ต้นจิต คือ จิตเดิมแท้ของสรรพสัตว์
ก่อนที่จะถูกเมฆหมอกแห่งความคิดปิดบังเอาไว้
ถ้าเราสามารถเข้าถึงต้นจิต เราจะเห็นอีกด้านหนึ่งของเหรียญ หนอ
.
ถ้าจำไม่ผิด ผมน่าจะเริ่มปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2549
คือตั้งแต่ตอนเรียนปริญญาเอกอยู่ปีที่ 2 เพราะตอนนั้นสอบตกแล้ว
ทำให้เป็นทุกข์และเห็นพระไตรลักษณ์ได้ด้วยความบังเอิญ หนอ
.
และเริ่มปฏิบัติถือศีล ๕ ประมาณปี 2553 (ศีลขาดทุกปีครับ)
.
ปีนี้เริ่มเห็นผลจากการปฏิบัติชัดเจน และตอบได้แล้วว่า ปฏิบัติธรรมทำไม ?
.
และสัปดาห์นี้เอง ผมเริ่มสังเกตุเห็น และตอบได้เต็มปากเต็มคำว่า
ปฏิบัติธรรม สามารถ ทำให้พ้นทุกข์แน่นอน
มนุษย์เป็นทุกข์เพราะความคิด ที่สำคัญมนุษย์ไม่คิดก็ได้ หนอ
อีกประเด็น คือ ถ้าไม่คิด จะทำการงานในชีวิตทางโลกได้อย่างไร
คำตอบ คือ ได้ และดีกว่า การคิด ด้วย หนอ
.
.
จุดเปลี่ยนที่เห็นได้ชัดนั้น น่าจะเริ่มตั้งแต่การเข้าเรียนหลักสูตรครูสมาธิ เป็นเวลา 6 เดือน
ที่ต้องปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง และได้ขึ้นธุดงค์บนดอยอินทนนท์
.
.
สาธยายมากเกินไปแล้ว บันทึก ต้นจิต (3) แล้ว ยังไม่สามารถสรุปเข้าหาคำว่า ต้นจิต ตามชื่อบันทึกได้เลย หนอ
จึงขอลัดไปแบบห้วน ๆ ดังต่อไปนี้ หนอ
.
การดำเนินชีวิตของคนเรานั้น ส่วนใหญ่ถูกฝึกและคุ้นชิน
กับการใช้สมองในการคิดในหน้าที่การงาน ในการดำเนินชีวิตเป็นหลัก
แต่มันเป็นความผิดพลาด และผิดพลาดมาก ๆ (ที่ยากจะอธิบาย)
เพราะถ้าไม่เข้าใจหลักธรรมชาติบางประการแล้ว การคิดและสมองของคนเรานั้นอันตรายยิ่งนัก
สามารถทำลายตนเองให้เป็นทุกข์ ทำร้ายสังคมและคนอื่นได้โดยง่าย หนอ
.
.
(เขียนยังไม่จบนะครับ แต่ดึกแล้ว วันต่อไปจะกลับมาเขียนใหม่ หนอ)



เจอทุกข์แล้วสุขจะมีความมุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติบำเพ็ญธรรมมากขึ้นนั่นเพราะเห็นสัจธรรม..ขอบคุณกับสิ่งดีๆมอบให้กันครับ
คิด..ห้านาที..(บ้า)..ห้านาที..หลวงพ่อชา...กล่าวไว้...(น่าจะจริงแฮะ)..มัวแต่คิดกับเขียน..นอนก็คิดก็ฝัน..ตื่นขึ้นมา..ก็คิดๆๆเขียนๆๆ..จิ้มๆๆๆ..ก้มหน้าก้มตาจิ้มๆๆๆ..อิอิ...แล้วก็บ่น...ๆๆๆ..อ้ะะะ..แถมคิดๆๆๆอีก ว่าก็รู้แล้ว..ว่าเห็นแล้วหนอ..รู้แล้วหนอ....