นี่เป็นเรื่องจริง แต่ผมขอไม่เอ่ยถึงบุคคลและองค์กร ขอเล่าสั้นๆ ว่าในทุกองค์กรจะมีคนที่มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำอยู่ด้วยเสมอ และในมหาวิทยาลัยจะไม่มีกลไกขจัดคนแบบนี้ออกไป หลายกรณีคนเหล่านี้ ไม่ค่อยทำงาน บางคนไม่สุจริต
คนเหล่านี้เป็นคนอมโรค คือโรคถ่วงความเจริญ หน่วยงาน/องค์กรใดหลงรับคนแบบนี้เข้าไปก็จะ เดือดร้อน โชคดี ที่หน่วยงานธุรกิจเอกชนจะมีกลไกสลัดคนแบบนี้ออกไปได้ แต่มหาวิทยาลัยไทยไม่มีกลไก รวมทั้งจะมีคนจำนวนหนึ่งที่คอยถือหางคนแบบนี้ ผู้บริหารคนใดเข้าไปจัดการ ก็อาจเจ็บตัว
ทางที่ดีที่สุด คืออย่าหลงรับคนแบบนี้เข้าทำงาน
คนแบบนี้คนหนึ่ง เกษียณอายุราชการจากที่หนึ่ง แล้วหน่วยงานไม่ต่ออายุ ไปสมัครในอีก หน่วยงานหนึ่ง ผมรู้ข่าว รีบไปบอกว่าอย่ารับ หากรับจะไปแพร่เชื้อโรคต่อต้านความเจริญ รวมพวกคน ไม่ทำงาน ขึ้นมาก่อกวนผู้บริหาร และถ่วงความเจริญของหน่วยงาน
วิจารณ์ พานิช
๓๑ ก.ค. ๕๗
บางหน่วยงาน หลงผิด รับไปเป็น ผู้บริหาร (ที่เป็น โรคไร้คุณธรรม) ทำให้ คนดีดี ออก ไปหลายคนครับ
ขอบพระคุณอาจารย์ที่ช่วยออกปากค่ะ เพราะเท่าที่พบ ส่วนมากผู้ใหญ่อาวุโสท่านมักจะวางเฉยกัน เกรงว่าจะเป็นการรังแกผู้อื่น แต่สำหรับตัวเองคิดว่า ในกรณีแบบนี้การวางเฉยคือการทำร้ายสถาบันที่รับคนแบบนี้เข้าไปนะคะ หลายๆคนมีภาพภายนอกที่ดูดี แต่คนที่เคยทำงานด้วยจริงๆเท่านั้นที่รู้ ซึ่งบ้านเรามีสถาบันมากมายที่เขาไม่สามารถตรวจสอบได้ละเอียดจริงๆ หากเรารู้โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่เป็นที่เคารพนับถือควรช่วยกันกำจัดคนไม่ดี อย่างน้อยหากเขาไม่มีที่ไป เขาอาจจะพิจารณาปรับปรุงตัวเองบ้างนะคะ
ปัญหาหนึ่งที่สำคัญของบ้านเรา น่าจะเป็นเรื่องนี้ด้วยนะคะ คนดีเกรงใจคนไม่ดีมากจนเกินไป ไม่พยายามช่วยกันแก้ไข เกรงใจ เกรงกลัว หลีกเลี่ยงการปะทะ ซึ่งก็ทำให้คนไม่ดี ได้ใจ และไม่คิดพิจารณาตัวเอง บางครั้งเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เรารู้ เห็น แต่ทำอะไรไม่ได้ค่ะ