" มิตรภาพงดงาม ทุกเวลา....แล้วพบกันใหม่จ้ะน้องรุจน์และทุก ๆ คน "

10  สิงหา  57  บ้านของคุณมะเดื่อมีโอกาสได้ต้อนรับกัลยาณมิตรจาก สวนผึ้ง  

ราชบุรี คือน้องครูรุจน์  กับคุณแม่  และครอบครัวของลูกศิษย์น้องครูรุจน์อีกครั้ง 

น้องรุจน์ เคยมาเยี่ยมเยือนคุณมะเดื่อแล้ว  เมื่อปีก่อนตามบันทึกนี้จ้ะ  

ซึ่งครั้งนั้น มีน้องครูอ้วนและครอบครัวจากมุกดาหารเดินทางมาด้วย

  ตามบันทึกนี้ จ้ะ  




น้องรุจน์ และทุก ๆ คนเดินทางมาถึงบ้านคุณมะเดื่อราว ๆ เที่ยงวันที่ 10  สิงหา 

จากนั้นพวกเราจึงเดินทางต่อไปยัง  " วัดทางสาย "  อ.บางสะพาน  ซึ่งห่างจาก

บ้านคุณมะเดื่อ ร้อยกว่ากิโลเมตร  ( เท่านั้นเอง  อิ อิ ) 




วัดทางสาย นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของเมืองสามอ่าว วันนี้ มีนักท่องเที่ยว

ไปวัดทางสายกันหนาตาพอสมควร  ภายในมณฑปเก้ายอดวันนี้ ขึ้นไปชมชั้นบน ๆ 

ไม่ได้ เนื่องจากพระสงฆ์กำลังสวดมนต์อยู่




ทางเข้าภายในมณฑปเก้ายอด มีป้ายนี้วางไว้   มีสุภาพสตรีหลายคนต้องสวมผ้า

ที่ทางวัดเตรียมไว้ให้  สังเกตเห็นผ้าที่วัดเตรียมไว้  สวยดี  สีขาวมีพิมพ์ลวดลาย

สวยงาม  แต่ไม่ได้ถ่ายภาพมาให้ดูกันจ้ะ  





บริเวณวัดร่มรื่น สวยงามดี  .... แต่พอชะโงกดูข้างกำแพงบริเวณไหล่เขา

ก็เป็นแบบนี้....




ตลอดแนวกำแพง  เต็มไปด้วยขยะ...!  ซึ่งคล้าย ๆ กับเป็นการ

จงใจนำถังขยะมาเทไว้   เพราะเป็นกองใหญ่ ๆ  ไม่ใช่การทิ้ง

จากนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว....ทำให้เป็นภาพที่ค้านกันมาก

กับความสวยงามด้านบน  ( บริเวณวัด  )  คุณมะเดื่อว่า ทางวัด

น่าจะดำเนินการเรื่องขยะนี้อย่างเร่งด่วนนะ   เพื่อทัศนียภาพที่

สวยงาม  สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น





ออกจากวัดทางสาย  พวกเราก็แวะถ่ายภาพ ที่หาดบ้านกรูด  สถานที่ท่องเที่ยว

ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของบางสะพาน  จากนั้น  ผู้ปกครองลูกศิษย์ของน้องรุจน์

ได้แวะเยี่ยมญาติที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟบางสะพาน  




แล้วจึงมาแวะที่วัดอ่างสุวรรณ  อ.ทับสะแก  เพื่อชมโบสถ์ไม้ตาล แห่งเดียวในเมืองไทย






ช่วงนี้  วัดอ่างสุวรรณ กำลังทำกำแพงรอบโบสถ์ ด้วยศิลาแลง  รวมทั้งปูพื้นรอบโบสถ์

ด้วยศิลาแลงด้วยจ้ะ   เห็นศิลาแลง ทำให้นึกถึงบ่อศิลาแลงที่พรานกระต่าย

ที่คุณเพชร  น้ำหนึ่งพาไปดู  แต่ศิลาแลงที่วัดอ่างสุวรรณนี้ มาจาก  ปราาจีนบุรีจ้ะ





ออกจากวัดอ่างสุวรรณ  กลับถึงกุยบุรี  ก็เย็นพอควร  

คืนนี้  ทุกคนพักค้างที่บ้านของคุณมะเดื่อ  (  รีสอร์ทสวนป่า....อิ อิ )




