​ชีวิตที่พอเพียง : ๒๒๘๒. ทัวร์ปักกิ่ง

          บ่ายวันอาทิตย์ที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๗ ผมมีเวลาว่างครึ่งวัน ไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ Concierge หาทางซื้อกรุ๊ปทัวร์ชมเมือง เขามีแต่ชนิดเต็มวัน สุดท้ายได้ไก๊ด์พาเดินเที่ยว สาวเจ้าหน้าที่บอกว่าโรงแรมอยู่ไม่ห่างจากบริเวณจตุรัสเทียนอันเหมิน พระราชวังต้องห้าม และพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติ เวลา ๔ ชั่วโมงไกด์พาเดินเที่ยวชมได้สบาย นัดกัน ๑๓.๓๐ น.

          ผมไปตามเวลานัด ไกด์มารออยู่แล้ว ผมนึกชมอยู่ในใจว่าตรงเวลาดี เป็นผู้ชายจีนอายุ ๔๔ ชื่อ มาร์ค พูดภาษาอังกฤษชัด และความรู้ดี เขาแนะว่าไปแท้กซี่ดีกว่า เพราะเดินใช้เวลา ๒๐ นาที ซึ่งก็จริงเพราะค่าแท้กซี่ถูก เพียง ๑๔ หยวน หรือ ๗๐ บาท ประหยัดแรงเอาไว้เดินในบริเวณที่จะเที่ยวดีกว่า

          เราต้องไปเข้าบริเวณจัตุรัสเทียนอันเหมิน ตรงทางเข้าที่มีการตรวจรักษาความปลอดภัย ด้วยเครื่อง เอ๊กซเรย์ บริเวณจตุรัสกำลังตกแต่งต้อนรับวันหยุดงานแห่งชาติ ๑ ตุลาคม

          คุณมาร์ค บอกว่าจัตรัสนี้อายุ ๖๐๐ ปี เดิมเป็นที่อยู่ของคนที่ทำงานให้แก่วัง ต่อมารื้อทำเป็นจัตุรัส เราเดินข้ามจัตุรัสที่มีคนมากมาย ไปยังทางเข้าพระราชวังต้องห้าม (The Forbidden City) ซื้อตั๋วคนละ ๘๐ หยวน แล้วเข้าไป เขาบอกว่า ดีนะนี้ที่มาตอนบ่ายคนบางลงแล้ว ซึ่งผมก็ว่าคนยังมากอยู่ดี

          เราเดินตามเส้นทางเดินของจักรพรรดิ์ จากฝั่งหนึ่งของวังไปออกประตูฝั่งตรงกันข้าม จะเป็นเหนือ-ใต้ หรือออก-ตก ก็ลืมไปแล้ว ระยะทาง ๑ กิโลเมตร พระจักรพรรดิ์ย้ายเมืองหลวงจากนานกิงมาที่นี่ โดยใช้เวลาก่อสร้าง ๑๔ ปี ใช้คน ๑ ล้านคน มีห้อง ๘,๗๐๐ ห้อง พื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า ๙๐๐ x ๗๐๐ เมตร เขาว่าหนัง The Last Emperor เป็นหนังเรื่องเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ ถ่ายทำที่นี่

          เราเดินผ่านอาคารหลายชั้น ในตัวอาคารจริงๆ เขาให้เพียงชะโงกดูหรือถ่ายรูป แต่คนแน่นมาก ผมค่อยๆ ฟื้นความจำว่าเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว ตอนมาชมในฐานะแขกของรัฐบาลจีน (อาศัยบารมีของสาวน้อย ที่ได้รับทุนรัฐบาลจีนไปเรียน ฝังเข็มที่นานกิง ๓ เดือน พอจบคู่สมรสก็นัดกันไปรับที่นานกิง แล้วนั่งรถไฟบ้างเครื่องบินบ้างเที่ยวเมืองจีน ตอนนั้นเข้าใจว่ามีหมอไทยไปเรียน ๕ คน) เราไปเดินลึกเข้าไปแบบนี้หรือเปล่า ในที่สุดก็จำได้ว่าเดินทะลุแบบเดียวกัน เพราะตอนสุดไปอีกฝั่งหนึ่งมีเจดีย์จีนอยู่บนเขา ผมถามว่าอะไร เขาจึงบอกว่าเป็นเจดีย์ และภูเขานั้นถมขึ้น เพื่อให้เป็นฮวงจุ้ยที่ดี ผมจึงจำได้ว่าเมื่อ ๓๐ ปีก่อน คนที่พามา ซึ่งเป็นข้าราชการจีน และภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่น ก็บอกเช่นนี้

