ฉันผิดไหมที่ยอม...ยอมให้เขากลับบ้าน

ฉันผิดไหมที่ยอม...ยอมให้เขากลับบ้าน

งานฉันไม่ได้เสร็จหลังจากผู้ป่วยเสียชีวิต ฉันยังต้องติดตามครอบครัวว่าเขาสามารถปรับตัวได้หรือไม่เมื่อหัวหน้าครอบครัวจากไป ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ฉันโทรศัพท์เยี่ยมเยียน แต่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้คุยกับมารดาของทวน คนไข้มะเร็งที่ฉันชื่นชมความเข้มแข็งของเขาเสมอมา หลังทักทายถามไถ่เรื่องสุขภาพผู้รับสายแล้ว
ฉัน :ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่สามารถไปร่วมงานได้ งานเรียบร้อยดีใช่ไหมคะ
มารดา:เรียบร้อยดีจ้ะ ญาติและเพื่อนๆที่ทำงานเค้า แม้แต่เพื่อนบ้านก็มางานกันเยอะ คนเป็นแม่ก็ปลื้มนะ
ฉัน :แสดงว่าคุณทวนเป็นคนดี เป็นที่รักของทุกคน ทุกคนจึงอยากมาร่วมงาน...... หลังจากงานเสร็จแล้วทุกคนในบ้านเป็นอย่างไรบ้างคะ
มารดา:มันก็เศร้านะ ใจหายเหมือนกันเวลาคิดถึงเขาก็มีน้ำตาไหล แต่ไม่มากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะฉันต้องเข้มแข็งเร็วๆ ต้องเป็นหลักให้สะใภ้ด้วย นั่นเค้าต้องรับภาระหนักเพราะต้องทำงานด้วย ดูแลลูกด้วย ฉันก็ช่วยดูเด็กๆเท่าที่ช่วยได้
ฉัน:เด็กๆมีบ่นถึงพ่อไหมคะ
มารดา:มีบ้างนะ แต่ก็บอกตามที่คุณนักสังคมฯเคยบอกให้เตรียมนั่นแหละ ว่าพ่อขึ้นไปอยู่บนฟ้าคอยดูแลเขาอยู่....... รู้สึกว่าเขาฟังและยอมรับกับความคิดนี้นะ ดูเขาไม่ทุกข์ ไม่ร้องไห้เท่าตอนแรก
ฉัน:ดีจังค่ะ แสดงว่าเขาเริ่มปรับตัวได้แล้ว.......ส่วนของคุณแม่กับคุณแก้ว(ภรรยาคนป่วย)มีอะไรที่อยากจะเล่าจะถามหรือเปล่าคะ
มารดา:ฉันถามจริงๆเถอะว่า ฉันผิดไหมที่ยอม...ยอมให้เขากลับบ้าน... พาเค้ามา..ตาย...ที่บ้าน
ฉัน :เพราะอะไรแม่ถึงคิดอย่างนั้นคะ
มารดา:ลูกสะใภ้ฉันได้ยินเพื่อนของทวนมันพูดกัน ว่าโรงพยาบาลทิ้ง บ้างก็ว่าพวกเรางกกลัวหมดตังค์ที่ต้องรักษา แก้วเขาได้ยินก็ร้องไห้เสียใจ มาถามแม่ว่า..เราคิดถูกไหม...
ฉัน :แล้วแม่คิดว่ายังไงคะ
มารดา:แม่บอกแก้วว่าพวกเราได้ทำตามที่เค้าต้องการ น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกแล้ว แต่บางครั้งก็หวั่นไหว มันอดคิดไม่ได้ว่า....จะดีรึเปล่านะ ถ้าเราไม่ตามใจเขาแต่ให้เขารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาล เค้าอาจจะอยู่กับเรานานขึ้นก็ได้ ใช่ไหมคะ
ฉัน :ช่วงที่คุณทวนกลับมาอยู่บ้านเขาเป็นอย่างไรบ้างคะ
มารดา:อืม...อาการเขาก็ไม่ต่างจากที่โรงพยาบาลนะ มีปวดบ้างแต่กินได้ พูดได้ เดินได้ พวกเรายังดีใจว่าเขาดีกว่าที่หมอบอกไว้.... ญาติและเพื่อนๆมาเยี่ยม เขาบอกว่ามีความสุข
ฉัน :ฟังเหมือนว่าเป็นช่วงที่คุณทวนมีความสุขเมื่อได้อยู่ที่บ้านนะคะ ซึ่งถ้าอยู่ที่โรงพยาบาลแม้ว่าเขาอาจจะอยู่กับเรานานขึ้น แต่คงไม่มีความสุขเหมือนอยู่บ้าน คุณแม่ว่าอย่างนั้นไหมคะ
มารดา:ขอบคุณนะคะ ฉันเข้าใจแล้ว ความสุขของทวนเขาต่างหากที่ทำให้พวกเราตัดสินใจยอมให้เขากลับมาใช้ชีวิตที่บ้าน การที่เราฟังคนอื่นมาก บางครั้งก็ทำให้เราเขวได้ แม้ว่าเราจะเตรียมใจมาดีแล้วก็ตาม ขอบคุณอีกครั้งนะคะ แล้วฉันจะบอกลูกสะใภ้ตามนี้ค่ะ

การดูแลไม่สุดสิ้น แม้ชีวิตจะสิ้นสุด

21 ตุลาคม 2557

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความฝันสุดท้าย ที่ปลายทางเดิน



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

มาให้กำลังใจคุณหวานค่ะ 
น่าทำเป็นประเด็นเรียนรู้ ทำอย่างไร เมื่อคนไข้อยากกลับบ้าน แต่ญาติไม่อยากให้กลับ?

เขียนเมื่อ 

เป็นเรื่องที่น่าจะตรงใจผู้ดูแลหลายคนเลยค่ะ ประเด็นนี้

เรื่องนี้ หากสรุปประเด็นว่า 

การสอบถาม เปิดโอกาสให้ผู้ดูแลระบายความรู้สึก แล้วให้ความมั่นใจกับผู้ดูแลที่หวั่นไหวในบทบาทของตนเอง 

แบบนี้ พอจะได้มั้ยคะคุณหวาน

แต่ละเรื่องได้ข้อคิดที่ดี ขอบคุณเรื่องเล่าดีดีค่ะ