พ่อครับ...

   ที่จริงแม่ไม่ยอมรับผมเป็นลูกบ้านนี้หรอก  แม่บอกว่าไม่เคยมีลูกเป็นหมา ในวันที่พ่อเอ่ยห้ามไม่ให้ผมไปกระโดดสองขาขอขนมที่แม่ซื้อมา และพ่อก็แอบแบ่งขนมในถุงนั้นให้ผมกิน เมื่อตอนแม่เผลอ 

   แม่ไม่ได้รักผมหรอก แต่แม่ก็ไม่ได้เกลียดผมเสียทีเดียว...

   ผมกล้าคิดแบบนี้เพราะ เวลาที่แม่อยู่บ้านคนเดียว แม่คงเหงา ถึงได้คุยกับผม แม้จะออกดุๆบ้าง และแม้แม่จะไม่เคยป้อนอาหารหรือขนมกับมือเหมือนพ่อ แต่แม่ก็ไม่เคยลืมที่จะให้อาหารในถาดอาหารของผม

   แม่ไม่ได้ห่วงผมมากนักหรอก แต่แม่ก็ไม่ปล่อยให้ผมอด...

   พ่อครับ...

   ผมรับรู้ในสิ่งที่แม่พูดกับพ่อในเย็นวันหนึ่ง... แม่ได้คุยถึงน้องที่ทำงานของแม่คนหนึ่งว่า ...เรามันหัวอกเดียวกัน ที่บางครั้งคนที่บ้านไม่ค่อยใส่ใจถามไถ่ ที่บ่งบอกถึงความเป็นห่วงเป็นใย

   "กลับถึงบ้านทั้งที่จะถามเราสักหน่อยว่า กินข้าวหรือยัง เหนื่อยไหม หรือเป็นไงบ้างวันนี้เลิกเร็ว..."

   "แต่กลับเข้าไปอุ้มหมา กอดหมา พูดกับหมา ว่าคิดถึงอย่างโน้น อย่างนี้..."

   "ขณะที่เรา ได้แต่นั่งมอง..."

    ด้วยความอิจฉา และน้อยใจ ไช่ไหมพ่อ ที่แม่จะพูดต่อจากประโยคนั้น...

   พ่อครับ...

   แม่ไม่เข้าใจผมหรือว่า... ผมเป็นหมาที่เหงามากแค่ไหนที่ต้องอยู่บ้านตัวเดียวตั้งแต่เช้ายันเย็นทุกวัน และผมก็ดีใจมากแค่ไหนที่เห็นแม่กลับมา แม้แม่จะไม่เคยอุ้มผมเลย

   ...และผมก็ดีใจที่ได้มีเพื่อน แม้แม่จะดุผม โน่น นี่ นั่น ...ในทุกๆเย็น

   พ่อครับ...

   อยากบอกแม่ผ่านความรู้สึกนี้กับพ่อว่า  แม่อย่าได้น้อยใจเลย ที่พ่อแสดงออกแบบนั้นกับผม

   ผมรู้ว่าพ่อย่อมรักแม่มากกว่าผมเป็นไหนๆ

   และที่สำคัญ แม้แม่จะไม่รักผม แต่ผมก็รักแม่เท่าๆกับรักพ่อ

   เพราะ...เราอยู่กันที่นี่ บ้านหลังเดียวกัน

....................

25 กันยายน 2557

พ.แจ่มจำรัส