          ช่วงที่อยู่ลานด้านนอก ระหว่างรอคุณมาร์คไปซื้อตั๋ว คนแน่นขนัด ทำให้ผมระลึกได้ว่า ตอนมาที่ปักกิ่งเมื่อ ๓๐ ปีก่อน ผมตกใจมากที่ตามถนนหนทางมีคนเดินแน่นขนัดมากมายขนาดนั้น คนที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน และในพระราชวัง เป็นนักท่องเที่ยวจีนทั้งสิ้น

          คุณมาร์ค พาผมเดินไปหาแท็กซี่ ผ่านแท็กซี่ที่จอดอยู่ใกล้ๆ ผมถามว่านั่นก็แท็กซี่ไม่ใช้หรือ เขาบอกว่าพวกนั้น ราคาแพง เขาโก่งราคา ต้องเดินไปจนสุดคูล้อมรอบกำแพงวัง จึงจะหาแท็กซี่ได้ แต่ก็ถามอยู่หลายคันจึงจะยอมไป รถแท็กซี่จีนสกปรกกว่าไทย

          คุณมาร์คแปลกใจที่ผมสนใจไปชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะ เขาบอกว่าไม่เคยมีลูกค้าขอให้พาไปที่นั่นเลย เข้าชมฟรี แต่ต้องเอาบัตรไปแสดง แลกกับบัตรผ่านประตู เขามีแผ่นพับที่พอมีภาษาอังกฤษบ้าง ผมหยิบมาอ่านที่โรงแรม พบว่าภาพในแผ่นพับเป็นภาพประวัติศาสตร์การปฏิวัติเป็นส่วนใหญ่ ไม่ตรงกับภาพจัดแสดงในขณะนี้

          เราขึ้นลิฟท์ไปชั้น ๕ แล้วชมไล่ลงมา ที่ชั้น ๕ เป็นนิทรรศการ “ผ่านอดีต วาดอนาคต” (Tracing the Past, Painting the Future) เป็นภาพวาดแบบจีนโบราณ เน้นนกและดอกไม้ ของศิลปินจีนชื่อ Wu Changshuo และศิษย์

          ที่ชั้น ๔ และ ๓ เป็นภาพ abstract เสียดายที่คำอธิบายเป็นภาษาจีนทั้งหมด ผมได้แต่ถามจากคุณมาร์ค พบว่ามี ๒ รูปเป็นของปิกัสโซ ส่วนที่ชั้น ๒ ปิด ชั้น ๑ เป็นร้านขายของ ของพิพิธภัณฑ์

          เมื่อออกจากพิพิธภัณฑ์ คุณมาร์คชวนยิกให้ไปร้านชา ว่าไปชิมชาอร่อยๆ เวลาเพิ่ง ๑๖ น. ยังมีเวลาเหลือตั้งชั่วโมงครึ่ง เพราะกำหนดเวลาของทัวร์ทั้งหมด ๔ ชั่วโมง แต่ผมชวนกลับโรงแรมเพื่อพักผ่อนและทำงานต่อ เพราะบ่ายนี้ได้เที่ยว ๒ พิพิธภัณฑ์ เพียงพอแล้ว ค่าทัวร์ ๖๐๐ หยวน เสียค่าแท็กซี่ไป ๓ ทอด ๑๔ + ๑๔ + ๑๕ หยวน

          สรุปว่า ทัวร์ปักกิ่งครั้งนี้ ไป ๓ ที่ คือ จัตุรัสเทียนอันเหมิน, พระราชวังต้องห้าม, และพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติ

จัตุรัสเทียนอันเหมิน

ทางเข้าพระราชวังต้องห้าม

สมัยก่อนผู้ที่จะเดินบนลู่กลางของถนนคือจักรพรรดิ์เท่านั้น เวลานี้ใครๆ ก็เดินได้

จากพระที่นั่งชั้นแรก ถ่ายออกไปด้านนอกที่เพิ่งผ่านมา

จากพระที่นั่งแรก ถ่ายไปทางพระที่นั่งที่สอง Tai He Dian - Hall of Supreme Harmony

อ่างน้ำดับเพลิง พระที่นั่งเกิดไฟไหม้จากฟ้าผ่าหลายครั้ง

สวนในวัง ต้นไม้อายุ ๔๐๐ ปีลงมา สร้างสมัยจักรพรรดิ์เฉียนหลง

ภูเขาหินและหอชมวิว สร้างสมัยเฉียนหลงเช่นกัน

ภูเขาหลังวัง สร้างขึ้นให้มีฮวงจุ้ยดี

คูน้ำล้อมรอบวังกว้าง ๕๐ เมตร ลึก ๒.๕ เมตร และหอคอยระวังภัย

พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติ

ภาพนกและดอกไม้

ภาพนกและดอกไม้

วาดโดยปิกัสโซ่

รอด้วยความหวัง

วิจารณ์ พานิช

๒๒ ก.ย. ๕๗

บนเครื่องบินไทยกลับกรุงเทพ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)