IGCSE ระบบการเทียบวุฒิชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย มาตรฐานประเทศอังกฤษ

IGCSE คือ อะไร
IGCSE คือ ระบบการเทียบวุฒิชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งหลักสูตรได้รับการยอมรับหรือวางมาตรฐานเอาไว้ในเครือสหราชอาณาจักรหรือ ระบบประเทศอังกฤษ โดยการสอบ IGCSE นั้น น้องๆ จะต้องเลือกสอบ 5 วิชาด้วยกันค่ะ โดย 5 วิชานี้ประกอบไปด้วยวิชาพื้นฐาน ฟัง พูด เขียนภาษาอังกฤษนะค่ะ ซึ่งอีก 2 วิชาคือวิชาเฉพาะที่น้องๆ สามารถเลือกสอบได้ตามความถนัดและความสามารถของตนเองค่ะ โดยวิชาที่น้องเลือกสอบทั้ง 5 วิชา น้องๆสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นCore และ Extended หากน้องๆ เลือกสอบระดับ Core ซึ่งเป็นระดับมาตรฐานที่ง่ายกว่า แต่น้องจะได้เกรดเพียงแค่ C, D, E, F, G เท่านั้น แต่ถ้าน้องเลือกสอบ Extended น้องๆจะมีโอกาสได้เกรด A กับ B ด้วยค่ะและ C, D, E, F, G ก็ยังคงได้อยู่ค่ะ เพราะฉะนั้นในการสอบควรจะมีความระมัดระวัง หลังจากที่น้องๆ สอบผ่านทั้ง 5 วิชาแล้ว น้องจะต้องเลือกวิชาที่ได้เกรด C ขึ้นไป หมายความว่า เกรด A , B, C แล้วเลือก 5 วิชานั้นไปยืนแปลงวุฒิที่กระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทยค่ะ และสิ่งที่น้องๆ จะได้มาคือ ใบจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ

แต่ถ้าหากน้องๆ ต้องการจะนำคะแนนหรือว่าวิชาใน IGCSE นั้น ไปยืนศึกษาต่อในต่างประเทศ น้องๆ ต้องหาข้อมูลก่อนค่ะว่ามหาลัยในประเทศนั้น สาขา ภาควิชานั้นต้องการคะแนนหรือเกรดในวิชาไหนเป็นพิเศษหรือไม่ ซึ่งถ้าต้องการแล้วเขาจะต้องการเกรด A ในวิชายากๆ สาขาวิชาเฉพาะที่น้องต้องการไปเรียนค่ะ เพราะฉะนั้น IGCSE มันเป็นแค่พื้นฐานมันจึงไม่เพียงพอ เพราะน้องๆต้องไปต่อยอดในวิชานั้นเพิ่มเติมด้วย ก่อนที่จะเอา IGCSE ไปยืนขอย้ำอีกทีคะควรจะศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนว่าเขาต้องการเกรด A ในวิชาใดหรือไม่ 

ถ้าสนใจสมัครสอบจะ สามารถสมัครสอบได้ที่ไหนอย่างไร และเปิดสอบช่วงไหนบ้าง
การสมัครสอบ IGCSE ในประเทศไทยจะมี 2 แบบ คือ

แบบที่ 1 สถานศึกษานั้นจัดสอบขึ้นเอง ถ้าสถาบันการศึกษาของน้องๆ มีการจัดสอบมันก็จะง่ายขึ้นค่ะ เพราะเขาจะจัดการให้น้องๆ หมดเลย
แบบที่ 2 ไปสมัครสอบเองได้ที่ British Council Thailand ซึ่งอยู่ที่สยามสแควร์ หรือสมัครก่อนที่ www. britishcouncil.org/th หลังจากที่ได้สมัครสอบแล้วเขาก็จะให้น้องๆ ไปสอบตามสถานที่ที่ได้แจ้งไว้ค่ะ

วิเคราะห์ภาพรวมของข้อสอบ IGCSE เป็นอย่างไร
เนื่องจาก IGCSE คือ ระบบการสอบเทียบที่ใช้ความรู้พื้นฐานในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ฉะนั้นเด็กๆที่จะสอบ IGCSE จะเด็กมากค่ะ ซึ่งจะอยู่ในระหว่างช่วงอายุ 15-17 ปีค่ะ ฉะนั้นบางวิชาของน้องๆ อาจจะไม่เคยเรียนมาก่อนเลย น้องๆ จะต้องปรับความรู้พื้นฐานเสียก่อนให้เข้าใจขอบเขตและรายละเอียดของวิชานั้นๆ ก่อนเสมอนะค่ะ แล้วหลังจากนั้นเราต้องทำแบบฝึกหัด เพื่อที่จะให้มั่นใจได้ว่าเราทำได้จริงๆ แน่นจริงๆ ในวิชานั้น และสุดท้ายคือการทำ Paper Pass ในวิชานั้น พี่เปิ้ลมั่นใจนะค่ะว่านักเรียนคนใดก็ตามที่ทำ Paper Pass 10 ชุดขึ้นไป ฉะนั้นขั้นตอนที่พี่เปิ้ลได้แจ้งไว้ในเวลา 3 เดือนจะเพียงพอที่จะให้น้องๆ สอบผ่านอย่างแน่นอนค่ะ

