ประวัติหลวงโยฯ ด้านการสร้างสิ่งที่เป็นสาธารณะประโยชน์และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

                    

มีหนังสือจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ที่ ม. 48/123 เป็นสำเนาหนังสือที่ ผ.ศ.ดร.โชติมา จตุรวงค์ แห่งคณะสถาปัตยกรรม ม.ศิลปากร ค้นพบและมอบให้ผู้เขียน(นางศรีสุดา) ผ่าน ร.ศ.อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว อาจารย์สาขาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่เอกสารนี้เป็นหนังสือจากกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นกราบทูลพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นสมมตอมรพันธ์ ราชเลขานุการในรัชกาลที่ 5  กล่าวถึงการที่มองปันโยชาวพม่าได้ประกอบคุณงามความดี โดยบริจาคทรัพย์ช่วยพระเจ้านครเชียงใหม่ทำวัดเจดีย์หลวง  สร้างสิ่งที่เป็นสาธารณะประโยชน์ เช่น สร้างพระเจดีย์ ทำบุญทำทาน สร้าง ถนน สะพานข้ามคูเมืองนครเชียงใหม่ ในช่วงระยะเวลา 15 ปี (พ.ศ.2424-2439) เป็นเงิน 35,012 รูปี จึงขอพระราชทานตราสารขอบพระทัยจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นการเกื้อกูลน้ำใจแก่ชาวพม่าที่ประกอบคุณความดี      ซึ่งพระองค์ท่านได้ทรงอนุโมทนาและ.ให้มีตราสารตอบ  

ความในเอกสารดังกล่าวเป็นหลักฐานแสดงว่าในช่วงนั้นหม่องปันโยซึ่งมีอายุในช่วง 36 ถึง 51 ปีได้อุทิศตนในการทำนุบำรุงศาสนาและสร้างสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์จำนวนมากเป็นที่ประจักษ์   อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงหลวงโยฯสร้าง/ร่วมสร้าง/บูรณะ/ร่วมบูรณะวัดวาอารามตลอดอายุขัยของท่านกว่า 60 ปี)  

สำหรับการทำวัดเจดีย์หลวง ตามที่กรมพระยาดำรงราชานุภาพระบุไว้ในเอกสารดังกล่าว เมื่อกลับไปพิจารณาสิ่งก่อสร้างเดิมที่ยังเหลืออยู่ จะพบดอกสัญลักษณ์หลวงโยฯประดับที่พระเขนยของพระนอน และที่เจดีย์รายสององค์ข้างพระวิหาร 

พระนอนวัดเจดีย์หลวงมีดอกสัญลักษณ์หลวงโยฯที่พระเขนยพระนอน

พระนอนวัดเจดีย์หลวงมีดอกสัญลักษณ์หลวงโยฯที่พระเขนยพระนอน

เจดีย์รายทางทิศเหนือวิหาร วัดเจดีย์หลวงรูปทรงเหมือนพระธาตุดอยสุเทพ

มี ดอกประจำยามประดับเจดีย์รายทางทิศเหนือวัดเจดีย์หลวง

เจดีย์รายทางทิศใต้วิหาร วัดเจดีย์หลวง รูปทรงเหมือนพระธาตุดอยสุเทพ

มีดอกสัญลักษณ์หลวงโยฯคาดรอบองค์ระฆัง

เจดีย์หลวงในปีพ.ศ.๒๔๖๔ ภาพจากพิพิธภัณฑ์วัดเกตการาม

หลวงโยฯเริ่มต้นทำนุบำรุงพระศาสนาตั้งแต่อายุยังน้อยตามแบบบิดามารดาของท่านซึ่งสร้างวัดกวินเจาง์ใต้ไว้ที่เมืองมะละแหม่ง ประเทศพม่า และหลวงโยฯได้ไปร่วมบูรณะในภายหลัง ที่ด้านหน้าของวิหารที่วัดนี้ยังมีคำจารึกว่า อูปันโยเมืองเชียงใหม่ได้มาสร้างบุญกุศลไว้

