โลจิสติกส์ มุมมองแบบบวร( บ้านวัดโรงเรียน)
ได้มีโอกาสดีเข้าไปกราบนมัสการท่าน เจ้าอาวาสวัดยานนาวาเพื่อเข้าร่วม โครงการบวร (บ้าน วัด โรงเรียน) ที่จะเริ่มในอีกไม่นาน
และ อีกด้านหนึ่ง ได้มีโอกาส เข้าประชุมคณะกรรมการสายงานโครงสร้างพื้นฐาน และโลจิสติกส์สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้เจอกับผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านโลจิสติกส์ ลำดับต้น ๆ ของเมืองไทยได้รับความรู้ด้านโลจิสติกส์ มามากมาย
ผู้เขียนได้รับความรู้มาจากทั้งสอง แหล่ง นำ มาบูรณาการเขียนบทความนี้ ขึ้น
โลจิสติกส์ เป็นการจัดการจัดการโซ่อุปทาน (หน่วยต่าง ๆ )วางแผนและปฏิบัติการควบคุมการไหลทั้งไปและกลับอย่างมีประสิทธิผล และประสิทธิภาพของสินค้า(ยุทธปัจจัย) บริการสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง (ในปัจจุบันยุคดิจิทัล อาจเป็นโซเซียลเน็ตเวอร์ค เช่น ไลน์เฟสบุ๊ค ก็ได้)ในระหว่างจุดเริ่มต้นและจุดที่มีการบริโภคเพื่อที่จะให้ได้ตรงตามความต้องการของผู้รับบริการ
มุมมองแบบบ้าน
โลจิสติกส์ คือ การจัดการเคลื่อนย้าย การจัดเก็บ การรวบรวม การกระจายสินค้า ข้าวของ เครื่องใช้ถ้าจะให้เห็นชัดๆในบ้าน เรามาดูในห้องครัวโฟกัสไปที่ ครก กับ ไม้ตีพริก(เป็นคำสุภาพทั่วไปเรียกชื่อนาย สากนามสกุล กระเบือ)คิดถึงการจัดเก็บครก กับไม้ตีพริก ส่วนใหญ่จะอยู่ด้วยกัน และไม้ตีพริกก็จะจัดเก็บอยู่ใกล้ครกหรือบางทีก็วางอยู่ในครกถ้าครกหงายอยู่การจัดเก็บครก ก็จะวางอยู่ในที่ไม่สูง และจะวางอยู่ในที่มีความมั่นคงสูงเพราะ ครกน้ำหนักมากสะดวกในการหยิบใช้เก็บไว้ในที่ปลอดภัย และหยิบใช้ได้สะดวกเพราะไม้ตีพริก ถือเป็นยุทธโทปกรณ์ได้ในคราวคับขันเช่นป้องกันภัยจากสัตว์ร้าย เป็นต้น ทำให้เห็นถึงประโยชน์ของการจัดการโลจิสติกส์ ในบ้านได้เป็นอย่างดี
มุมมองแบบวัด
ในวัด ต้องกล่าวถึง เรื่องรูปนาม เพราะพระท่านจะ แยกรูปตัดนาม คือ แยกรูป ออกจากนาม แล้วตัดนาม (กิเลส) ออก ด้วยการภาวนา
ต้องยกตัวอย่างของ เสียง รถมอเตอร์ไซด์ซิ่งเสียงแว๊น ที่ได้ยินเป็น รูปส่วนการปรุงแต่งด้วยอารมณ์เป็น นาม
เด็กแว๊นได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซด์ที่ตนเองแต่งเองกับมือ ก็ชอบ เป็นนามชอบ ด้วยอารมณ์ที่ปรุงแต่งขึ้นมา
ส่วนชาวบ้านร้านตลาดที่มอเตอร์ไซด์เด็กแว๊น ขับผ่าน ก็ปรุงแต่งไปว่าแสบแก้วหู รำคาญ นั้นเป็นนาม ไม่ชอบ ที่ปรุงแต่งขึ้นมาทั้ง ๆ ที่เป็นเสียงมอเตอร์ไซด์คันเดียวกัน (รูปเดียวกัน)แต่นามปรุงแต่งไม่เหมือนกันเช่น เดียวกับความพึ่งพอใจในวิชาเศรษฐศาสตร์
มองแบบวัดจึง แยกได้ว่า
โลจิสติกส์เป็นรูป(เป็นการจัดการ)
ซัพพลายเชนก็เป็นรูป(เป็นตัวบุคคล หน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวโยงกัน เป็นโซ่อุปทาน)
ส่วนแวลูเป็นนามเป็นการปรุงแต่งของมนุษย์พอใจไม่พอใจ
แวลูเชน ก็นำ แวลูมาเชื่อมกัน ตั้งแต่ต้นน้ำ ยันปลายน้ำเป็นนามเชื่อม ไป – กลับ
โลจิสติกส์ชัพพลายเชน และ แวลูเชนเลยต้องไปด้วยกัน เหมือนจักรวาล มีแสง มีดวงดาวเคลื่อนไหวไปด้วยกัน อย่างสมดุล มนุษย์บนโลก ก็ ได้รับความพึงพอใจในคุณค่าของจักรวาล
แต่แวลูเชน จะไม่เกิดกับ พระอรหันต์เพราะ พระอรหันต์ ตัดกิเลส(นาม)ได้แล้วจึงไม่มีนามที่ปรุงแต่งขึ้น
มองแบบโรงเรียน
