เรื่อง การจัดการความรู้ในสถานศึกษา (Knowledge Management:KM) “เพาะชำโมเดล” โดย นายศักดิ์เดช กองสูงเนิน ผู้อำนวยการสถานศึกษา

ชื่อ นางอัมพร นามสกุล นันทะเสนา เลขที่ 57D0103122

รหัสวิชา 102611 การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้

ปริญญาโท ภาคพิเศษ รุ่น 13 หมู่ 1 สาขาวิชาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา หลักสูตรและการสอน

อาจารย์ผู้สอน ผศ. ดร.อดิศร เนาวนนท์

……………………………………………………………………………………………………………………

บันทึกอนุทิน เรื่อง การจัดการความรู้ในสถานศึกษา

(Knowledge Management:KM )

“เพาะชำโมเดล”

โดย นายศักดิ์เดช กองสูงเนิน

ผู้อำนวยการสถานศึกษา

วันที่ 5 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2557

องค์กรแห่งการเรียนรู้(Learning Organization:LO) จะเจริญก้าวหน้าและประสบความสำเร็จตามจุดมุ่งหมายขององค์กรจำเป็นต้องอาศัยความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เป็นองค์กรหลักที่มีความสำคัญเพราะยุคโลกาภิวัตน์เป็นยุคไร้พรมแดนการเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างรวดเร็วจำเป็นต้องแสวงหาความรู้ใหม่ๆมาทดแทนอย่างต่อเนื่อง โรงเรียนจะเจริญก้าวหน้าไปอย่างต่อเนื่องต้องอาศัยบุคลากรในโรงเรียนและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นผู้นำขอผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องมีลักษณะภาวะความเป็นผู้นำที่จะทำให้โรงเรียนแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง ดังนี้

1. มีความสามารถในการดำเนินเรื่อง การจัดให้มีการวิจัยและพัฒนาโรงเรียน การประเมินและนำผลการประเมินมาปรับปรุงโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง การแสวงหาความคิดและความสามารถของครู นักเรียนและบุคลากร ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง การจัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน และมีการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง

2. นำโรงเรียนให้เจริญก้าวหน้าไปเรื่อยๆและมีความยั่งยืน

3. ปกครองดูแล บุคลากรด้วยคุณธรรม จริยธรรม

4. จูงใจบุคลากรให้พัฒนาผลงานของตนให้ดีขึ้น

5. สร้างวิสัยทัศน์ ค่านิยมของโรงเรียนและสร้างพันธะผูกพันต่อการปฏิบัติงานในโรงเรียน

6. สร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของบุคลากรทุกคน

7. ทำงานโดยอาศัยกลุ่มหรือคณะบุคคลเป็นที่ตั้ง

8. มีความจริงใจ เข้าใจ และรับฟังความคิดเห็นทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน

9. ให้รางวัล ยกย่อง ชมเชยบุคลากร นักเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้นการจัดการความรู้จึงมี 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

ความรู้ประเภทแรก คือ ความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge ) เป็นความรู้ที่เห็นได้ชัดเจนเป็นรูปธรรม เป็นความรู้ที่อยู่ในในหนังสือเรียน สื่อตำราเรียน

ความรู้ประเภทสอง คือ ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวตน (Tacit Knowledge ) เป็นสิ่งที่เห็นได้ไม่ชัด เป็นความรู้ที่มาจากการปฏิบัติ เป็นสิ่งที่เกิดจากการใช้วิจารณญาณ ไหวพริบปฏิภาณเป็นเทคนิคเฉพาะตัวของแต่ละท่าน ความรู้สองประเภทนี้จึงมีส่วนสำคัญทำให้งานบรรลุผลสำเร็จเช่นกัน

สถาบันการจัดการความรู้เพื่อสังคมได้นำเสนอโมเดลปลาทูมีดังนี้

1. ส่วนหัวปลาซึ่งหมายถึง (KnowledgeVision) หรือ KV คือวิสัยทัศน์ของการจัดการความรู้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และยุทธศาสตร์ขององค์กรอย่างไร ถ้าประเด็นไม่ตรงกับเป้าหมายทิศทางขององค์กรก็แสดงว่าปลาตัวนี้หลงทิศทาง