วัดกวินเจาง์ใต้ที่อูเยและต่ออุ๊ บิดามารดาของหลวงโยฯสร้างที่

เมืองมะละแหม่ง ประเทศพม่าและหลวงโยฯตามไปบูรณะในภายหลัง

วิหารวัดกวินเจาง์ใต้ที่ยังปรากฎชื่อหลวงโยฯ ผู้บูรณะอยู่ด้านหน้าหน้าวิหารวัดกวินเจาง์ใต้มี

ตัวหนังสือเขียนว่า อูปันโย(หลวงโยฯ)เมืองเชียงใหม่ได้มาสร้างบุญกุศลไว้

                         พระเจดีย์วัดกวินเจาง์ใต้มีรูปไก่ประดับ

      ภาพวัดกวินเจาง์ใต้ได้รับความอนุเคราะห์จากผ.ศ.ดร.โชติมา จตุรวงค์

       หากหลวงโยฯทำการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเพื่อสร้างบุญกุศลให้ตนเอง ท่านจะทิ้งสัญลักษณ์ประจำตัวรูปดอกไม้ไว้ในสิ่งก่อสร้าง เช่นที่พระนอนและเจดีย์รายวัดเจดีย์หลวง แต่หากท่านทำเพื่อบิดามารดา รูปแบบของสิ่งก่อสร้างจะเป็นไปตามราศีของบิดามารดา ดังนั้นพระเจดีย์และสิ่งก่อสร้างที่วัดกวินเจาง์ใต้จึงเป็นไปตามโฉลกของบิดามารดาของท่าน พบว่าท่านได้บูรณะวัดเสาหินเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้บิดามารดาของท่าน ซึ่งจะนำมากล่าวถึงในภายหลัง

        การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในล้านนา

วัดที่นำเสนอมีทั้งที่ยังคงชื่อของหลวงโยฯอยู่ บางวัดลูกหลานทราบว่าท่านเคยไปสร้างหรือบูรณะแต่ทางวัดลืมชื่อท่านไปแล้ว(อาจจะเป็นเพราะท่านอยู่เบื้องหลังการก่อสร้าง)

ในล้านนา หลวงโยฯได้สร้าง/ร่วมสร้าง บูรณะ/ร่วมบูรณะวัดวาอารามมากมายโดยเป็นการทำส่วนตัว หรือโดยเสด็จพระราชกุศลโดยอยู่เบื้องหลังช่วยเจ้าหลวงและเจ้านายฝ่ายเหนือบูรณะวัดวาอารามต่างๆ ตั้งแต่ปลายรัชสมัยของพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงค์ พระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ เจ้าแก้วนวรัฐ และพระราชชายาเจ้าดารารัศมี    นอกจากนั้นท่านยังทำในนามคณะลูกศิษย์ครูบาศรีวิชัย ลูกศิษย์ครูบาโสภาโณเถระ(ครูบาเถิ้ม) และทำในนามเจ้าอาวาสวัดต่างๆที่ท่านได้ผ่านไปทำไม้โดยมีชาวบ้านเป็นศรัทธาย่อย แต่เมื่อเวลาผ่านไปนับร้อยปีหากเจ้าอาวาสไม่เล่าสืบทอดกันมาถึงการไปสร้างหรือบูรณะครั้งสำคัญ ชื่อของท่านจะถูกลืมเลือนไป เหลือแต่รูปแบบสิ่งก่อสร้างที่ท่านทำทิ้งไว้โดยมีสัญลักษณ์ให้ลูกหลานที่สนใจตามรอยได้

รูปภาพที่แสดงว่าหลวงโยฯเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยเหลือครูบาศรีวิชัยบูรณะวัดพระสิงห์ เชียงใหม่

ในภาพครูบาศรีวิชัยนั่งบนอาสนะ เจ้าแก้วนวรัฐนั่งบนแท่นด้านล่าง มองปันโยนั่งบนพื้นหน้าเจ้าแก้วนวรัฐ

และครูบาศรีวิชัย  ลูกชายหม่องปันโย นั่งเรียงกันแถวหน้าด้านขวามือ และศรัทธาวัดคนอื่น ๆอบู่รายรอบ