เช้าวันที่ 11  สิงหา 57  หลังข้าวต้มมื้อเช้าแล้ว  พวกเราก็ไปรับ

ครูน้อย  และคณะที่บ้าน  เพื่อเดินทางไปสู่หาดสามพระยา

ถิ่นเก่าของเราแต่ก่อน......เช้าวันนี้น้ำทะเลลงไปไกลมาก

จึงเล่นน้ำทะเลไม่ได้ กว่าน้ำทะเลจะขึ้นก็บ่ายโน่น

ผิดหวังกับคณะสวนผึ้งด้วยจ้ะ  

เราจึงหาที่เหมาะ ๆ  จับจองเปิดวงส้มตำโดยครูน้อยบริการ









เมื่อไม่มีน้ำทะเล  จึงเล่นน้ำทะเลไม่ได้  คุณมะเดื่อจึงพาทุก ๆ คน

ไปยัง  " ถ้ำไทร "  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของ

กุยบุรี  เพื่อให้ทุก ๆ คนได้ไปชมถ้ำไทรฆ่าเวลารอน้ำทะเลก่อนกัน

ที่บริเวณถ้ำไทรมีนักท่องเที่ยวหนาตา  ทั้งไทยทั้งเทศ  หลายคน

สมัครใจปีนเขาชมถ้ำ  แต่คุณมะเดื่อ  ครูน้อย  ขอนั่งรอที่ด้านล่าง

คุณมะเดื่อเคยลงถ้ำไทรหลายครั้งแล้ว   ส่วนน้องรุจน์ไปได้

ครึ่งทาง  แล้วก็กลับลงมาบอกคุณมะเดื่อว่า  " ลงถ้ำแล้ว " 

ยังไงก็อำคุณมะเดื่อไม่ได้หรอก......อย่าลืมว่า...เจ้าถิ่น...นะจ๊ะ

คุณมะเดื่อไม่ได้ถ่ายภาพที่ถ้ำไทรมาฝากทุก ๆ คนจ้ะ  เนื่องจาก

มีแต่มือถือ  ไม่มีกล้องติดมือไปจ้ะ

บ่ายโมงกว่า ๆ พวกเราก็กลับมาที่หาดสามพระยาอีกครั้ง  

น้ำทะเลขึ้นแล้ว  เด็ก ๆ ลงเล่นน้ำกัน  ส่วนผู้ใหญ่อาสานั่งดู





น้องรุจน์และคณะ  จะเดินทางกลับช่วงเย็น  พอดีเรือปลาทูเข้าฝั่ง

ปลาทูสด ๆ จากเรืออวนปลาทู  กิโลละ  30  บาท  ( ในตลาด

ราคา  50 - 60  บาท )  พวกเราจึงซึ้อปลาทูติดมือกลับบ้าน

กันคนละหลาย ๆ กิโล  ....  น้องรุจน์และคณะเดินทางกลับ

สวนผึ้งแล้ว  ด้วยสวัสดิภาพ  และวันหน้าคงได้พบกันอีก

แต่ยังไม่ทราบว่า  ใครจะไปเยือนใคร

คุณมะเดื่อ จัดการแบ่งปลาทูให้กับพ่อ แม่ พี่น้อง

ตั้งแต่หัวซอยจนท้ายซอย....มื้อเย็นทุกบ้านคงมี

" ปลาทู "  เป็นเมนูหลักกันแน่ ๆ  555555

" มิตรภาพงดงาม  ทุกเวลา....แล้วพบกันใหม่จ้ะน้องรุจน์และทุก ๆ คน "