2. ส่วนถัดมาคือ ตัวปลา เรียกว่า (Knowledge Sharing) sinv KS ส่วนนี้สำคัญเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถือว่าเป็นหัวใจของการจัดความรู้ เป็นกระบวนการที่หลายท่านทำได้ไม่ง่ายนัก เพราะการที่คนเราจะแบ่งปันความรู้ที่อยู่ในตัวเองออกมา จะต้องอาศัยความผูกพัน เริ่มจากบรรยากาศที่เป็นมิตร ความไว้วางใจ การแบ่งปันจึงจะเกิดสีสัน

3. สำหรับส่วนหางปลา คือ ส่วนที่เรียกกว่า (Knowledg Asset) หรือ KA หมายถึงคลังความรู้เปรียบเสมือนถัง ที่เราเอาความรู้ที่ได้มาใส่ไว้แล้วใช้ระบบจัดเก็บเป็นหมวดหมู่เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายเป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้อย่างแท้จริง

เพื่อให้การจัดความรู้เหมาะสมกับบริบทโรงเรียนเทศบาล 4 (เพาะชำ) จึงกำหนดการจัดความรู้ เรียกว่า เพาะชำโมเดล มีรายละเอียดดังนี้

เรื่องเล่าเร้าพลัง (Storytelling) เป็นเรื่องที่เล่ากระตุ้นความสนใจและนำไปสู่ความรู้ เรื่องเล่าของความสำเร็จ (Best Practice) เรื่องที่เล่าควรจะมีปัญหาที่พบ ความผิดพลาด วิธีการแก้

การสกัดขุมความรู้ได้วิธีการที่ปฏิบัติประสบความสำเร็จที่ได้จากเรื่องเล่าเร้าพลัง

นำมาสังเคราะห์ให้เป็นแก่นความรู้

บันไดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นเครื่องมือที่ประเมินว่าสมาชิกในองค์กรมีความรู้อยู่

ในสถานะที่เป็นผู้พร้อมให้

บันทึกแลกเปลี่ยนเยนรู้ บันทึกความก้าวหน้าของบุคลากรที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ทบทวนหลังการปฏิบัติ เป็นกิจกรรมที่ประเมินว่า มีความคาดหวังอย่างไร ปฏิบัติแล้วได้ตามคาดหวังหรือไม่

KV=KnowledgeVision วิสัยทัศน์การจัดการความรู้ ต้องมีความชัดเจนในระดับที่เหมาะสมมองเห็นทิศทางและขอบเขตร่วมกัน

M=Mind = ใจ มีคำกล่าวที่ว่า “ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว” มีนัยสำคัญว่า คนเราจะทำสิ่งใดดีหรือไม่ดี ทำได้หรือไม่ได้ สำเร็จหรือล้มเหลว ล้วนมาจากใจเป็นอันดับแรก

3 S= Share Show Support

Share คือ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้

Show คือ การจัดการความรู้ช่วยให้ทีมการจัดการความรู้ได้มีโอกาสนำเสนอผลงานของทีม แต่ละทีมเห็นความสำคัญของการจัดการความรู้

งบประมาณ วัสดุ เวลา บุคลากรตามความเหมาะสม แหล่งข้อมูลค้นคว้า

KA= Knowledge Asset = คลังความรู้ การจัดการความรู้ต่อเนื่องมีการต่อยอดความรู้เป็นอย่างดีระบบ คลังความรู้มี 2 คือ คลังความรู้เป็นระบบเอกสาร เป็นการรวบรวมเรื่องเล่า ขุมความรู้ แก่นความรู้ และคลังความรู้โดยใช้ระบบอินเตอร์เน็ต เทคโนโลยีมีความสำคัญ เข้าถึงได้ง่ายกระจายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้กว้างขวางทั่วโลก โดยใช้ Blog เป็นการบันทึกเรื่องเล่าแห่งความสำเร็จโดยบันทึกลงในระบบอินเตอร์เน็ตจึงเชื่อมโยงไปยัง www.gotoknow.org

