นายอัษฌไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกจะประชุมใหญ่ร่วมกับแพทยสภา เพื่อสรุปข้อกำหนด 10 กลุ่มเสี่ยงต้องห้ามในการขอรับใบอนุญาตขับขี่ วันที่ 29 ก.ย.นี้ และหลังจากนั้นจะแถลงข่าว เพื่อระบุรายละเอียดระดับความรุนแรงของ 10 กลุ่มเสี่ยง ที่ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ ก่อนขอทำใบขับขี่ทันที จากนั้นกรมการขนส่งทางบกจะพิจารณาออกเป็นกฎหมายเพื่อประกาศใช้โดยเร็ว
"ยอมรับว่าแนวทางนี้อาจได้รับกระแสต่อต้านจากบางกลุ่ม ที่ไม่ได้รับใบขับขี่ เพราะเพิ่มความยุ่งยาก รวมถึงบางคน หากมีอาการรุนแรงมาก ก็ไม่สามารถทำใบขับขี่ได้ แต่เชื่อว่าระยะยาวจะเป็นผลดี ช่วยลดอุบัติเหตุ สร้างความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนนได้มากกว่า เพราะแนวทางเหล่านี้ จะช่วยยกระดับมาตรฐานการทำใบขับขี่ให้สูงขึ้น ต่างจากเดิมที่กำหนดให้เฉพาะโรคที่น่ารังเกียจเท่านั้น” นายอัษฌไธค์ กล่าว
พล.อ.ต. อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการคณะอนุกรรมการกำหนดมาตรฐานสุขภาพสำหรับใบอนุญาตขับขี่ใหม่ กล่าวว่า เบื้องต้นเห็นตรงกันว่าใบตรวจสุขภาพเดิม ไม่เกิดประโยชน์ที่จะป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้ จึงต้องกำหนดมาตรฐานใหม่ เพิ่ม 10 กลุ่มเสี่ยง คาดจะมีผลบังคับใช้ได้เร็วสุดในต้นปี 2558 โดยจะออกประกาศให้ผู้ขอรับใบอนุญาตขับขี่ต้องรับรองตัวเอง ว่าไม่มีโรคเสี่ยงก่อน ส่วนการเพิ่มบทลงโทษนั้น จะต้องทำผ่านการออกประกาศกฎกระทรวง หรือผ่านการแก้ไข พ.ร.บ.การขนส่ง
“ในการตรวจสุขภาพ ผู้ที่มีอาการปกติไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะไม่มีปัญหาในการทำใบขับขี่ แต่หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะแบ่งระดับความรุนแรงว่าเป็นผู้ป่วยที่ขับรถได้หรือไม่ใน 3 ระดับ เช่น เคยป่วย และรักษาอาหารหายแล้ว หรือรับประทานยาตามแพทย์สั่งโดยไม่ปรากฏอาการ ผู้ป่วยที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น ผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคชมชัก แต่ไม่แสดงอาการนานกว่า 2 ปี หรือผู้ป่วยโรคหัวใจที่ผ่านการรักษาดูแล จนไม่แสดงอาการ และผู้ป่วยไม่ควรได้รับใบอนุญาตขับขี่ มีโรค หรือผู้อาการตามข้อห้ามทั้ง 10 กลุ่มเสี่ยง หรืออยู่ในระยะแสดงอาการเกิดความไม่ปลอดภัยในการขับรถได้ อาจต้องมีการห้าม เพราะถือว่ามีความเสี่ยงอยู่” พล.อ.ต. อิทธพร กล่าว
ส่วนกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับขี่ ปกปิดข้อมูล หรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จจะต้องกำหนดบทลงโทษ เพื่อให้ไม่มีคนกล้ากระทำผิด รวมทั้งอาจขยายผลไปยังบริษัทประกัน ไม่ให้รับประกันผู้ขับขี่ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ด้วย โดยการประชุมวันที่ 29 ก.ย.นี้ จะเชิญผู้ขับขี่รถที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือด้วย