ส่วนช่วงเวลาที่จะสอบ IGCSE นั้น ในประเทศไทยเรานะค่ะจะมีการสอบเพียงแค่ 2 ช่วงเท่านั้น คือพฤษภาคม – มิถุนายนและอีกช่วงหนึ่งประมาณ พฤศจิกายน ซึ่งน้องจะต้องดูวันสอบอย่างระเอียดที่ www. britishcouncil.org/th เพื่อให้รู้วันสอบที่แน่นอน

เปรียบเทียบ IGCSE กับข้อสอบSAT ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
IGCSE คือ ข้อสอบที่วัดความรู้พื้นฐานของน้องๆ เพื่อที่จะให้มั่นใจได้ว่าน้องๆ มีความรู้พื้นฐานเพียงพอในการที่จะจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายได้ แต่การสอบ SAT นั้น คือข้อสอบที่น้องจะต้องเอาคะแนนนี้ มันเป็นการสอบแข่งนั้นเพราะฉะนั้นคะแนนนี้ต้องผ่านการเรียงลำดับจากคะแนนมาก ไปสู่ผู้ที่ได้คะแนนน้อยแล้วก็ไปยื่นเข้ามหาวิทยาลัยหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทย ฉะนั้นขอบเขตเนื้อหาคล้ายกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นวิชาหลักๆ ไม่ว่าจะเป็นคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษคล้ายกัน แต่ถ้าเป็น SAT ต้องระวังค่ะเพราะเป็นข้อสอบที่จับเวลา วัดความรอบคอบ เพื่อที่ทางมหาวิทยาลัยจะมั่นใจว่า หากรับน้องๆ เข้าไปแล้วน้องๆจะมีความรอบคอบและโตพอที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้ นอกจากจะมีการจับเวลาแล้วใน SAT ถ้าทำผิดติดลบด้วยค่ะ จะเห็นว่าขอบเขตของข้อสอบเหมือนกันค่ะ แต่ทริคในการฝึกการทำแบบฝึกหัดจะแตกต่างกันมากเท่านั้นเองค่ะ

ระหว่าง IGCSE กับ GED นักเรียนควรจะเลือกสอบแบบไหนมากกว่ากัน
GED เป็นข้อสอบแบบ Multiple-choice เป็นตัวเลือกสามารถเลือกตอบได้ แต่ IGCSE เป็นข้อสอบแบบเติมคำ เขียนแสดงวิธีทำ เพราะฉะนั้น IGCSE จะยากกว่า ขอบเขตเนื้อหาใกล้เคียงกันค่ะ แต่ถ้าหากน้องๆ ไม่ทำการบ้านไม่ฝึกทำแบบฝึกหัด IGCSE จะมีโอกาสพลาดได้มากกว่า แต่ถ้าจะให้บอกว่าจะสอบแบบไหนดีกว่ากัน พี่เปิ้ลอยากจะบอกว่า ก่อนที่น้องจะเลือกสอบแบบใด ให้น้องๆ ดูว่ามหาวิทยาลัยที่น้องจะเข้านั้นต้องการสิ่งใด ซึ่งบางมหาวิทยาลัยยอมรับ GED แต่บางมหาวิทยาลัยต้องการ IGCSE ฉะนั้นการเลือกที่จะสอบก็ขึ้นอยู่กับว่าน้องๆ วางแผนไว้อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรนานาชาติ เคยประกาศว่าจะไม่รับ GED แล้ว แต่ก็ยังอนุโลมให้อยู่ การที่น้องจะสอบ GED น้องๆ ต้องมั่นใจค่ะว่ามหาวิทยาลัยนั้นยังรับอยู่

เมื่อสอบ IGCSE ผ่านแล้ว จะต้องแปลงวุฒิอย่างไรบ้าง
หากน้องๆ สอบผ่านทั้ง 5 วิชา และได้เกรด C ขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว ให้น้องๆ นำคะแนนนี้ไปยื่นกับกระทรวงศึกษาธิการและรอประมาณ 15 วันโดยประมาณ ซึ่งอาจจะเป็นใบแทนก่อนและใบจริงก็จะตามมาค่ะ บางมหาวิทยาลัยหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทยรอค่ะ แต่บางมหาวิทยาลัยไม่รอค่ะ ฉะนั้นทางที่ดีที่สุดน้องๆ ต้องมั่นใจว่า การสอบที่น้องๆ สอบไปผ่านแน่นอนแล้วจึงไปเข้าสู่กระบวนการยืนแปลงวุฒิ เพราะบางมหาลัยสามารถใช้ใบแทนในการยืนเข้ามหาวิทยาลัยนั่นก่อนได้ค่ะ 

หากจบ IGCSE แล้วจะมีผลต่อพื้นฐานการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยอย่างไรบ้าง
พี่เปิ้ลถือว่าเป็นการดีนะคะ ซึ่งถ้าน้องๆ สอบ IGCSE นั้นไม่ได้มุ่งหวังเพียงจะผ่านอย่างเดียวค่ะ แต่มุ่งหวังว่าเราถนัดในวิชานั้นจริงๆ รู้จริงๆ ว่าแท้จริงแล้วเราถนัดอะไร ซึ่งวิชาเหล่านั้นมันจะเป็นพื้นฐานที่ใช้ในมหาวิทยาลัยได้ เช่น วิชาคณิตศาสตร์ถ้าน้องเอาแค่พอผ่าน น้องๆ อาจจะมีปัญหาในการเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้ แต่ถ้าน้องตั้งใจเรียนเพื่อที่จะได้เกรด A หรือ B แล้ว ในการเรียนมหาวิทยาลัยจะไม่มีปัญหาแน่นอนค่ะ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่