|
iPASSPORT หลักการและเหตุผล ปัจจุบันการใช้งานระบบเครือข่ายและอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย มีอัตราการขยายตัวสูงขึ้นมาก เมื่อเปรียบเทียบกับในอนาคต มีการนำเอาเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไปใช้งานหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเพื่อการติดต่อสื่อสารด้วยภาพ เสียง การส่งข้อมูลระหว่างประเทศ ซึ่งจะเห็นได้ว่าอินเทอร์เน็ตนับเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินชีวิต ของเราในทุก ๆ วัน ในประเทศไทยของเรานั้นได้เห็นถึงความสำคัญของข้อมูลที่ส่งผ่านไปยัง เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ควรที่จะมีการติดตามและสามารถตรวจสอบได้ว่าข้อมูลนั้น ผู้ใดเป็นผู้กระทำเผื่อในอนาคตหากข้อมูลที่ส่งไปนั้นก่อให้เกิดความเสียหาย กับบุคคล หรือส่วนรวมก็จะสามารถติดตามตัวผู้กระทำความผิดได้ จึงได้เป็นที่มีของการออกกฎหมาย พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ซึ่งได้มีผลบังคับใช้งานจนถึงปัจจุบัน ทำให้องค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญและพยายามที่จะจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถรองรับกับ พรบฯ ฉบับนี้มาใช้งานในองค์กรเพื่อเป็นการตอบสนองต่อกฏหมายและจะได้ติดตามตัวผู้ กระทำความผิดผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ได้ ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามได้เล็งเห็นความสำคัญ ของ พรบฯ ฉบับนี้ จึงได้พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ชื่อว่า iPASSPORT2School ขึ้นมา เพื่อเป็นการบริการวิชาการและให้การช่วยเหลือโรงเรียนขนาดเล็กถึงกลาง ที่ขาดแคลนระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถจัดเก็บข้อมูลการจราจรของเครือข่าย คอมพิวเตอร์ภายในโรงเรียน และเป็นการลดค่าใช้จ่ายซึ่งโรงเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดหาระบบ คอมพิวเตอร์นี้ และเป็นการสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมการศึกษาในประเทศไทยจึงได้ นำระบบ iPASSPORT2School นี้ขึ้น |
iPASSPORT มีความสำคัญสำหรับท่านและองค์กรอย่างไร ตามที่ได้มีการประกาศใช้ พรบฯ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ฉบับนี้ เมื่อปีที่ผ่านมา และจะครบกำหนดของการผ่อนผันให้หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ต่าง ๆ จะต้องเตรียมระบบนี้ให้แล้วเสร็จ หากมีการตรวจสอบว่า ยังไม่ได้จัดเตรียมระบบ ภายในวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๑ นี้ อาจจะมีโทษปรับ ไม่เกิน 500,000 บาท ตามข้อกำหนดที่ได้มีการประกาศไว้ ดังนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต จะต้องมีการจัดเตรียมระบบนี้ให้กับองค์กรของท่าน |
|
iPASSPORT กับการนำไปใช้งานจริง ปัจจุบันต้นแบบระบบ iPASSPORT ได้ถูกนำไปใช้งานจริงเริ่มต้นที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ทั้ง 2 วิทยาเขต ซึ่งมีเครื่องลูกข่ายที่อยู่ในการควบคุมผ่านระบบ iPASSPORT จำนวน 1,800 เครื่อง และมีบัญชีรายชื่อผู้ใช้งานทั้งหมด (อาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา) รวมทั้งสิ้น 20,000 กว่า Accounts ที่มีการใช้งานในมหาวิทยาลัย นับเป็นบททดสอบประสิทธิภาพของระบบ iPASSPORT อย่างแท้จริง ซึ่งระบบนี้ได้ถูกติดตั้ง ตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2551 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งรองรับการทำงานที่เป็นทั้งระบบเครือข่าย LAN และไร้สาย (WiFi) โดยจะมีการแบ่งประเภทของผู้ใช้เป็นกลุ่มต่าง ๆ เพื่อกำหนดสิทธิ์ในการใช้งานและความเร็ว (Upload and Download Bandwidth) ปัจจุบันระบบ iPASSPORT นี้ กำลังมีการนำไปใช้งานในหลาย ๆ องค์กร ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน (มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่) ทั่วประเทศ ต่างให้ความสนใจและต้องการนำระบบนี้ไปใช้งาน |
|
iPASSPORT และทีมพัฒนาระบบ การที่ระบบ iPASSPORT พัฒนาจนสมบูรณ์และสำเร็จได้นั้น ย่อมมาจากการร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจของผู้ร่วมทีมงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่าย อาจารย์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ และนักศึกษา ทุกคนคือส่วนหนึ่งของความสำเร็จของระบบ iPASSPORT ระบบตรวจสอบสิทธิ์และเก็บข้อมูลการจราจรบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ตาม พรบฯ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐ |
|
|
|
|
ทีมพัฒนา อาจารย์ และทีมทดสอบระบบ iPASSPORT |
|
ทีมหลักในการพัฒนาระบบ iPASSPORT อาจารย์กิตติพงษ์ สุวรรณราช ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ , ผู้บริหารระบบเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม นายสุชิน เขียวเนตร นักวิชาการคอมพิวเตอร์ (Network Admin) นายเกรียงกมล คำมา นักวิชาการคอมพิวเตอร์ (System Programmer) นายโสภณ พินิจกิจเจริญกุล นักวิชาการคอมพิวเตอร์ (Network and OS Installer) นายวิวัฒน์ เจษฎาภรณ์พิพัฒน์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ (System Programmer) นายเสกสรรค์ ศีวิลัย นักวิชาการคอมพิวเตอร นายเชษฐลักษณ์ กลิ่นมาลี นักวิชาการคอมพิวเตอร์ (Network and System Programmer) |
| ติดตามการใช้งาน iPASSPORT Email : [email protected] |
ผู้รับผิดชอบโครงการ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ อาคารศูนย์ภาษาและคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม(ส่วนทะเลแก้ว) ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000 โทรศัพท์ 0-5526-7200 โทรสาร 0-5526-7201 |