชาวิทยาศาสตร์ ที่จริงช่วงต้นเดือนตุลาคม นักเรียนเรียนจบเทอมแรก และกำลังเตรียมตัวสอบ แต่ทางโรงเรียนกรุณาชลอการเรียนไว้รอคณะของเรา

หลังเยี่ยมชมชั้นเรียน เราไปนั่งคุยกันในห้องประชุมติดกับห้องผู้อำนวยการโรงเรียน เราทราบมาก่อน แล้ว ว่า โรงเรียนนี้ถูกขนาบโดยโรงเรียนประจำจังหวัดสิงห์บุรี และโรงเรียนประจำจังหวัดลพบุรี เด็กที่ผล การเรียนดีจึงไปเข้าโรงเรียนทั้งสอง เหลือที่ไปที่อื่นไม่ได้ จึงมาเรียนที่โรงเรียนท่าวุ้งวิทยาคาร ทางโรงเรียน จึงต้องหาทางจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กที่เรียนไม่เก่งนักเหล่านี้

เรื่องเด็กเรียนไม่เก่งนักนี้ เป็นเรื่องใหญ่มาก สำหรับระบบการศึกษาไทย เพราะเป็นเด็กนักเรียน ส่วนใหญ่ของประเทศ ผมประมาณว่าคิดเป็นร้อยละ ๘๐ ของนักเรียนทั้งหมด

ระบบการศึกษาไทยแบบที่เป็นอยู่ ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กร้อยละ ๘๐ นี้ และที่เรากำลังขับเคลื่อน การเปลี่ยนแปลงอยู่นี้ก็เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้ มีการเรียนรู้บรรลุ mastery learning ได้ ผมเชื่อว่า Activity-based Learning ที่ครูทำ coaching และ facilitate การเรียนรู้เป็น จะช่วยให้เด็กกลุ่มนี้เกือบทั้งหมดบรรลุการเรียนรู้ ตามเป้าหมายได้ ซึ่งหมายความว่า ศักยภาพของประชากรไทย จะเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย

ที่สำคัญ เด็กไทยจะเติบโตขึ้นเป็นคนที่รู้จักตัวเอง เห็นศักยภาพและความถนัดของตนเอง มีความมั่นใจตนเอง และในขณะเดียวกัน ก็มีความเคารพคนอื่น เคารพความแตกต่าง เมื่อโตขึ้นเป็นวัยรุ่น จะไม่เบื่อเรียน ชีวิตจะไม่เฉไฉไปในทางเสื่อมเสีย เด็กติดยา ตั้งครรภ์วัยรุ่น เด็กแว้น และเด็กเดินสู่อบายมุข อื่นๆ จะน้อยลงมาก

นี่คือความหวัง และความเชื่อ ในผลของการปฏิรูปการศึกษาไทย ไปสู่การเรียนรู้แบบนักเรียนเรียนโดย การลงมือปฏิบัติ และคิดทบทวนไตร่ตรอง ครูทำหน้าที่ตั้งเป้า ออกแบบการเรียนรู้ และโค้ช / อำนวยความสะดวกในการเรียน

การไปเยี่ยมโครงการ TC ที่ลพบุรี ทำให้ผมมั่นใจยิ่งขึ้น ว่าเราเดินมาถูกทาง แต่ก็ยังมีความท้าทาย รออยู่ข้างหน้าอีกมาก ในการพัฒนาครู ให้รู้จักวิธีตั้งโจทย์การเรียนรู้ ให้เชื่อมโยงกับชีวิตจริง ให้โจทย์ การเรียนรู้ไม่เป็นโจทย์ที่แห้งแล้ง ไร้ชีวิตชีวา




บรรยกาศในห้องประชุมที่ มรภ. เทพสตรี


มีนิทรรศการแบบนี้ ๒๐ โรงเรียน


ลิเกแสดงโดยนักเรียนของโรงเรียนวัดโพธิ์เก้าต้น


โรงเรียนวัดสระมะเกลือ นักเรียน ๖ ชั้น ๕ต คน เตรียมเรียนก่อนลงมือปฏิบัติการเกี่ยวข้าว


ประชุมกลุ่มคละชั้น


เกี่ยวข้าว มีพี่ทหารมาช่วย


โรงเลี้ยงไก่ไข่ ๗๐ ตัว สำหรับเป็นอาหารกลางวัน


โรงเรียนท่าวุ้งวิทยาคาร ชั้น ม. ๖ วิชาคณิตศาสตร์


ชั้น ม. ๒ วิชาภาษาอังกฤษ ให้อ่านประโยคในจอตามเพื่อนต้นเสียง



ชั้น ม.๕ วิชาโครงงานวิทยาศาสตร์ การนำเสนอผลงาน


ประชุม feedback การสังเกตชั้นเรียน ที่โรงเรียนท่าวุ้งวิทยาคาร


วิจารณ์ พานิช

๔ ต.ค. ๕๗

โรงแรมแคนทารี เบย์ รีสอร์ท ระยอง


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)