“เดลินิวส์ออนไลน์” รวบรวมข้อมูล 10 อาการกลุ่มเสี่ยงต้องห้ามในการขอรับใบอนุญาตขับขี่มาให้อ่านกัน
1.กลุ่มเสี่ยงในระบบประสาทและสมอง เช่น โรคลมชัก ซึ่งมีความหลากหลายทางอาการขึ้นอยู่กับภาวะผิดปกติของกระแสไฟฟ้าในสมองไปผิดปกติกับสมองส่วนใด รุนแรงแค่ไหน อาจทำให้เกิดอาการชักกระตุกหรือเกร็ง ไม่รู้สึกตัว เหม่อลอยและหมดสติ
2.กลุ่มเสี่ยงในโรคเบาหวาน โดยมีอาการเบื้องต้นที่สังเกตได้ เช่น การเข้าห้องน้ำบ่อย กระหายน้ำผิดปกติ น้ำหนักลด ร่างกายอ่อนเพลีย มีอาการเหน็บชาหรือรู้สึกเข็มทิ่มบริเวณมือ มีอาการตามัว ผิวหนังแห้ง และบาดแผลใช้เวลานานผิดปกติกว่าจะหาย
3.กลุ่มเสี่ยงอาการวูบหมดสติ เป็นอาการคล้ายเป็นลมเกือบหมดสติหรือบางรายอาจหมดสติ เกิดขึ้นได้เมื่อขาดเลือดไปเลี้ยงสมองทำให้ร่างกายเสียการควบคุม
4.กลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด จะมีอาการเจ็บหน้าอก หากมีอาการหนักอาการเจ็บหน้าอกก็จะมากขึ้นเช่นกัน
5.กลุ่มเสี่ยงด้านการมองเห็น จะมีอาการมองเห็นด้านตรงแต่ไม่เห็นด้านข้าง หรือมองตรงกลางภาพไม่ชัด ส่วนกลางของภาพที่มองขาดหาย
6.กลุ่มเสี่ยงประสาทการได้ยิน เช่น โรคหูหนวก จะไม่สามารถได้ยินเสียงใดๆได้ หรือโรคหูตึง ซึ่งความสามารถในการฟังเสียงจะลดลงและอาจมีอาการเวียนศีรษะหรือเสียงดังในหูควบคู่กันไป
7.กลุ่มเสี่ยงการเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น โรคพาร์กินสันซึ่งเป็นโรคความเสื่อมของสมองและระบบประสาท จะมีอาการเกร็ง การเคลื่อนไหวจะช้าลง
8.กลุ่มเสี่ยงปัญหาทางจิตผิดปกติ
9.ความเสี่ยงนอนหลับผิดปกติ ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคหลับใน เป็นอาการที่จะวูบหลับ 2-3 วินาที ร่างกายจะหลับตาแบบลืมตา ตาพร่ามัว และนิ่งไปชั่วขณะ
10.กลุ่มเสี่ยงจากการใช้ยาประเภทต่างๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดการกดประสาท ง่วงซึม
ผู้สอบใบขับขี่จึงจะต้องตรวจสุขภาพและได้รับใบรับรองแพทย์ 10 อาการก่อนทำใบขับขี่ทุกครั้ง
สำหรับการดำเนินงาน เบื้องต้นคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 เดือน หลังจากนั้นเข้าสู่กระบวนการพิจารณาทางกฎหมาย หากเป็นประกาศกรมการขนส่งทางบกจะใช้เวลาเพียง 15 วัน ถ้าเป็นกฎกระทรวงจะใช้เวลาพิจารณา 3 เดือน ขณะเดียวกันทางแพทยสภาเร่งอบรมแพทย์ทั่วประเทศให้ทราบถึงแนวทางการตรวจสุขภาพและการออกใบรับรองแพทย์สำหรับการทำใบขับขี่ใหม่อีกด้วย
เดลินิวส์ออนไลน์
