มหาตมะ คานธี กับการต่อสู้ตามแนวทางอหิงสา             มหาตมะ คานธี ถือกำเนิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1869 ณ เมืองโพธิปันคาร์ เมืองเล็กๆ ในแคว้นกาฐิยาวาท ท่านเกิดมาในวรรณะแพศย์ ซึ่งเป็นตระกูลที่เคยมีอาชีพในการค้าขายเครื่องเทศและเป็นตระกูลที่มีบทบาททางการเมืองมาโดยตลอด ท่านมีชีวิตเกิดมาเพื่อทำคุณประโยชน์แก่ผู้อื่นทั้งสิ้น ชีวิตคานธีเป็นชีวิตที่เรียบง่าย ประกอบไปด้วยเมตตา สัจจะ อ่อนน้อม และอหิงสา             ความสับสนวุ่นวายยุ่งเหยิงในอินเดียขณะที่อังกฤษปกครอง ทำให้ท่านก้าวมามีบทบาทในการเรียกร้องเอกราชของอินเดีย คานธีคิดว่าท่ามกลางปัญหาและความขัดแย้งต่างๆ ไม่จำเป็นต้องแก้ไขด้วยวิธีการรุนแรงหรือวิธีแห่งสงครามเสมอไป มนุษย์ยังมีทางเลือกอื่นช่วยในการลดปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งท่านเรียกว่า หลักอหิงสา คือ ความไม่เบียดเบียน เป็นวิธีที่ลดปัญหาความขัดแย้งได้ และท่านก็ได้นำวิธีดังกล่าวมาใช้เรียกร้องเอกราชให้กับอินเดีย             หลักอหิงสาตามปรัชญาของคานธี คือความไม่เบียดเบียน ซึ่งถือว่าเป็นหลักใหญ่และเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุด โดยจะสามารถแยกได้ดังนี้             1. ความรัก เป็นหัวใจของอหิงสา ไม่มีใครที่จะสามารถต้านทางความรักที่บริสุทธิ์ได้ และด้วยความรักที่บริสุทธิ์นี้ ท่านได้ชนะจิตใจของประชาชนและชนะจิตใจศัตรูของท่านได้             2. ความอดทน หลักอหิงสาต้องอาศัยความอดทนอย่างใหญ่หลวง จึงจะสามารถนำผลสำเร็จอันยิ่งใหญ่มาได้ มันไม่ใช่วิธีที่จะได้มาในเพียงข้ามคืน แต่ก็เป็นวิธีที่แน่นอนและถูกต้องที่สุดในการที่จะเอาชนะจิตใจและความรักจากผู้อื่นได้             3. ความกล้าหาญ หมายถึง การปราศจากความกลัวในทุกลักษณะ เช่น ความกลัวตาย ความกลัวการประทุษร้าย กลัวความยากจน หิวโหย เป็นต้น ซึ่งชีวิตของคานธีก็เป็นตัวอย่างอันดีที่สุดของบุคคลที่ปราศจากความกลัว             4. ความบริสุทธิ์ คานธีจะคอยตรวจสอบชำระจิตใจของตัวเองให้บริสุทธิ์อยู่เสมอในทางการเมือง โดยคานธีจะใช้วิธีสงบแต่เฉียบขาด บนพื้นฐานของความบริสุทธิ์และความยุติธรรมเสมอ เมื่อใดที่ท่านเห็นว่าประชาชนของท่านเริ่มใช้วิธีรุนแรง ท่านก็จะทักท้วง และถ้าจำเป็นท่านก็จะหยุดความเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งหมด โดยจะหันกลับมาสำรวจความบกพร่องของตนเองและประชาชนของท่าน             5. ความซื่อสัตย์และความจริงใจ คานธีเชื่อว่า ทั้ง 2 สิ่งนี้จะช่วยให้พ้นจากความทุกข์และภาระยุ่งยากทั้งปวงที่จะเกิดขึ้นได้             ความตั้งใจจริงของคานธีที่จะดำเนินตามหลักอหิงสา ทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องจากที่ต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทม์ได้เคยกล่าวสรรเสริญคานธีไว้ตอนหนึ่งว่า เขาเป็นบุคคลที่ไม่มีอันตราย เขาได้ทิ้งพลังทางใจไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้เป็นมรดก ซึ่งสักวันหนึ่งในกาลข้างหน้า อำนาจพลังทางใจดังกล่าวจักต้องมีเหนือกำลังรบและอาวุธยุทธภัณฑ์ และเหนือลัทธิประหัตประหารกันอย่างหฤโหด