L=Learn=การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถือเป็นหัวใจหลักการจัดการความรู้ของโรงเรียนเน้นที่บุคลากรที่สามารถเพิ่มค่าได้ถ้าเพิ่มความรู้ เช่น ขณะที่ฟังเรื่องเล่าเร้าพลัง จะเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์ทำงานที่ดี ที่ประสบความสำเร็จของสมาชิก บนพื้นฐานบริบทที่ต่างกันและความสำเร็จที่ต่างกันและวิธีการ (How to) การบันทึกเรื่องเล่า บันทึกขุมความรู้ แก่นความรู้ การเรียนรู้เป็นทีม

4=4 เพื่อให้การจัดการความรู้มีพลังเป็นเครื่องมือในการบริหารและขับเคลื่อนไปสู่การพัฒนาประกอบไปด้วย 4 กลุ่มงาน คือ กลุ่มงานวิชาการ กลุ่มงานแผนและงบประมาณ กลุ่มงานบุคลากร กลุ่มงานบริหารทั่วไป

8=8 การจัดการความรู้ด้านวิชาการซึ่งเป็นหัวใจหลักสำคัญของโรงเรียนประสบความสำเร็จจึงให้ความสำคัญของการจัดการความรู้ 8 กลุ่มสาระประกอบด้วย กลุ่มสาระภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ศิลปะ พลศึกษาและสุขศึกษา การงานอาชีพและเทคโนโลยี และภาษาต่างประเทศ

4=4 โรงเรียนเปิดทำการสอนสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ช่วงชั้นที่ 1 ช่วงชั้นที่ 2และช่วงชั้นที่ 3 แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มช่วงชั้น โดยเน้นการจัดการความรู้ที่เกี่ยวกับการปกครองสายชั้น คุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวินัยของนักเรียน

เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการความรู้ ในการจัดการความรู้โรงเรียนเทศบาล 4 (เพาะชำ) นำเครื่องมือที่สำคัญมาใช้มีดังนี้

1. เรื่องเล่าเร้าพลัง

2. การสกัดขุมความรู้

3. สังเคราะห์แก่นความรู้

4. ตารางอิสรภาพ

5. บันไดแลกเปลี่ยนเรียนรู้

6. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้

7. การทบทวนหลังปฏิบัติการAfter Action Review (AAR)

8. ตลาดนัดความรู้

บุคคลสำคัญในการจัดการความรู้ ดังนี้

1. คุณเอื้อ ชื่อเต็มคือ คุณเอื้อระบบ (Chief Knowledge Officer:CKO ) เป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรทำหน้าที่จัดการของระบบในองค์กร

2. คุณอำนวย ( Knowledge Activist ) อำนวยความสะดวกในการจัดการความรู้หน้าที่หลักของคุณอำนวยคือ ส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อำนวยความสะดวกต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

3. คุณกิจ ( Knowledge Practitioner) คือผู้จัดการความรู้ตัวจริงคุณกิจ คือ เจ้าหน้าที่ระดับหน้างาน

4. คุณลิขิต (Note Taker) คือบันทึกในกิจกรรมการจัดการความรู้ ของกลุ่ม องค์กร หรือหน่วยงาน

5. คุณประสาน (Network Manager) ทำหน้าที่ประสานงานเครือข่ายจัดการความรู้ระหว่างทีมงาน องค์กร หรือระหว่างหน่วยงาน

6. คุณวิศาสตร์ (Information Technology Wizard) คือพ่อมด/แม่มดด้านไอทีออกแบบและดำเนินการระบบไอทีให้เหมาะสมการจัดการความรู้ขององค์กรหรือของเครือข่าย

บรรยากาศในห้องประชุม

นักศึกษาทุกคนมีความตั้งใจฟังการบรรยายของของวิทยากร ผู้บรรยายได้ให้ความรู้และความชัดเจนในเรื่อง การความรู้ในสถานศึกษา “เพาะชำโมเดล” มีการตอบคำถามจากวิทยากร สนุกสนานในการรับฟัง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าเร้าพลัง



ความเห็น (0)