เคยนำวิชาโลจิสติกส์ไปสอนนักเรียน ชั้นประถมโครงการส่งเสริมสหกรณ์ในโรงเรียนทั้งในถิ่นทุรกันดาร และไม่กันดาร (โรงเรียน ตชด.โรงเรียนสพฐ. โรงเรียนปอเนาะ โรงเรียน กทม. โรงเรียนพระปริญัติธรรม แผนก สามัญศึกษา ) ก็นำไปสอนเรื่อง จัดสินค้าขึ้นชั้น ซึ่งเป็นส่วนของการจัดเก็บ สอนให้นักเรียนจัดสินค้าขึ้นชั้น
โดยใช้การแยกสินค้าเป็นของกิน ของใช้ของใหญ่ของเล็กของหนักของเบาของเก่าของใหม่บอกนักเรียนไปว่าของ(สินค้า) ต่าง ๆ เหล่านี้จะมีที่วางที่เหมาะสมเพื่อบริการสมาชิกสหกรณ์นักเรียนโดยเหตุผล ดังนี้
ของกินอยู่ ชั้นสูงกว่าของ ใช้เพราะเมื่อของกินหกใส่ของใช้ของใช้ยังนำไปใช้ได้ ไม่มีปัญหา แต่หากของใช้หกใส่ของกิน ก็จะทำให้ของกินเสียหาย นำไปรับประทานไม่ปลอดภัย ของใช้จึงควรจัดไว้ใต้ของกิน
ของใหญ่ควรวางอยู่ด้านล่างของเล็กควรวางอยู่ด้านบนเพราะ การมองเห็นสินค้าจะไม่บังกัน หรือหากวางซ้อนกัน สินค้าขนาดใหญ่ก็จะเป็นฐานที่มั่นคงให้สินค้าขนาดเล็ก
ของหนักควรวางอยู่ด้านล่างของเบาควรวางอยู่ด้านบน เพราะ ของหนัก หากเราวางอยู่สูงต้องใช้พลังงานในการยกมากกว่าของเบา
ของเก่า ควรจัดวางให้ขายออกไปก่อนของใหม่ขายทีหลัง
และให้นักเรียนไปพิจารณาเองว่าจะจัดวางสินค้าเช่นไร ให้เป็นไปตามหลักที่ให้ไว้
นี้เป็นการนำวิชาโลจิสติกส์ เรื่องการจัดเก็บสินค้า เพื่อการกระจายสินค้าสู่สมาชิกสหกรณ์นักเรียนที่สะดวกอย่างง่าย ๆ
แถมมุมมองโลจิสติกส์ แบบมหาวิทยาลัย
การใช้โปรแกรม โซเชียล เน็ตเวอร์คนัดหมายรวมรุ่นศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน ก็เป็นการใช้ การจัดการโลจิสติกส์ ศิษย์เก่าศิษย์ปัจจุบันที่เข้ามาในกลุ่ม เป็นซัพพลายเชนเพื่อให้ได้แวลูเชน ตามต้องการของกลุ่มผ่านโปรแกรมไลน์เป็นต้น
จากมุมมองโลจิสติกส์ แบบ บวร(บ้านวัดโรงเรียน) และแถมแบบมหาวิทยาลัยให้ด้วย ก็จะทำให้เข้าใจการจัดการโลจิสติกส์ซัพพลายเชนและ แวลูเชน ได้เพิ่มขึ้นบ้างเล็กน้อย
สำหรับมุมมองของผู้เขียน เกี่ยวกับ โลจิสติกส์ (Logistics) ซัพพลายเชน (Supply chain) และ แวลูเชน (Value chain)
ผู้เขียนคิดว่า เมื่อ ประเทศไทย วัดค่าความเจริญของประเทศด้วย ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( Gross Domestic Product :GDP) ทุกภาคส่วนก็จะมุ่งเน้นด้านรูป (รูปธรรม) คือ โลจิสติกส์ (Logistics) และ ซัพพลายเชน (Supply chain)
และเมื่อ ประเทศไทยเปลียน ไปวัดค่าความเจริญด้วย ความสุขมวลรวมประชาชาติ (Gross Domestic Happiness : GDH) ทุกภาคส่วนก็จะหันไปเน้นด้านนาม (นามธรรม) คือ แวลูเชน (Value chain)
แต่ที่ดีที่สุด คือ ความสัมพันธ์อันสมดุล ของ โลจิสติกส์ (Logistics) ซัพพลายเชน (Supply chain) และ แวลูเชน (Value chain) ที่เรียกว่า Logistically น่าจะคลายกับ Optimum ในทางเศรษฐศาสตร์
พีระพงศ์ วาระเสน
Peeraphong (ฺBobbie) Varasen
9 ตุลาคม 2557
อ้างอิง
http://logisticscorner.com/index.php?option=com_search&searchword=%E0%B8%94%E0%B8%A3.%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%20%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%AB%E0%B8%A4%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%87&submit=Search&searchphrase=any&ordering=newest