ขอยกตัวอย่างการทำบุญในไทยของหลวงโยฯเพียงบางวัดที่ท่านได้สร้างหรือบูรณะหรือร่วมสร้างหรือร่วมบูรณะที่ลูกหลานทราบ

จากหลักฐานเป็นรูปภาพที่พบที่บ้านนางแสงเพ็ชร กระแสชัยทำให้ทราบว่า ท่านได้โดยเสด็จพระราชกุศลช่วยพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงค์บูรณะวัดพระธาตุศรีจอมทอง หลวงโยฯหรือมองปันโยได้สร้างที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุฯ ซึ่งตรงยอดบนสุดเป็นมงกุฏประดับเพชรพลอยครอบโถบรรจุพระบรมสารีริกธาตุฯ ปัจจุบันทางวัดยังได้จัดแสดงมงกุฏนี้โดยใช้ประดับยอดบนสุดของซุ้มพระพุทธรูปทองคำที่เจ้านายฝ่ายเหนือถวาย นอกจากนั้นท่านยังถวายช้อนทองคำสลักนามสกุลอุปะโยคินด้วย เมื่อลูกหลานนำภาพที่พบนี้ไปถวายวัด ทางวัดได้นำภาพไปติดที่ท้ายวิหารใกล้บริเวณที่จัดแสดงมงกุฎที่หลวงโยฯสร้างถวาย นอกจากนั้น นายบุญมี สายบุญยังได้แกะรอยจากรูปภาพที่นำไปถวายวัดจึงได้พบชิ้นส่วนที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุอีก ๒ส่วน ซึ่งปัจจุบันจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ของวัด

              ภาพ มองปันโย นั่งพนมมือทางด้านซ้าย

               โดยมีอูมินน้องชายอยู่ทางด้าน ขวามือ

      รูปหลวงโยฯที่พบที่บ้านนางแสงเพ็ชร กระแสชัย (ถึงแก่กรรม)

ท่านสร้างที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุถวายวัดพระธาตุศรีจอมทอง รูปที่ถวายทางวัดได้นำไปติดที่ข้างที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุองค์เดิม

ที่ครอบโถแก้วที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุองค์เดิมที่หลวงโยฯสร้างถวายวัดพระธาตุศรีจอมทองและทางวัดได้จัดแสดงไว้ที่ส่วนท้ายของวิหารหลวง

หน้าบันหลังคาท้ายวิหารหลวงวัดพระธาตุศรีจอมทองที่ช่างของหลวงโยฯทิ้งสัญลักษณ์รูปดอกไม้แทนชื่อหลวงโยฯไว้ในเนื้อไม้

ภาพปัจจุบันของส่วนท้ายวิการมีการเขียนลายทองเพิ่มเติมดอกสัญลักษณ์มองได้ยากกว่าเดิม

หน้าบันส่วนท้ายวิหารก่อนเขียนลายทองยังมีดอกไม้สลักไว้ในเนื้อไม้แทนชื่อปันโหย่(ชื่อแปลว่าดอกไม้)

ซูมดอกสัญลักษณ์หลวงโยฯที่ช่างของท่านแกะสลักไว้ในเนื้อไม้ที่ด้านท้ายวิหาร(มีการปรับสีภาพเพื่อให้มองเห็นชัด)

ปัจจุบันทางวัดได้มีการเขียนลายทองเพิ่มเต็มเนื้อที่หน้าบัน

          ที่ปลายไม้ช่างก็ยังแกะรูปดอกไม้ไว้ในเนื้อไม้

มณฑปในวิหารวัดพระธาตุศรีจอมทอง จะพบว่าช่างของหลวงโยฯทิ้งสัญลักษณ์

   โดยที่ปลายหางนาคจะพบดอกไม้เล็กๆสัญลักษณ์แทนชื่อปันโหย่อยู่เสมอ

                                                         ....... มีตอนต่อไป.......

เรื่องโดย นางศรีสุดา ธรรมพงษา

ภาพโดย อ.ไพศาล สุกใส

ผู้เขียนร่วม.ผศ.ดร.กัลยา ธรรมพงษา