ทัพพีไม่รู้รสแกง

ที่สำนักปฏิบัติธรรมปลายนา (เศวตรฉัตรสมบูรณ์) ชาวบ้านมักเรียกว่า วัดปลายนา แต่โดยกฎหมายคณะสงฆ์นั้น จะยังเป็นวัดไม่ได้ มนุษย์นี้ก็แปลก ตั้งเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อจะบอกว่า อะไรเป็น อะไรไม่เป็น ทั้งที่บางอย่างนั้นเป็น แต่ก็ไม่อาจจะเป็นได้

ในวันพระ ๑๕ ค่ำ หรือวัดหยุดนักขัตฤกษ์ จะมีชาวบ้านมาทำบุญเต็มลานอิฐ ก่อนจะฉันข้าว พระจะนำสวดมนต์ และปฏิบัติกรรมฐานก่อน เป็นแนวของหลวงพ่อเทียน โดยการเอาจิตไปจดจ่อกับการเคลื่อนไหวของแขน ช่วงนี้ทางสำนักปฏิบัติธรรมกำลังหาแรงงานตามศรัทธาเพื่อปูลาดอิฐใหม่ เพื่อนของผมคนหนึ่งก็ไปช่วยที่สำนักนี้ทุกวันอาทิตย์ เขาบอกว่า ไปทำงานอย่างนั้น สบายใจดีไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องเครียดกับการต้องคิดงานวิจัยและวิชาการ

หากไปสำนักนี้ฯ นอกจากจะพบพระคุณเจ้าแล้ว ก็จะพบคุณยายคนหนึ่ง ผมรู้สึกชื่นชอบคุณยายท่านนี้ เพราะท่านแต่งตัวสะอาดแบบบ้านๆ ดูเรียบร้อย ไม่กาววาว เหมาะสมกับวัย ดูนิ่งๆ ไม่พูดมาก ใบหน้าผ่องใส น่าเคารพกราบไหว้ ท่านจะคอยจัดอาหาร เรียงอาหาร จากชาวบ้านที่นำมาทำบุญ ส่วนไหนพอจะเก็บไว้ได้ ก็จะแยกไว้ ฯลฯ ดูเหมือนคุณยายน่าจะเป็นนักปฏิบัติธรรมด้วย อีกท่านหนึ่งที่เราเรียกกันคือคุณปู่ เป็นชายสูงอายุ ใส่ชุดขาวแต่คล้ำแล้ว มองดูเหมือนนักปฏิบัติธรรมตัวยง ชุดขาวคล้ำก็คล้ายกับเราได้ผ่านการใช้ประโยชน์มานาน นึกถึงเมื่อถูกบังคับให้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดภัททันตะฯ ชลบุรี จำนวน ๓๐ วันเต็มๆ มีลุงคนหนึ่งใส่ชุดขาวคล้ำแบบนี้ ท่านนอนง่าย กินง่าย ตั้งใจปฏิบัติมาก พวกหนุ่มสาวต้องอายเลยทีเดียว แต่คุณปู่ที่สำนักปฏิบัติธรรมฯที่ผมกำลังกล่าวถึงนี้ ท่านอัธยาศัยดี แต่...คนที่มาวัดบ่อย ดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจท่านเท่าไร เพราะจะเป็นคุณปู่ที่วุ่นวายมากกว่า ผมไม่ได้ไปบ่อย และไม่ได้คิดอะไร กับคุยยายนั้น ผมไม่เคยคุยเลย ใช้วิธีการสังเกตอย่างเดียว อีกอย่างหนึ่ง ไปสำนักฯแบบนั้น จะไปคุยกันก็กระไรอยู่ เมื่อเดือนที่ผ่านมา ผมไปโบสถ์พระแม่ฯ ที่จันทบุรี โบสถ์นี้เขาทำได้สวยงามมาก เข้าไปข้างในแล้วเย็นสบาย มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่ด้วย บางคนใช้กิริยาไม่สุภาพ ก็จะถูกปรามจากเจ้าหน้าที่ โดยให้ออกไปข้างนอก เข้ามาภายในโบสถ์ต้องแต่งตัวมิดชิด สงบ ไม่คุย เพื่อความเคารพสถานที่ น่าเสียดายที่โบสถ์ของชาวพุทธ และวัดของชาวพุทธจำนวนมาก เราได้แต่ศรัทธาแต่ไม่ได้แสดงความเคารพในศรัทธานั้น กล่าวถึงคุณปู่อีกครั้งหนึ่ง ท่านเป็นคนชวนผมคุยเอง เมื่อมีคนซักถามโน้น นี่ นั้น การจะไม่ตอบหรือก็กระไรอยู่ ผมจึงรู้จักปู่ในระดับห่างไกล แตกต่างจากเพื่อนของผม เขาจะไปช่วยงานที่นั้นทุกวันอาทิตย์ แล้วเขาก็พบว่า การที่ปู่มาวัดนั้น ไม่ได้มาเพื่อปฏิบัติธรรม ชาวบ้านเขาสวดมนต์ไหว้พระ นั่งกรรมฐาน แต่ปู่ไม่ได้ทำอย่างนั้น ปู่ยังพูดอีกว่า "จะทำไปทำไม บุญอะไรจากการทำอย่างนั้น ปู่ต่างหากที่มีบุญ เพราะปู่จะมาวัดทุกวัน มารออาหารจากพระ จากนั้นก็กินข้าววัด แล้วเอาของที่เหลือนั้นเก็บไปกินที่บ้าน ในเชิงเศรษฐศาสตร์แล้วเกินคุ้ม อาหารที่ปู่ถือกลับบ้านนั่นแหละบุญ เป็นบุญของผม (ปู่จบปริญญาตรี ไม่มีลูกไม่มีภรรยา อยู่คนเดียว) บุญทำให้ผมอิ่ม" ระหว่างที่ปู่สาธยายสรรพคุณ ปกติจะไม่มีใครว่าอะไรปู่อยู่แล้ว เพราะมารยาททางสังคม แต่เพื่อนของผมคนนี้ค่อนข้างตรงๆ "น่าเสียดายนะปู่ คนเขาไหว้พระสวดมนต์ ก็รู้ว่าการไหว้พระสวดมนต์นั้นจะมีผลที่ดีอย่างไร คนเขาปฏิบัติธรรม ตามคำสอนในศาสนาของตนๆ แต่ปู่ก็มองว่า ไร้ประโยชน์ ปู่ก็เหมือนกับทัพพีที่ไม่รู้รสแกง" ปู่...?

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า ประสบการณ์และความคิด



ความเห็น (0)